“หุ้นเวียดนาม” มีโอกาสเข้าคำนวณ ‘ดัชนี MSCI EM’ ในอีก 5 ปีข้างหน้า…แนะมีติดพอร์ต 10-20% !!!

ปีนี้ถือเป็นปีที่ดีอีกปีสำหรับ “หุ้นเวียดนาม” สะท้อนผ่านผลตอบแทนของกลุ่ม “กองหุ้นเวียดนาม” ที่สามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วง 10 เดือนแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 21) ได้สูงถึง 44.16%, ย้อนหลัง 1 ปี 67.89% และย้อนหลัง 3 ปี 15.24% ต่อปี


จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม “เวียดนาม” จึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกทั้ง การลงทุนโดยตรง (FDI)’ และ “การลงทุนในตลาดการเงิน (Portfolio)’


หากมอง “หุ้นเวียดนาม” ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของ “ผลตอบแทน” จากการลงทุนและ “พื้นฐานทางเศรษฐกิจ” ที่รองรับ


จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดหุ้นที่นักลงทุนทั่วโลก “ไม่อาจละเลยได้” !!!


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” มาฝากกัน



ชี้ “หุ้นเวียดนาม” ไม่ได้ถูกจำกัดการลงทุนแค่ในปท.เท่านั้น...แนะมีติดพอร์ตได้
10-20% หากผิดพลาดยังซ่อมพอร์ตได้

โดย “ศุภกร ตุลยธัญ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.พรินซิเพิล บอกว่า “หุ้นเวียดนาม” เป็นหนึ่งในตลาดที่เราชอบ มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งรองรับทั้งนี้คาดว่าในอีก 5 ปี ข้างหน้า “เวียดนาม” จะเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุดในเอเชียเฉลี่ยที่ 6.84% สูงกว่า จีน” และ “อินเดีย” ที่โตเฉลี่ย 5.25% และ 6.72% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยผลักดัน “หุ้นเวียดนาม” ที่สำคัญจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) 2) การเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทสู่สังคมเมือง และ 3) โอกาสที่จะหุ้นเวียดนามจะได้เข้าไปคำนวณใน ดัชนี MSCI EM’ ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรืออาจเร็วกว่านั้น



(ศุภกร ตุลยธัญ)



“ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติในเวียดนามประมาณ 3% แต่สามารถสร้างรายได้และการจ้างงานในเวียดนามได้ถึง 30% นั่นแสดงว่ายังมีบริษัทที่มีถิ่นฐานอยู่นอกเวียดนาม แต่มีการเติบโตไปกับเศรษฐกิจเวียดนามให้ลงทุนได้ เราเริ่มเห็นบริษัทที่เป็น Unicorn และมีนวัตกรรมของเวียดนามที่กำลังจะไปทำ IPO ในต่างประเทศนอกเวียดนามอีกด้วย นี่คือโอกาสการลงทุนที่มีอยู่ไม่เฉพาะในเขตพื้นที่ของประเทศเวียดนามเท่านั้น แต่ยังมีอยู่นอกเหนือประเทศเวียดนามด้วยเช่นกัน”


สำหรับ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” เองมีการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนเฉลี่ย 14-15% ต่อปี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการปรับฐานเฉลี่ยปีละ 15% แนะนำให้นักลงทุนมีในพอร์ตได้ 10-20% ไม่เกินนี้ เพราะหากเกิดความเสียหายจากการลงทุนมา ก็จะติดลบประมาณ -1.5% ถึง -3.0% ยังสามารถจะไปลงทุนในกลุ่ม “ตราสารหนี้” เพื่อซ่อมแซมพอร์ตให้กลับคืนมาได้นั่นเอง



4 Theme” สำคัญ...ผลักดัน “เวียดนาม” สู่การเติบโตรอบใหม่

ในขณะที่คนส่วนใหญ่เมื่อนึกถึง “เวียดนาม” จะนึกถึงเรื่องของการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรง แต่จริงๆ แล้วยังมีตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มากไปกว่านั้น


“ชาตรี มีชัยเจริญยิ่ง” หัวหน้าการลงทุนฝ่ายตราสารทุน บลจ.พรินซิเพิล มองถึงโอกาสการเติบโตของเวียดนามว่า ยังมีอีก 4 ปัจจัย” ที่จะเป็น 4 Themes การลงทุน ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนามให้เติบโตในระยะยาว ได้แก่


-Innovation

 -Digitalization

-Urban Economy

-Infrastructure





“เป็นปัจจัยที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจเวียดนามเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่ หากมองเศรษฐกิจเวียดนามตอนนี้เหมือนไทยเมื่อ 10 ปีก่อน ดังนั้นโอกาสในการเติบโตยังมีอีกมาก”



“เวียดนาม” กับศักยภาพในการเติบโตใน
‘ยุคดิจิทัล’

โดย “ปุณยนุช บุญยรัตพันธุ์” ผู้จัดการกองทุน บลจ.พรินซิเพิล บอกว่า เมื่อพูดถึงเรื่อง “นวัตกรรม (Innovation)” กับเวียดนามหลายคนอาจจะนึกไม่ถึง แต่เวียดนามได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทต่างชาติที่ย้านฐานผลิตเข้ามาตลอดในช่วงที่ผ่านมาจนวันนี้สามารถยกระดับขึ้นมาพัฒนาเทคโนโลยีได้ด้วยตัวเองแล้ว หากดูสัดส่วนการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีของเวียดนามสูงกว่าชาติใดในอาเซียนก็สะท้อนให้เห็นภาพนี้ได้อย่างชัดเจน





“ส่วนของ ‘Digitalization’ นั้น ด้วยโครงสร้างประชากรของเวียดนามมีอายุเฉลี่ย 30-32 ปี เป็นกลุ่มคนวัยหนุ่มสาวคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเทคโนโลยีหรือ IT ก็ตาม”


ด้าน “Urban Economy” ในอดีตเมื่อ 20-30 ปีก่อนแรงงานของเวียดนามส่วนใหญ 70-80% อยู่ในภาคเกษตร แต่หลังจากเวียดนามเข้าร่วมเป็นสมาชิก “องค์การการค้าโลก (WTO)” เงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศก็ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างแรงงานก็เปลี่ยนไปในปี2015 เหลือแรงงานภาคเกษตรเพียง 44% เท่านั้น ในขณะที่รายได้ของคนเวียดนามก็เพิ่มขึ้น GDP/Capita ของคนเวียดนามเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด คนจนลดลง รายได้คนดีขึ้นโอกาสก้าวสู่เศรษฐกิจที่มีรายได้ปานกลางในระดับสูง (Upper Middle-Income) คนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นหนุนการเติบโตในระยะยาว


Infrastructure การจะทำให้เศรษฐกิจเวียดนามโต 5-6% ต่อเนื่องนั้น จะต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้ง Hard และ Soft  ขณะที่รัฐบาลเวียดนามมีนโยบายให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นลำดับแรกจาก แผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติของเวียดนาม (PDP)ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการผลิตพลังงานนับจากปี 2020 – 2025 มีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 13.2% โดยเน้นไปที่การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนเป็นหลักอีกด้วย”


“เวียดนาม” เป็นตลาดที่กำลังเติบโต ถ้าเปรียบเป็นหุ้นก็คงเป็น หุ้นขนาดกลาง-เล็กที่ให้ผลตอบแทนที่สูง ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจทั้งในแง่ของ ผลตอบแทน และ พื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งรองรับ จึงไม่น่าแปลกใจว่าในแผนที่การลงทุนของโลกจะมี “เวียดนาม” เป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนอยู่ด้วย เพราะนี่เป็นตลาดที่โลกไม่อาจละเลยได้นั่นเอง

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 14 hours ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 13 hours ago
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
Updated 1 day ago
Follow Us