“RMF-หุ้นตปท.” อีกทางเลือกเพื่อเกษียณ...เพราะการลงทุน ‘ไม่ได้มีแค่ในประเทศ’ เท่านั้น !!!
การออมเงินผ่าน “กองทุนรวม” เป็นตัวเลือกที่ภาครัฐและเอกชนต้องการจะผลักดันให้นักลงทุนรายย่อยและประชาชนทั่วไปมีเครื่องมือในการลงทุนเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของตัวเอง โดยใช้เงินลงทุนไม่มากสามารถเข้าถึงได้สะดวกและง่ายดาย
หนึ่งในเป้าหมายการเงินที่สำคัญของทุกคนก็คือ “เป้าหมายเกษียณ” ซึ่งภาครัฐเองให้การสนับสนุนโดยให้ ‘ประโยชน์ทางภาษี’ มาเป็นสิ่งจูงใจให้ประชาชนสมัครใจเก็บออมเพื่อตัวเอง
โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนในปัจจุบันมี 2 ประเภท ก็คือ “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ที่มีอยู่มากมายหลากหลายกองให้เลือกลงทุน
เพื่อให้เห็นภาพการออมเงินในระยะยาว ก็คงอดไม่ได้ที่จะยกตัวอย่างหรือพูดถึงภาพรวมของผลการดำเนินงานกองทุนว่าจะมีความน่าสนใจมากน้อยและสามารถช่วยออมเงินได้จริงหรือไม่
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอหยิบยกผลการดำเนินงานเฉลี่ย 5 ปี ของ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ที่ลงทุน ‘หุ้นต่างประเทศ’ มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“RMF-หุ้นตปท.”…ช่วยเติมเต็มทางเลือกสู่ ‘เป้าหมายเกษียณ’
การลงทุนเพื่อเป้าหมายเกษียณนั้น เป็น “การลงทุนระยะยาว” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” จึงมีนโยบายการลงทุนได้ในสินทรัพย์ทุกประเภทตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง และไม่ได้จำกัดเฉพาะการลงทุนในประเทศเท่านั้น สามารถกระจายการลงทุนไปใน ‘ต่างประเทศ’ ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีและลดความเสี่ยงให้กับพอร์ตเกษียณของตัวเองอีกทางหนึ่งด้วย
“โดยที่เราต้องยกตัวอย่าง ‘RMF-หุ้นต่างประเทศ’ ขึ้นมานั้น ต้องยอมรับว่าการสร้างผลตอบแทนของกลุ่มหุ้นดังกล่าวสามารถทำได้ดีกว่าหุ้นไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะด้วยศักยภาพการทำกำไรของบริษัทที่สูงจากขนาดของธุรกิจและความหลากหลายของอุตสาหกรรมธุรกิจที่เกิดขึ้นมาใหม่โดยสอดรับกับเทรนด์ในอนาคตจึงทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับจะลงทุนหรือออมเงินในระยะยาวเพื่อเป้าหมายเกษียณของตัวเอง”
TOP5 “RMF-หุ้นตปท.” โชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีสุดแจ่ม 15.21-15.96% ต่อปี
ซึ่งกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่เราจะตัวอย่างขึ้นมาในครั้งนี้ จะเป็นกองทุน 5 อันดับแรกที่มีผลการดำเนินงานเฉลี่ย 5 ปี ทำได้ดีที่สุดในกลุ่มเป็นการลงทุนใน “หุ้นโลก” 2 กอง, “หุ้นสหรัฐ” 2 กอง และ “หุ้นยุโรป” อีก 1 กอง
เริ่มที่อันดับแรกเป็นกองทุนจาก ‘บลจ.ทหารไทย’ หรือในชื่อ “กองทุนเปิด ทหารไทย Global Quality Growth เพื่อการเลี้ยงชีพ (TMBGQGRMF)” ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย. 64) ได้ 15.96% ต่อปี
“กองทุนมีนโยบายลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองเดียว (Master Fund) หรือในกองทุน ‘Wellington Global Quality Growth Fund’ ในหน่วยลงทุนชนิด USD Class S Accumulating Unhedged นั่นเอง โดยกองทุนหลักมีนโยบายมุ่งหาผลตอบแทนในระยะยาวผ่านการลงทุนในหุ้นสามัญและใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง, หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์,ตราสารหนี้แปลงสภาพ, หุ้นบุริมสิทธิ์, ใบสำคัญแสดงสิทธิ์, กอง ETFs, รวมทั้งตราสารหนี้, เงินสดหรือตราสารเทียบเท่าเงินสด และตราสารอนุพันธ์ที่ออกโดยบริษัทต่างๆ ทั่วโลก”

อันดับถัดมา เป็น “กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KEURMF)” จาก ‘บลจ.กสิกรไทย’ ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (ณ 3 พ.ย. 64) ได้ 15.84% ต่อปี
“กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Allianz Europe Equity Growth, Class AT-EUR’ เป็นกองทุนหลัก พร้อมกับการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ ซึ่งนโยบายของกองทุนหลักก็จะมุ่งลงทุนในตราสารแห่งทุนและตราสารเทียบเท่า (Participation Certificate) ของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปไม่ต่ำกว่า 75% โดยเน้นการลงทุนไปยังในหุ้นกลุ่มที่คาดว่ามีอัตราการเจริญเติบโตสูง (Growth Stock)”
ต่อมาเป็นอีกหนึ่งกองทุนจาก ‘บลจ. ทหารไทย’ หรือในชื่อ “กองทุนเปิดทหารไทย US500 เพื่อการเลี้ยงชีพ (TMBUS500RMF)” ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (ณ 4 พ.ย. 64) ได้ 15.62% ต่อปี
“กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘iShares Core S&P 500 ETF’ เป็นกองทุนหลัก ภายใต้วัตถุประสงค์การลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของ ‘ดัชนี S&P500’ และสร้างผลตอบแทนให้ได้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500”
อันดับรองสุดท้ายเป็น “กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (TUSRMF)” จาก ‘บลจ.ทิสโก้’ ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (ณ 4 พ.ย. 64) ได้ 15.55% ต่อปี
“กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘SPDR S&P 500 ETF’ เป็นกองทุนหลัก ซึ่งมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500”
และสุดท้าย “กองทุนเปิดธนชาต Global Equity เพื่อการเลี้ยงชีพ (T-GlobalEQRMF)” ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี (ณ 3 พ.ย. 64) ได้ 15.21% ต่อปี
กองทุนเป็นกองทุนแบบ Fund of Fund หรือจะมีการกระจายการลงทุนไปในหลายกองทุนและหลายบริษัทจัดการ ภายใต้นโยบายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก ทั้งในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก หรือในบางช่วงเวลาอาจเน้นลงทุนเฉพาะประเทศ กลุ่มประเทศ ภูมิภาค และกลุ่มธุรกิจ
“ในปัจจุบันตัวเลือกการออมเงินก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แต่เพียงเงินฝากเท่านั้น โดยมีให้เลือกสรรอย่างมากมายตั้งแต่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำไปถึงสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างตราสารทุนหรือหุ้น ไม่เพียงเท่านี้ยังสามารถกระจายไปยัง ‘ต่างประเทศ’ ที่หากเลือกกลุ่มสินทรัพย์ให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคลก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนสูงสุดเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณของคุณได้ไม่ยากเช่นกัน”
