Official Update :

“หุ้นสหรัฐ” & “หุ้นญี่ปุ่น”...โอกาสกระจายการลงทุนออกจาก “หุ้นไทย” !!!

โลกของ “ตลาดหุ้น” หากแบ่งใหญ่ๆ ก็เป็น “ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)” กับ “ตลาดกำลังพัฒนา (Emerging Market)”


“หุ้นไทย” เอง จัดเป็นกลุ่มตลาดกำลังพัฒนา ดังนั้น ใครที่กำลังมองหาโอกาสกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ กลุ่มตลาดพัฒนาแล้วก็เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ


ในตลาดพัฒนาเองนั้น ประกอบด้วย 3 ตลาดหลัก ได้แก่ “สหรัฐ”, “ยุโรป” และ “ญี่ปุ่น”


ซึ่งถือว่ามี “จุดเด่น-จุดด้อย” ที่แตกต่างกันออกไป


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจใน 2 ตลาดหลักในกลุ่มนี้ คือ “สหรัฐ” และ “ญี่ปุ่น” มาฝากกัน



“บลจ.ไทยพาณิชย์” มั่นใจ “หุ้นญี่ปุ่น”...มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นใน
‘ระยะยาว’

โดย “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า บริษัทคงเห็นโอกาสเติบโตจากการลงทุนในประเทศญี่ปุ่น ตลาดยัง laggard ตลาดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในปีนี้ จึงมีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้อีกมาก ภาพรวมอุตสาหกรรมการผลิตยังมีความต้องการในระดับสูง นอกจากนี้ ระดับ Valuation ที่ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ร่วมกับการเร่งตัวขึ้นของการคาดการณ์กำไรในตลาด และเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่เริ่มกลับเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น ถึงแม้ว่า upside ในช่วงระยะสั้นจะมีอยู่อย่างจำกัด แต่โอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาวคือสิ่งที่ตลาดคาดหวัง



(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)



“ญี่ปุ่นหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ระลอกล่าสุดได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งอัตราการฉีดวัคซีนในประเทศที่อยู่ในระดับสูงถึง 73โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในเดือนต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการเปิดเมืองอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นการช่วยผลักดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศได้เป็นอย่างดี สำหรับ ตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดพัฒนาแล้วเพียงประเทศเดียวที่ยังคงมีความล่าช้าในการเปิดเมือง ทำให้ผลตอบแทนของตลาดยังไม่ฟื้นตัวมากนักเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาอื่น”


ประกอบกับความเสถียรภาพทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยหนุนตลาด โดยการเลือกตั้งที่มีขึ้นคาดว่า “ฟูมิโอะ คิชิดะ” จะยังได้รับการสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภาคการเงินและการคลัง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำส่งผลให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มช้ากว่าประเทศอื่น ในขณะที่ Valuation ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยอยู่ในระดับต่ำกว่าตลาดหุ้นโลก จากปัจจัยดังกล่าว จึงแนะนำให้นักลงทุนเสริมการลงทุนใน “ตลาดญี่ปุ่น” ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีความน่าสนใจในขณะนี้



“ธ.ยูโอบี” ชู “หุ้นสหรัฐ” โดดเด่น...เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก-มีการพัฒนา-มีสภาพคล่องมากที่สุด

ในขณะที่ “ยุทธชัย เตยะราชกุล” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองโอกาสการลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ” ว่า “สหรัฐ” ซึ่งประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกจะยังคงครองอำนาจและขับเคลื่อนตลาดการเงินของโลกต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า หลังจากผ่านปีที่ยากลำบากจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ต้องมีการล็อกดาวน์ในปี 2020 สหรัฐสามารถฟื้นตัวและกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ จากปัจจัยที่มีการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง การผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลัง เราคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตถึง 6% ในปี 2021และมีอัตราการเติบโตในระดับปานกลางในปี 2022



(ยุทธชัย เตยะราชกุล)



“ตลาดหุ้นของสหรัฐเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุด มีการพัฒนา และมีสภาพคล่องมากที่สุดในโลกคิดมูลค่าเป็น 41% ของหุ้นทั่วโลกและ 40% ของตราสารหนี้ทั่วโลก ตลาดหุ้นสหรัฐ ยังมีมูลค่าสูงถึง 46% ของตลาดหุ้นทั่วโลก นอกจากนี้ความพร้อมจากภาคธนาคาร บริษัทจัดการลงทุน และธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่พร้อมให้การสนับสนุนทางด้านเงินทุนแก่บริษัทสตาร์ทอัพ และธุรกิจที่กำลังเติบโต ทำให้ตลาดสหรัฐเป็นที่สนใจของบริษัทต่างประเทศจำนวนมาก”



แนะนักลงทุนควร “ระมัดระวังความเสี่ยง” ของการลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ”

อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าในการจัดหาวัคซีนป้องกัน COVID-19 อาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2021 ประกอบกับเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้าที่กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและคิดเป็นมากกว่า 83ของไวรัสที่แพร่กระจายในสหรัฐทำให้การหยุดชะงักในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการกระจายวัคซีนป้องกัน COVID-19 จะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ


รวมถึงสหรัฐอาจใช้นโยบายกีดกันทางการค้า เช่น Buy American Act ภายใต้ข้อบังคับใหม่จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ซื้อโดยรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงวัสดุก่อสร้าง จะต้องผลิตในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าวัสดุนั้นจะมีราคาแพงกว่าก็ตาม แคมเปญ Buy American จึงเป็นการจำกัดการแข่งขัน เพิ่มต้นทุนของผลิตภัณฑ์และบริการ และอาจส่งผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของสหรัฐ


“ดังนั้นนักลงทุนควรลงทุนโดยมุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมที่โดดเด่น โดยใช้ความเชี่ยวชาญของ ผู้จัดการการลงทุน มืออาชีพเพื่อระบุบริษัทที่มีคุณค่าภายในภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ สิ่งสำคัญในการลงทุนคือต้องสร้างสมดุลของพอร์ตการลงทุน และกระจายการลงทุนไปยังหลากหลายสินทรัพย์เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน และลงทุนอย่างสม่ำเสมอ”


ใครที่กำลังมองหาโอกาสกระจายการลงทุนไปในตลาดต่างประเทศ เชื่อว่ากลุ่ม “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” ทั้ง สหรัฐ และ ญี่ปุ่น ยังจะเป็น 2 ตลาดที่โดดเด่นและมีความน่าสนใจ ที่สามารถจะช่วยเติมเต็มพอร์ตการลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี

โต๊ะกองทุน Wealthythai