Official Update :

“SCBTHAICGA”…อีกทางเลือกการลงทุน ‘หุ้นไทยธรรมาภิบาลดี’ !!!

“ธีมการลงทุน ESG หรือ การลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดหรือการคำนึงถึงหลักเกณฑ์ของ สิ่งแวดล้อม สังคม การกำกับดูแล โดยในปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนก็ต่างให้มากสำคัญกับประเด็นดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ


ซึ่งธีมดังกล่าวเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะช่วงหลังจากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ที่เป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้กระแสการลงทุนดังกล่าวเกิดได้เร็วขึ้น


แต่การลงทุนธีม ESG ไม่ได้เป็นที่แพร่หลายแค่ในต่างประเทศเท่านั้น ในประเทศไทยเองก็ได้รับแรงผลักดันทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งในส่วนภาคการลงทุน “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)” ก็ได้เปิดโอกาสให้ลงทุนด้วยเช่นกัน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอโอกาสนี้ ในการนำเสนอกองทุนรวมที่น่าสนใจภายใต้ “ธีมการลงทุน CGที่เป็นดั่งหนึ่งในธีม ESG ที่สำคัญยังได้ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่น่าสนใจในครั้งนี้



SCBTHAICGA”…ได้ทั้ง ‘ผลตอบแทน’ และร่วมส่งเสริม ‘บริษัทไทยธรรมาภิบาลดี’

ในปี2017 กองทุนรวมธรรมภิบาลไทยได้ถือกำเนิดขึ้นมาในอุตสาหกรรมกองทุนรวม เป็น กองหุ้น” ที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมภิบาล ส่งเสริมการทำธุรกิจที่คำนึงถึงการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อมการ มีธรรมาภิบาลที่ดี ตามแนวคิดของ ESG


“โดยมีแนวคิดเพื่อหาทุนสนับสนุนการดำเนินงานของภาคประชาชนที่เกี่ยวกับธรรมภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญและเข้ามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น รณรงค์ให้มีการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและผู้เกี่ยวข้อง (Stakeholders) และแก้ปัญหาธรรมาภิบาลและการคอร์รัปชั่นในธุรกิจตลาดทุน”





หนึ่งในกองทุนดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ภายใต้ชื่อ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นธรรมาภิบาลไทยชนิดสะสมมูลค่า (SCBTHAICGA)” ที่ได้จัดตั้งขึ้นมาในวันที่  19 กันยายน 2560 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 457,178,359 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.26 บาทต่อหน่วย


ซึ่งในส่วนการลงทุนของกองจะมีการลงทุนครอบคลุมไปในตราสารทุน (หุ้น) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นหลักเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


“เพียงแต่เกณฑ์การคัดเลือกหุ้นหรือบริษัทนั้น จะต้องมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงบริษัทที่รับการรับรองเป็น ‘สมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC)’ ซึ่งการพิจารณาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอาจพิจารณาจากการจัดอันดับ ‘CG Scoring’ ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยหรือหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง”


โดยในปัจจุบันอุตสาหกรรมธุรกิจที่ได้รับเกณฑ์ดังกล่าวก็มีอย่างแพร่หลาย แต่กลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุน SCBTHAICGA ได้ให้น้ำหนักหรือสัดส่วนการลงทุน 5 อันดับแรกในปัจจุบัน (ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2564) ประกอบไปด้วย


-พลังงานและสาธารณูปโภค                         22.94%

-พาณิชย์                                                 15.91%

-ธนาคาร                                                  15.66%

-ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์                                   9.67%

-ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์                                 8.32%





“ในส่วนของผลการดำเนินงานของกองนั้น ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีไม่แพ้กับกองทุนอื่นๆ โดยตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ต.ค. 64) ผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 3.26% ต่อปี สูงกว่าดัชนีชี้วัดที่ 2.34% ต่อปี ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 16.65% ต่อปี ต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่ 17.54% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -36.91% (ในกรณีที่อายุกองไม่ถึง5ปีจะนับเป็นตั้งแต่ช่วงจัดตั้งกองถึงปัจจุบัน)”


สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน ‘กอง SCBTHAICGA’ นั้น ทางบลจ.ได้ตั้งเงื่อนไขการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะต้องมีมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ 1 บาทในแต่ละครั้ง ส่วนการจะขายคืนก็อยู่ที่ 1 บาทเช่นกัน แต่การจะได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (โดยทั่วไปจะได้รับเงินภายใน 2 วัน ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนนับจากวันทำรายการ (T+2))


หากพูดถึงรายละเอียดการซื้อขาย ก็คงไม่พลาดที่จะต้องพูดถึงช่องทางการซื้อขายของกองนั้นสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างธนาคารไทยพาณิชย์และผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น ในส่วนช่องทางออนไลน์สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น Easy Fund, SCB EASY NET และSCB EASY APP


การลงทุนใน หุ้นธรรมาภิบาล ก็ถือเป็นหนึ่งลงทุนในธีม ESGได้เช่นเดียวกันแม้ว่าอาจจะเป็นธีมที่ถูกย่อยหรือแตกแขนงออกมาอีกที แต่ในส่วนของการดำเนินงานของบริษัทส่วนใหญ่ก็ยังคงให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม การกำกับดูแล ซึ่งในอนาคตก็จะช่วยสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดีในระยะยาว

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา