“TISCOHD-A”…ใช้โมเดล ‘หุ้นปันผลสูง’ ช่วยสร้างความมั่งคั่งระยะยาว !!!
การ “คลายล็อกดาวน์” ของประเทศไทย ได้เริ่มกลับมาส่งสัญญาณให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในพื้นที่หรือจังหวัดที่ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
จึงมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันออกมาให้ความเห็นว่ามีโอกาสที่ภาคการบริโภคกลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่าและส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมและกำไรบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
สถาบันต่างๆ ออกมาให้เป้าดัชนีหุ้นไทยในปี65 ไว้ 1,800-1,850 จุด ถือว่ายังมีอัพไซด์เปิดอยู่พอสมควรจากปัจจุบัน
ซึ่งเพื่อเป็นการเตรียมตัวหรือแนวทางให้แก่นักลงทุนในครั้งนี้ ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้นำ “กองทุนรวมหุ้นไทย” ที่น่าสนใจได้รับจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในหุ้นไทยกัน
“กอง TISCOHD-A” ลุย ‘หุ้นปันผลสูง’…โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุน 9 ปีกว่า 6.97% ต่อปี
“หุ้น” เป็นสินทรัพย์ที่มี “ความเสี่ยงสูง” แต่ก็มาพร้อมกับ “ผลตอบแทนคาดหวัง (Expected Return)” ที่สูงด้วยเช่นกัน
หนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนชื่นชอบก็คือ “หุ้นปันผล” เพราะในท่ามกลางความผันผวนระหว่างการลงทุนนั้น ก็ยังมี “ปันผล” กลับคืนมาให้ชื่นใจได้บ้าง
เพียงแต่จะนำ “ปันผล” ที่ได้นั้น มาในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง ปัจจุบันกลุ่ม “กองทุนหุ้นปันผล” จะมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1) กองหุ้นปันผล ที่มีการ ‘จ่ายปันผล’ คืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน เสมือนหนึ่งไปลงทุนในหุ้นปันผลเอง และ 2) กองหุ้นปันผล ที่ ‘ไม่จ่ายปันผล’ แต่จะนำเงินปันผลที่ได้นั้นกลับไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนต่อไป
ดังนั้น แม้จะลงทุนใน “หุ้นปันผล” เหมือนกัน แต่รูปแบบการจ่ายผลตอบแทนอาจจะ “แตกต่างกัน” ได้ ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาทำความเข้าใจหนังสือชี้ชวนให้ดีก่อนลงทุนเพื่อจะได้เลือก “กองหุ้นปันผล” ที่ตอบโจทย์และตรงใจนั่นเอง

โดย “กองหุ้นปันผล” ที่แนะนำในครั้งนี้เป็นแบบ ‘ไม่จ่ายปันผล’ เป็นกองทุนรวมจาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ ในชื่อ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุนชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOHD-A)” ที่ได้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564) นั้นมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกว่า 176,310,747 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 19.13 บาทต่อหน่วย
สำหรับนโยบายการลงทุนของกองนั้น จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้เพราะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจลงทุนเป็นอันดับต้นของนักลงทุนที่จะต้องลงทุนในกองทุนเพื่อให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยการลงทุนของ ‘TISCOHD-A’ นั้นจะยึดการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก
“แต่ที่น่าสนใจนั้น กองทุนจะใช้เกณฑ์การพิจารณาหรือการคัดเลือกหุ้นที่เข้าลงทุนเป็นหุ้นที่อยู่ในดัชนี ‘SET High Dividend 30 Total Return Index’ หรือเป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจาก ‘เงินปันผลสูง’ และต่อเนื่อง ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้พัฒนาดัชนีดังกล่าว โดยได้ให้น้ำหนักการลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
ณ วันที่ 29 ต.ค. 64 ‘กองทุน TSCOHD-A’ มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับ ดังนี้
-ธนาคาร 40.19%
-พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 17.77%
-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 12.81%
-พลังงานและสาธารณูปโภค 11.41%
-วัสดุก่อสร้าง 8.97%

“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กอง TISCOHD-A’ นั้น ก็มีความโดดเด่นไม่น้อย โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 6.97% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 4.32% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -44.31%”
ซึ่งใครที่สนใจการลงทุนใน ‘กอง TISCOHD-A’ กองทุนไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไป พูดง่ายๆ ก็คือผู้ลงทุนจะใส่เงินลงทุนเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ ในส่วนการขายคืนกองทุนก็เช่นกัน โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับตั้งแต่คำนวณ NAV
ทั้งนี้ช่องทางการซื้อขายกองทุนผู้อ่านหรือผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารทิสโก้ และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือในช่องทางออนไลน์อย่างเปิดบัญชีกองทุนรวมผ่านระบบโมบายแอพพลิเคชั่นอย่าง TISCO My Funds
“ตลาดหุ้นไทยเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้นเรื่อย ตามแนวโน้มคาดการณ์เศรษฐกิจที่จะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งและส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตได้ สำหรับนักลงทุนก็ถือเป็นโอกาสลงทุนครั้งสำคัญอีกหนึ่งครั้งที่จะเข้าทยอยสะสมหุ้นไทยเพื่อการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุนใน ‘หุ้นปันผลสูง’ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตได้เป็นอย่างดี”
