สร้าง ‘ความมั่งคั่งระยะยาว’ แบบอินเทรนด์ในธีม ‘หุ้นแห่งอนาคต’ ไปกับ... “KKP GNP” !!!

กองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นสามัญทั่วโลก มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว ของกองทุนไปใน “หุ้นทั่วโลก”


ไม่ให้ถูกจำกัดไว้เพียงแค่ประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงอย่างเดียว !!!


“ตลาดหุ้นไทย” ที่เราคุ้นเคยกันนั้น มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยใน “ตลาดหุ้นโลก” และหุ้นที่ในไทยเราไม่มีให้ลงทุนกัน กลับมีอยู่ในตลาดหุ้นโลก มูลค่าของหุ้นบางบริษัทในโลกยังใหญ่กว่า GDP ของไทยก็มี


หุ้นในบางกลุ่มอุตสาหกรรมในไทย หากมองไปยังตลาดโลกแล้วยังมีโอกาสและทางเลือกให้ลงทุนอยู่อีกมาก


ซึ่งในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอแนะนำ “กองทุนหุ้นโลก” จาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัดที่มีดีกรีได้การจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” เป็นตัวการันตีผลงานมาแชร์ในแก่ผู้อ่านในครั้งนี้



KKP GNP” ลุยหุ้นเติบโตสูงทั่วโลก...โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 6 ปี 12.11% ต่อปี

“เศรษฐกิจโลก” กำลังฟื้นตัว แม้จะมี ความแตกต่าง กันไปในแต่ละภูมิภาคแต่ภาพรวมแล้วถือว่ากำลังดีขึ้น หลายประเทศได้เริ่มมีการส่งสัญญาณการเปิดเมืองเปิดประเทศขึ้น โดยบางประเทศก็ได้มีการเปิดให้เดินทางได้ภายในประเทศรวมไปถึงการเดินทางภายในภูมิภาคขึ้น


ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกมีโอกาสเป็นไปได้เร็วกว่าที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ก็จะส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวตามขึ้นด้วยเช่นกัน


พร้อมทั้งยังเป็นโอกาสในการลงทุนครั้งสำคัญเพื่อที่จะอิงกับธีมเศรษฐกิจ และเป็นตัวช่วยเสริมพอร์ตการลงทุนให้สร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของหุ้นที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศของโลกในอนาคต





โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเคเคพี โกลบอล นิว เพอร์สเปกทีฟ ชนิดทั่วไป” หรือ KKP GNP” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม 2558 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่  6,718,204,856บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 20.51 บาทต่อหน่วย


“ซึ่งความน่าสนใจของกองทุนดังกล่าวจะเป็นเรื่องนโยบายการลงทุนหุ้นสามัญทั่วโลก ในบริษัทที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศของโลกในอนาคต โดยวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาวของกองทุน”


อย่างไรก็ดีการลงทุนของกองทุนจะไม่ใช่ลงทุนในหุ้นรายตัวโดยตรง แต่จะเป็นการนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Capital Group New Perspective Fund’ หน่วยลงทุนชนิด Class Z เป็น class ที่เสนอขายแก่นักลงทุนทั่วไป ที่บริหารจัดการโดย ‘The Capital Group Companies’ หรือจะให้พูดง่ายก็คือ กอง KKP GNP’ นั้นมีกองทุนหลักเป็นกองทุนดังกล่าวนั่นเอง


โดยประเภทกองทุนถึงแม้ว่าจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวหรือ Feeder Fund แต่ในอนาคตก็มีความยืดหยุ่นหรือสามารถเปลี่ยนไปเป็นกองทุนรวมที่ลงในหน่วยลงทุนได้หลากหลายขึ้นหรือ เป็น Fund of Fund ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น


ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 64 กองทุนหลักมีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

-Information technology         24.2%

-Consumer discretionary         18.7%

-Health care                             11.3%

-Financials                               10.2%

-Communication Services         9.4%


ทั้งนี้หากแบ่งตามภูมิภาคการลงทุน 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย

-North America                          57.3%

-Europe                                       24.5%

-Emerging Markets                       8.1%

-Japan                                            3.3%

-Pacific ex Japan                           3.1%





“ส่วนในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘KKP GNP’ ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีโดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 64) ทำผลตอบแทนได้ 12.11% ต่อปี สูงกว่าดัชนีชี้วัดที่ 11.13% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 15.66% ต่อปี สูงกว่าดัชนีชี้วัดที่ 14.90% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -28.5%


สำหรับผู้อ่านที่สนใจการลงทุนใน ‘KKP GNP’ ซึ่งกองทุนจะมีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 100 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นกองทุนไม่ได้กำหนดมูลค่าขั้นต่ำแต่จะต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำ 100 หน่วย โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ทั้งนี้ช่องทางการซื้อขายกองทุนผู้อ่านหรือผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง บลจ.เกียรตินาคินภัทรและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือในช่องทางออนไลน์อย่างเปิดบัญชีกองทุนรวมผ่าน KKPAM Online


ปัจจุบันการลงทุนใน หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนได้ดีที่สุดในตลาด เพราะด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ยังต่ำติดดินจึงทำให้ผลตอบแทนจาก ตราสารหนี้เองก็ต่ำตามไปด้วย และขณะเดียวกันภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวก็ได้ส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียนกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ฉะนั้นการลงทุนใน หุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในหุ้นที่มีการเติบโตสูง จึงเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงเวลานี้ เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้วยการกระจายลงทุนนั่นเอง

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 12 hours ago
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 11 hours ago
Follow Us