ชี้ “กองอสังหาฯ” มีสัญญาณฟื้นตัว...ชู REIT ‘ไทย-สิงคโปร์’ โอกาส Outperform ตลาดโลก !!!
การมาของ “วิกฤติ COVID-19” ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนไม่ใช่เฉพาะของไทยเท่านั้น แต่กระทบไปทั่วโลก
โดยกลุ่ม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” เองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน มากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละประเภทของสินทรัพย์ แต่ที่ได้รับผลกระทบน้อยหรือกลับได้รับผลในเชิงบวกก็มีเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามในภาพรวมถือว่ากระทบต่อบรรยากาศการลงทุนของ “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” อย่างปฏิเสธไม่ได้ สะท้อนผ่านดัชนี “PF&REIT TRI” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 ธ.ค. 21) +4.08% ในขณะที่ “SET TRI” + 14.23% ทิ้งห่างกันกว่า 10%
แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการที่ทุกประเทศกำลังพยายามจะเดินต่อไปให้ได้ท่ามกลาง COVID-19 ก็เป็นสัญญาณบวกต่อการลงทุนในกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจของกลุ่ม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” ในช่วง 11 เดือนแรกมาฝากกัน
“M-PATT” ธุรกิจโรงแรมสร้างเซอร์ไพรส์...โชว์ผลตอบแทนสูงสุดช่วง 11 เดือนแรก 43.33%
กลุ่ม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT/Infrastructure Fund” เป็นหนึ่งในการลงทุนทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการแหล่งรายได้ที่สม่ำเสมอกลับมาในระหว่างลงทุน เพราะกองทุนจะแปลง “ค่าเช่า” กลับมาจ่ายให้กับนักลงทุนในรูปของ “เงินปันผล” นั่นเอง
“เว้นเสียแต่กองทุนมีขาดทุนสะสมหรือไม่มีกำไร ก็จะงดจ่ายในรอบบัญชีนั้นๆ ไป ซึ่งจะเห็นว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว หรือบริการสาธารณะบางอย่างในช่วงที่ผ่านมา ก็ต้องงดจ่ายปันผลไปเช่นกัน”

หากดูผลตอบแทนรวม (ราคา+ปันผล) ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา กองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสูงสุด 5 อันดับแรก ก็ยังทำผลตอบแทนได้ไม่แพ้ตลาดหุ้นไทยโดยรวมเช่นกัน โดยมีสินทรัพย์ที่หลากหลายทั้งโรงแรม, ออฟฟิศ, โรงงาน และเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
นำมาโดยอันดับ1 และอันดับ2 นั้นเป็นของ ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ ทั้งคู่ ได้แก่ “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี ป่าตอง เฮอริเทจ (M-PATT)” ซึ่งลงทุนในธุรกิจโรงแรมภายใต้ชื่อ "โรงแรมป่าตอง เฮอริเทจ" (Patong Heritage Hotel) ทำผลตอบแทนในช่วง 11 เดือนได้ถึง 43.33%
ตามมาด้วย “กองทุนอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเอ็มเอฟซี อินดัสเตรียล อินเวสเมนท์ (M-II)” ที่ลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี, โรงงานในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร, อาคารโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง และอาคารพาณิชย์-สำนักงาน บนถนนกิ่งแก้ว ทำผลตอบแทนได้ 31.08%
อันดับ3 “กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ cpn คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG)” ของ ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ ที่ลงทุนในอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัล เวิลด์ ทำผลตอบแทนได้ 21.49%
อันดับ4 “กองทุนอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QLPF)” ของ ‘บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์’ ที่ลงทุนในโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินี, โครงการเวฟ เพลส และโครงการคิวเฮ้าส์ เพลินจิต ทำผลตอบแทนได้ 17.89%
สุดท้ายอันดับ5 “กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตส์ (MJLF)” ของ ‘บลจ.กสิกรไทย’ ที่ลงทุนในอาคารโครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน, โครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต และบางส่วนของโครงการศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ ซูซูกิ อเวนิว รัชโยธิน ทำผลตอบแทนได้ 16.67%
“กองอสังหาฯ-โครงสร้างพฐ.” ทั่วโลกฟื้นตัว...ชู REIT ‘ไทย-สิงคโปร์’ น่าจะ Outperform ตลาดโลกได้
เช่นเดียวกับ “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่มองว่า สภาวะเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกยังคงเอื้อต่อการลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก” ถึงแม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอตัวลงในกลุ่มประเทศที่มีการกระจายวัคซีนได้ดีอย่างสหรัฐหรือจีนก็ตาม แต่ก็ยังคงขยายตัวได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนการระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกยังมีสัดส่วนของ REIT ในกลุ่ม “New Economy” เช่น Cell Tower, Data Center, Logistic สูงกว่า 50% ทำให้มีอัตราการเติบโตของกำไรในระดับค่อนข้างสูง ส่งผลให้ยังคงมีความน่าสนใจลงทุนทั้งในแง่การกระจายความเสี่ยง และการเติบโตในอนาคตสำหรับการลงทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกคาดว่าอาจจะมีการปรับขึ้นไม่สูงมาก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นตลาดที่มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และราคาปรับขึ้นมาแรงในช่วงก่อนหน้า

(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)
“สำหรับการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาใน REIT ‘ไทย’ และ ‘สิงคโปร์’ เองนับว่าได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อ COVID-19 ค่อนข้างมาก ส่งผลให้ผลประกอบการยังคงถูกกดดันจากมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตามการทยอยกลับมาเปิดประเทศในช่วงไตรมาส 4 ถึงปีหน้า จะสามารถสร้างโอกาสการลงทุนใน REIT ไทยและสิงคโปร์ได้ โดยคาดว่าผลตอบแทนจะสูงกว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกจากราคาที่ปรับขึ้นน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมา จึงถืออีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน”
การที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลกและไทยกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้งท่ามกลาง COVID-19 ยังเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่ม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” ในภาพรวม และถือเป็นอีกกลุ่มที่ยัง Laggard ตลาดหุ้นอยู่พอสมควรเลยทีเดียว
