“หุ้นแบงก์” ทรุดหนัก...ฉุด ‘กองหุ้นแบงก์’ แดงเดือด !!!
“หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์” ถือเป็นอีกหนึ่งในไม่กี่กลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดหุ้นไทย ที่มีมาร์เก็ตแคปค่อนข้างสูงหรือติดอยู่ในระดับต้นๆ จึงทำให้นักลงทุนไม่น้อยที่ความสนใจหรือให้ลำดับความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการลงทุน
จนมีบลจ.ตั้ง ‘กองหุ้นกลุ่มแบงก์’ ขึ้นมาเพื่อแทรคดัชนีหุ้นกลุ่มแบงก์โดยเฉพาะ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนในหุ้นกลุ่มแบงก์ โดยลงทุนผ่านกองทุนเพียงกองเดียวนั่นเอง
อีกหนึ่งสิ่งที่จะอดพูดถึงไม่ได้มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าว อย่างการจ่ายปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ที่เป็นตัวดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน ทำให้หลายปีที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง
แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ได้เริ่มมีปัจจัยลบต่างๆ เข้ามากดดันหุ้นกลุ่มดังกล่าว จนทำให้ปัจจุบัน (วันที่ 9 ตุลาคม 63) P/E อยู่ที่เพียง 5.85 เท่า ลดลงจากในช่วง 3ปี ย้อนหลังที่เคยสูงสุดที่ 13.16 เท่า
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำเสอนข้อมูลเกี่ยวกับ ‘กองหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์’ ในตลาดหุ้นไทย ว่าผลงานกองดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวเช่นไรให้แก่นักลงทุนที่สนใจ
“กอง EBANK” ผลงานดีสุดกลุ่มกองหุ้นแบงก์...โชว์ผผลตอบแทน YTD -37.14%
สำหรับ “กองทุนรวมกลุ่มหุ้นธนาคารพาณิชย์” มีทั้ง 5 กองทุน จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) 2 บลจ. ประกอบไปด้วยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด จำนวน 4 กองทุน และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด จำนวน 1 กอง
กองทุนกลุ่มดังกล่าว ณ ปัจจุบัน (วันที่8 ตุลาคม 63) ผลการดำเนินงานโดยยังคงติดลบอยู่ทั้งหมด แต่มีหนึ่งกองที่ติดลบน้อยที่สุดในกลุ่ม คือ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET BANKING SECTOR INDEX (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) (SCBBANKINGE)” ที่ติดลบ 40.08%
‘กอง SCBBANKINGE’ มีนโยบายลงทุนในหุ้นทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีหมวดธุรกิจธนาคาร (Banking Sector) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
“ซึ่งจะลงทุนจำลองการเคลื่อนไหวของดัชนีหมวดธุรกิจธนาคาร (Banking Sector) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะใช้กลยุทธ์แบบ Optimization เพื่อให้อัตราผลตอบแทนของกองทุนใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนของดัชนีหมวดธุรกิจธนาคาร (Banking Sector) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมากที่สุด”
รองลงมา “กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจธนาคาร (K-BANKING)” ที่ติดลบ 40.28% ที่มีนโยบายการลงทุนกองทุนรวมดัชนีที่ลงทุนหุ้นในดัชนีธุรกิจธนาคาร (SET Banking Sector Index) เช่นเดียวกัน แต่จะมีความแตกต่างที่ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และมีกลยุทธ์การบริหารกองเชิงรับ (Passive management strategy) โดยมุ่งหวังหวังให้ผลตอบแทนของกองทุนเคลื่อนไหวตามดัชนีธุรกิจธนาคาร
ส่วนอีก 3 กองที่เหลือประกอบไปด้วย “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET BANKING SECTOR INDEX -ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล (SCBBANKINGP), “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET BANKING SECTOR INDEX -ชนิดสะสมมูลค่า (SCBBANKINGA)” และ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET BANKING SECTOR INDEX -ชนิดจ่ายเงินปันผล (SCBBANKING)” จะมีนโยบายที่คล้ายคลึงกับกอง SCBBANKINGE
“มีเพียงแค่ ‘กอง SCBBANKING’ เท่านั้น ที่มีนโยบายการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทุนวันที่ 28 มิ.ย. 2554 กองทุนดังกล่าวได้จ่ายปันผลมาแล้ว 7 ครั้ง เป็นเงิน 3.75 บาท
ทั้งนี้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่กองทุนรวมให้น้ำหนักการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
-ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB
-ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL
-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK
-ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY
-ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB
นอกจากนี้ ยังมี “กองทุนเปิด KTAM SET BANKING ETF TRACKER (EBANK)” ซึ่งเป็นกองทุน ETF ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ อีก 1 กอง ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (วันที่ 9 ต.ค. 20) ติดลบ 37.14% ก็ถือเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนในหุ้นกลุ่มหุ้นแบงก์ได้เช่นกัน
“แม้ว่าหุ้นธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลงมาในระดับที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับในอดีต จึงอาจมีนักลงทุนหลายต่อหลายคนมองว่าเป็น ‘โอกาส’ ลงทุนแล้ว แต่อย่าลืมเสียว่าหุ้นกลุ่มดังกล่าวยังต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันอีกมากมายในอนาคต จึงอยากให้นักลงทุนศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจและทางเราหวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่นักลงทุนได้ไม่มากก็น้อย”
