ปลดล็อก “กระจายการลงทุน” สร้างผลตอบแทนทั่วโลกกับ...“K-GA” !!!

การลดความเสี่ยงการลงทุน ด้วยการ “กระจายเงินลงทุน” ไปยังหลากหลายสินทรัพย์ถือเป็นคำแนะนำอันดับต้นๆ ที่เรามักจะได้ยินจากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ


ซึ่งการจะแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการรับความเสี่ยงของแต่ละตัวบุคคล แต่ก็ควรจะมีการลงทุนทั้งใน “สินทรัพย์เสี่ยง” และ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ไว้ในพอร์ตลงทุนมาทำหน้าที่คอยสร้างบาลานซ์ให้แก่พอร์ต


แต่ก็ยังมีนักลงทุนอีกน้อยที่ยังมองว่าวิธีดังกล่าว ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะต้องใช้เวลาในการศึกษาพอสมควรเพื่อให้เข้าใจถึงหน้าที่ของสินทรัพย์และให้เข้ามามีบทบาทอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


เพื่อเป็นการเบาแรงของนักลงทุนในปัจจุบันก็จะมี “กองทุนผสม” ที่ผู้จัดการกองทุนจะคอยทำหน้าที่บริหารจัดการเงินลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนทั้งในยามที่ภาวะตลาดปกติและภาวะตลาดผันผวน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอโอกาสในการนำเสนอข้อมูล “กองทุนรวมผสมทั่วโลก” ที่น่าสนใจ ด้วยการได้รับการันตีด้วย “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ลงทุน



K-GA” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 19 ปีกว่า 4.60% ต่อปี

“การกระจายการลงทุน” ที่นักลงทุนคุ้นเคย คือ กระจายไปในหลากหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น, ตราสารหนี้, สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น


นอกจากนี้ยังมีการกระจายการลงทุนไปในระดับสินทรัพย์อีกด้วย เช่น ในหุ้นก็ยังสามารถกระจายไปในหุ้นที่หลากหลายได้อีกเช่นกัน


ไม่เพียงเท่านี้ การกระจายการลงทุนในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ในประเทศเท่านั้น แต่โอกาสยังเปิดออกไปยัง “ต่างประเทศ” ทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุนเองด้วย


เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า...โอกาสการลงทุนในตลาดโลกนั้น มีมากกว่าและหลากกว่าในไทยเพียงอย่างเดียวจริงๆ





โดยกองทุนที่เราหยิบขึ้นมาในครั้งนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA)” ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด ที่ตั้งกองดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2545 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์กว่า 17,890,135,572 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 13.00บาทต่อหน่วย


“ด้านรายละเอียดของกองถูกจัดให้เป็น ‘กองทุนผสม ที่มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund หรือลงในกองทุนหลักเพียงแค่ 1 กองทุนเท่านั้น โดยการลงทุนของ ‘K-GA’ ได้มุ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘BGF Global Allocation Fund​ A2 USD’ พร้อมกับป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75%  ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ”


ในส่วนนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้น มุ่งลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และตราสารระยะสั้นทั่วโลกทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารและจัดการโดย Blackrock โดยใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรุกหรือมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active management) ณ วันที 29 ต.ค. 64 ‘K-GA’ มีการลงทุนในกองทุนหลักอยู่ 101.50%, เงินฝาก 2.08% และอื่นๆ -3.58%


ณ วันที่ 29 ต.ค. กองทุนหลักได้แบ่งเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากประเภท ประกอบไปด้วย

-หุ้น                                               66.76%

-ตราสารหนี้                                     17.95%

-สินค้าโภคภัณฑ์                                0.16%

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด        15.13%

อื่นๆ                                                0.03%


หากแบ่งตามภูมิภาค จะประกอบด้วย

-North America Equity                     44.23%

-Europe Equity                                  15.31%

-North America Fixed Income            7.48%

-Emerging Market Equity                    5.57%

Emerging Market Fixed Income         4.94%





“หลายๆ คนเมื่ออ่านถึงตรงนี้ อาจจะเริ่มสนใจหรือตั้งข้อสงสัยว่า กอง ‘K-GA’ ด้วยรูปแบบกองทุนผสมจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ต.ค. 64) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.60% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีเทียบวัดอยู่ที่ 5.66% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 9.63% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีเทียบวัดอยู่ที่ 9.36% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -22.04%


แต่ความน่าสนใจของกองทุนก็ไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ เพราะกองทุนยังมีนโยบายการ “จ่ายเงินปันผล” เข้าช่วยสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยจะจ่ายปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้งรอบการพิจารณาปันผล​จะเกิดขึ้นทุกสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และ พฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาได้จ่ายเงินปันผลทั้งหมด 22 ครั้ง รวมเป็นเงิน 7.00 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดี


โดยใครที่สนใจจะลงทุนในกอง “K-GA” นั้น ก็มีเงื่อนไขในการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 500 บาท พร้อมกับการตั้งมูลค่าขั้นต่ำในการขายคืนอยู่ที่ 500 บาทเช่นกัน โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำรายการขาย (T+4)


ส่วนช่องทางการซื้อขายของกองนั้น สามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆหรือในช่องทางออนไลน์ที่มีอย่างหลากหลายภายในระบบโมบายแอพพลิเคชั่นอย่าง ​K-My Funds​​, K-Cyber และ K PLUS


การลดความเสี่ยงการลงทุนด้วยการ กระจายเงินลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์และในหลากประเทศทั่วโลก ก็ถือเป็นวิธีง่ายๆ ที่ผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านเครื่องมืออย่าง กองทุน ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่ผู้ลงทุนโดยไม่ต้องมานั่งปวดหัวหรือนั่งศึกษาข้อมูลเอกสารกองเท่าภูเขาให้เสียเวลา

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us