ช่วย “ลดความผันผวน” –สร้างผลตอบแทน ‘สม่ำเสมอ’ ระยะยาว

การลงทุนในช่วงที่ภาวะตลาดมี “ความผันผวน” ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและปัจจัยต่างประเทศ ย่อมมีผลต่อสินทรัพย์การลงทุนไม่ว่าจะเป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ หรือ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ก็ตาม

ทำให้นักลงทุนไม่น้อยที่อยากจะ ‘ลดความเสี่ยง’ ด้วยการ ‘กระจายการลงทุน’ ไปยังหลากหลายสินทรัพย์ ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานที่นักลงทุนสถาบันชั้นนำของโลกต่างใช้กัน แต่การจะกระจายในแต่ละสินทรัพย์ด้วยตัวเองนั้น ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่ายดาย

ด้วยการทำความเข้าใจในเอกสาร ‘Fund Fact Sheet’ ของแต่ละกองทุน จึงทำให้ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะตัดสินใจหรือหาทางเลือกที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีอีกหนึ่งกองทุนมาแนะนำให้แก่นักลงทุน อย่าง “กองทุนเปิดภัทร สตราทิจิค แอสเซ็ท อโลเคชั่น (PHATRA SG-AA)” ของ ‘บลจ.ภัทร’ ที่นอกจากจะได้รับการจัดอันดับ ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’ แล้ว ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการจัดสรรการลงทุน (Basic Asset Allocation) ที่โดดเด่นอีกด้วย

‘กอง PHATRA SG-AA’ กับ ‘Asset Allocation’...แบบมีการบริหารจัดการ

สำหรับ ‘กอง PHATRA SG-AA’ ได้จดทะเบียนกองทุนรวมในวันที่ 19 สิงหาคม 2554 ณ ปัจจุบัน (31 สิงหาคม 63) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 8,426.98 ล้านบาท มีกลยุทธ์การลงทุนมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) เคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา 5 ปี อยู่ที่ -21.25%

ส่วนนโยบายของ ‘กอง PHATRA SG-AA’ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

“โดยกองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละประเภทในสัดส่วนตั้งแต่ 0 – 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัทจัดการและตามความเหมาะสมกับ สภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยที่บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นภายใต้กรอบการให้คำแนะนำในด้านการลงทุนที่ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ ‘Asset Allocation’ ที่ได้รับจากที่ปรึกษาการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ ไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เรียกว่าเป็น Asset Allocation แบบมีการบริหารจัดการก็คงไม่ผิดนัก ไม่ใช่กำหนดกรอบไว้ตายตัวแต่ประการใด”

ณ ปัจจุบัน (31 สิงหาคม 63) มีสินทรัพย์ที่ลงทุนประกอบไปด้วย

-หน่วยลงทุนต่างประเทศ 35.29%

-ตราสารทุนในประเทศ 18.52%

-พันธบัตร, ตั๋วเงินคลัง 10.17%

-กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม, โครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศ 8.40%

-หน่วยลงทุนในประเทศ 8.35%

-หุ้นกู้ 7.93%

-กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม,โครงสร้างพื้นฐานในประเทศ 4.87%

-ตราสารหนี้ระยะสั้น 4.05%

-เงินฝาก,บัตรเงินฝาก 1.95%

-Callable Bonds/Puttable Bonds 0.78%

-สัญญาซื้อขายล่วงหน้า -0.32%

-สินทรัพย์และหนี้สินอื่น 0.01%

“ประโยชน์ของการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสมของ ‘กอง PHATRA SG-AA’ สะท้อนผ่านค่าความเสี่ยง หรือความผันผวนของกองทุนเองที่ค่อนข้างต่ำ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 6.73% ต่อปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับความผันผวนของตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 20 -25% แล้ว ก็ถือว่าความผันผวนต่ำมาก ในขณะที่ยังสามารถตอบโจทย์ในเรื่องของผลการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 2.82% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 63)"

ในส่วนการซื้อและขายคืนของหน่วยลงทุนนั้น มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกจะอยู่ที่ 1,000 บาท เช่นเดียวกันกับมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 1,000 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะไม่มีการกำหนดแต่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะต้องไม่ต่ำกว่า 100 หน่วย

โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะอยู่ที่ภายใน 5 วัน (T+5) ทำการนับแต่วันคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมูลค่าหน่วยลงทุน ราคาขายหน่วยลงทุน หรือราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ปัจจุบัน T+4 เฉพาะบัญชีรับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนของ KKP Bank, SCB, BBL, KBank, BAY, TMB , TBank, KTB, CIMB Thai, LH Bank, UOB, Citibank และนำฝากเช็ค T+4 สำหรับบัญชีธนาคารอื่นนอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น

“การลดความเสี่ยงด้วยการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ก็ถือเป็นหนึ่งทางเลือกที่หลายคนมักนำไปใช้ในการลงทุน แต่อย่างที่เข้าใจกัน ว่าการจะต้องนั่งอ่าน Fact sheet ทีละหลายๆ กองทุนก็ต้องใช้เวลาจำนวนหนึ่งจึงทำให้หลายคนเลี่ยงการลงทุนรูปแบบดังกล่าวได้ ‘กอง PHATRA SG-AA’ เป็นกองทุนที่จัดสำรับการลงทุนมาให้พร้อมเสร็จสรรพจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว ทางเราหวังว่าข้อมูลในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย”