“โฟลว์ต่างชาติ” ทะลัก “หุ้นจีน” ช่วงเดือนที่ผ่านมา...ชี้ ‘กำไรโตดี-ดาวน์ไซด์จำกัด’ แนะจังหวะทยอยลงทุน !!!

“ตลาดหุ้นจีน” ในปัจจุบันได้รับกระทบอย่างต่อเนื่องจากการจัดระเบียบสังคมของรัฐบาล โดยการออกเกณฑ์และข้อบังคับเข้ามากำกับดูแลอุตสาหกรรมธุรกิจต่างๆ อย่างเข้มข้น


จนนักลงทุนหลายต่อหลายคนเป็นอันต้องเมินหน้าหนีหรือบางรายใส่เกียร์ถอยเลยก็มีให้เห็นเช่นกัน เพราะด้วยความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลที่ไม่อาจคาดเดาและนำไปสู่ความเสี่ยงในการลงทุน


แต่ก็ยังมีหลายคนที่ได้ตั้งข้อสงสัยว่า การลงทุนในตลาดหุ้นจีน นั้น ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างผลตอบแทนได้อยู่หรือไม่ในอนาคต


วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีมุมมองการลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนหรือผู้ที่ลงทุนอยู่ก่อนและอยากจะหากลยุทธ์เพื่อปรับพอร์ตมาแชร์กันในครั้งนี้



แนะจับตา “4 ปัจจัย”...ที่มีผลต่อ “ศก.
& ตลาดหุ้นจีน”

โดย บดินทร์ พุทธอินทร์ผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) ได้ให้มุมมองว่า ภาพการลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” ต่อจากนี้อยากผู้ลงทุนจะต้องทำความเข้าใจถึงอุตสาหกรรมบริษัทจดทะเบียนของจีนและภาวะเศรษฐกิจของจีนในระยะถัดไปว่าจะต้องพบเจอกับปัจจัยอะไรบ้าง


ทางเราก็ได้ประเมินว่ามี 4 ปัจจัยหลักที่จะมีผลต่อตลาดประกอบไปด้วย “ภาคอสังหาริมทรัพย์” ที่รัฐบาลจีนพยายามจะควบคุมราคาหลังจากเกิดการเก็งกำไรนั้น เป็นการช่วยลดการเกิดฟองสบู่แตกในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในระยะสั้นอาจจะก่อให้เกิดเงินฝืดและเศรษฐกิจจะเกิดการชะลอตัว แต่จะแลกกับการเกิดเก็งกำไรและเห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริง



(บดินทร์ พุทธอินทร์)



“ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะเชื่อมไปถึงภาค ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่จะช่วยให้คุณภาพสินทรัพย์มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือลูกหนี้มีคุณภาพดีขึ้น ซึ่งจะทำให้สินเชื่อที่ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงด้วยเช่นกัน แต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยยอดการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง”


ถัดมา “ปัญหาด้านพลังงานขาดแคลน” มองว่าเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเมืองของหลายๆ ประเทศรวมถึงจีน ทำให้มีความต้องการใช้พลังงานมากกว่าปกติ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลจีนได้เริ่มเข้าไปผลิตถ่านหินมากขึ้นและมีการเข้าไปแทรกแซงราคาจนส่งผลให้ราคาของสินค้าดังกล่าวได้เริ่มปรับตัวลดลง


ปัจจัยด้าน “การกำกับดูแลของรัฐบาลจีน” คาดว่าจะยังคงมีให้เห็นอยู่บ้างหลังจากนี้แต่แนวโน้มจะเบาลงและผ่อนคลายมากขึ้น เนื่องจากมีการจัดการกลุ่มใหญ่ไปเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมาและผลกระทบการจัดการในเฟสแรกๆ นั้น ส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบมากกว่าเฟสหลังๆ


ปัจจัยสุดท้าย “สงครามการค้า” ที่ปัจจุบันนำไปสู่ “สงครามเทคโนโลยี” ประเมินว่าทางการจีนยังคงไม่มีการตอบโต้ใดๆ ต่อสหรัฐฯ ตราบใดที่ยังไม่ได้ถูกโจมตีเฉกเช่นสมัยของรัฐบาล โดนัลล์ ทรัมป์ซึ่งเชื่อว่าในปัจจุบันมีโอกาสน้อยมากที่จะใช้มาตรการเดียวกันแต่จะใช้เป็นการขยายระยะเวลาออกไปเพื่อให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศเติบโตต่อได้



“เศรษฐกิจจีน” ยังเติบโตได้แค่ชะลอตัวลง-ไม่น่ากังวล...ส่วน “หุ้นจีน” ใกล้จุดต่ำสุดแล้ว จังหวะทยอยเข้าลงทุน

ในภาพรวมของ “เศรษฐกิจจีน” ในช่วงที่เหลือของปีนี้และในปีถัดไป ได้ปรับประมาณการลงเหลือ 8.2% จากเดิม 8.5% และ 5.4-5.6% เป็น 5.5% ตามลำดับ ซึ่งยังคงเติบโตต่อได้เพียงแค่เป็นระดับที่ชะลอตัวลงโดยเป็นยังระดับที่ไม่น่ากังวลหรือน่าตกใจมากนัก เนื่องจากยังเคลื่อนไหวอยู่กรอบของค่าเฉลี่ย


แต่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนในปีหน้าก็คือ ช่วงที่ผ่านมาในปีนี้รัฐบาลจีนและบริษัทเอกชนได้เริ่มส่งสัญญาณในการออกบอนด์ออกน้อยกว่าปีที่ผ่านมาหรืออยู่ที่ 6 แสนล้านหยวนซึ่งน้อยกว่าวิกฤตสงครามการค้า จึงมีโอกาสที่ทั้ง 2 จะเก็บกระสุนเพื่อรอปีหน้าและใช้จ่ายการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ (Fixed Asset Investment) เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ





“โดยเรามองว่ายังเห็นโอกาสการลงทุนในหุ้นจีนและแนะนำนักลงทุนว่าทยอยเข้าลงทุนได้ถึงแม้ว่าการปรับของ ตลาดหุ้นจีน ที่ลงมากกว่า 30% ประเมินว่าเป็นระดับที่ ใกล้จุดต่ำแล้ว เพราะหากดูจากข้อมูลในอดีตการปรับฐานของตลาดในช่วงวิกฤติจะมีการปรับแรงๆ แต่ละครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 30 -35% ซึ่งในครั้งนี้จึงมองว่าตลาดเหลือดาวไซด์ค่อนข้างจำกัด”



คาด “กำไรบจ.” ในตลาดจีนปีหน้าโต 2 หลัก...ทำ
‘เงินไหลเข้า’ ช่วงเดือนที่ผ่านมาสูงกว่า ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’

ทั้งนี้ปัจจัยที่เป็นตัวสนับสนุนการลงทุนนอกจากนี้ “ราคาสินทรัพย์ที่ถูกลง” ยังมีเรื่อง “ฟันด์โฟลว์” หรือเงินทุนที่เริ่มไหลเข้า ‘ETF หุ้นจีนและฮ่องกงในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดพัฒนาแล้ว จึงถือเป็นสัญญาณการลงทุนที่ดี


“อีกหนึ่งปัจจัยที่จะเป็นตัวสนับสนุนตลาดก็คือ การปรับประมาณการของกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนที่เริ่มมีการปรับคาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้นทีละน้อย ซึ่งเมื่อการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนสวนทางกับการเคลื่อนไหวของตลาดส่งผลให้ EPS Growthในปี 65 อยู่ที่ระดับน่าสนใจหรืออยู่ในอัตราตัวเลข 2 หลัก”


อย่างไรก็ดีใน “ระยะสั้น” ก็อาจจะเห็นการผันผวนในราคาหลักทรัพย์ของบางอุตสาหกรรมธุรกิจตามนโยบายของจีนที่ได้ออกมาใหม่หรือในนโยบายความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (Common Prosperity) แต่ในอนาคตก็คาดการณ์ว่าบางอุตสาหกรรมจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้เพียงแค่อาจจะไม่ใช่ในระดับเดิมหรือบางอุตสาหกรรมจะกลับมาเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน (Basic Needs) ได้



ชี้ “หลายอุตสาหกรรม” ในจีน...ยังน่าสนใจลงทุน-ได้ประโยชน์จาก
‘การเติบโตศก.และการสนับสนุนจากรัฐ

สำหรับอุตสาหกรรมที่น่าสนใจหรือได้รับประโยชน์ในอนาคตจากภาพรวมเศรษฐกิจของจีน จะประกอบไปด้วย “สินค้าฟุ่มเฟือย” บางประเภทที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายบุตรคนที่ 3, “กลุ่มดูแลสุขภาพและยา” ทางการจีนได้มีการควบคุมราคายาในกลุ่มทั่วไปมากขึ้น ทำให้กลุ่มบริษัทจะต้องหันมาคิดค้นและทำยาเฉพาะทางจึงเป็นมุมมองทางบวกในอุตสาหกรรมดังกล่าวมากขึ้น


ถัดมา “ภาคออโตเมชั่นและภาคการผลิต ก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่รัฐบาลจีนได้ให้การสนับสนุนในด้านเชิงเพลิงที่พยายามขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดแทนพลังงานฟอสซิล รวมไปถึงการเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมภาคการผลิตด้วยเครื่องจักรหรือระบบออโตเมชั่น


ในส่วนของ “กลุ่มเทคโนโลยี” แม้ว่าจะถูกกดดันจากนโยบายของรัฐบาลจีนค่อนข้างมากโดยเฉพาะในหุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางกลุ่มอย่าง เซมิคอนดักเตอร์ ที่รัฐบาลจีนเข้าไปสนับสนุนโดยมีการตั้งเป้าให้มีการผลิตและสามารถใช้ได้ในประเทศ 70% จากความต้องการใช้ทั้งหมดภายในปี 2025


รวมไปถึงยังมีการสนับสนุนไปยัง “อุตสาหกรรม 5G” ที่ทางการได้มีการให้สัมปทานแก่ผู้เล่นหรือผู้ประกอบการรายใหม่ ในอนาคตจึงอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงของการให้เงินทุนในกลุ่ม SME มากขึ้น จากเดิมที่มีให้เงินทุนอยู่แค่เพียงกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และยูนิคอร์น


แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนจะโดนกดดันด้วยการกำกับดูแลในตัวบริษัทจดทะเบียนด้วยน้ำมือของ รัฐบาลจีนเอง แต่ก็ยังมีบางกลุ่มธุรกิจหรือบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนและผลักดันให้ภาคธุรกิจมีการแข่งขันรวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งหากมองให้ดีหลังจากที่ตลาดปรับฐานลงมาพอสมควร นี่ก็ถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นจีนเช่นเดียวกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us