“KT-CLMVT-A”...กับโอกาสเติบโตไปกับศก. “กลุ่ม CLMVT” !!!
ในปีที่ผ่านมา สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ได้กดดัน “ตลาดหุ้นเอเชีย” อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายดีนัก จากการแจกจ่ายวัคซีนที่ยังไม่ทั่วถึงประชาชนและการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่
จนทำให้ความน่าสนใจของตลาดถูกลดทอนลงเมื่อเทียบกับ “ตลาดหุ้นฝั่งพัฒนาแล้ว” ที่เริ่มมีการจัดการทำให้มีการเปิดเมืองและการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกมาได้มากขึ้น
แต่ “ข่าวดี” ก็ไม่ได้มาเยือนแค่ในตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ในปัจจุบันแนวโน้มการเมืองของตลาดหุ้นเอเชียก็เริ่มส่อแววกลับมาเปิดได้ทีละประเทศทำให้ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนกลับมาให้ความน่าสนใจได้กลับมาอีกครั้ง
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ มีกองทุนรวมที่น่าสนใจทั้งในด้านนโยบายการลงทุนอย่างการมุ่งเน้นลงทุนใน “กลุ่มประเทศ CLMVT” ได้แก่ประเทศกัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา, เวียดนาม และไทย ซึ่งได้ “Morningstar 5 ดาว” มาแชร์ในครั้งนี้
“KT-CLMVT-A” ลุยหุ้นกลุ่ม ‘CLMVT’...โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 5 ปี 8.90% ต่อปี
“ตลาดหุ้นเอเชีย” นั้น ถือเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ตลาดหนึ่งในโลก และมีความหลากหลายให้เลือกลงทุน สามารถแบ่งย่อยได้หลายกลุ่มหลักๆ ได้แก่ เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น), เอเชียเหนือ, อาเซียน, TIP (ไทย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) และน้องใหม่อย่าง “กลุ่ม CLMV” (กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา, เวียดนาม) เป็นต้น
แม้ว่าตลาดกลุ่ม “CLMV” นั้น อาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยกับนักลงทุนมากนัก หลายตลาดก็เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาไม่นาน อาจไม่ได้น่าสนใจนักสำหรับนักลงทุนระดับโลกที่มองเข้ามาและมีข้อจำกัดในการลงทุน แต่สำหรับ “ไทย” ซึ่งใกล้ชิดกับตลาดเหล่านี้มากกว่าก็ถือเป็นอีกโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถเข้าไปสัมผัสได้ง่ายไม่แตกต่างจากการลงทุนในไทยเอง

โดยกองทุนดังกล่าว ได้แก่ “กองทุนเปิดกรุงไทย หุ้น ซีแอลเอ็มวีที (ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ “KT-CLMVT-A” ที่บริหารจัดการโดย ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)’ ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 จนถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2564) มูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 1,166,082,830 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 14.84 บาทต่อหน่วย
“ในส่วนของนโยบายการลงทุน อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ากองทุนดังกล่าวจะเป็นกองที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศ CLMVT ได้แก่ประเทศกัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา, เวียดนาม และไทย ที่บลจ.จะเป็นคนในการบริหารจัดการและรวมไปถึงการคัดเลือกหุ้นหรือสินทรัพย์ที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนด้วยบลจ.เอง”
แต่เกณฑ์การคัดเลือกหุ้นหรือสินทรัพย์ของบลจ. จะมุ่งเน้นในธุรกิจเกี่ยวข้องและได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 64 อุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจที่กองทุนให้น้ำหนักการลงทุน 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
-หมวดธุรกิจการเงิน 37.9%
-หมวดเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 10.3%
-หมวดสินค้าอุตสาหกรรม 9.6%
-หมวดบริการ 9.3%
-หมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 9.1%

“มาดูกันที่ในแง่ของผลการดำเนินงานของ KT-CLMVT-A ที่ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองมาถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 64) เฉลี่ยอยู่ที่ 8.90% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีเทียบวัดอยู่ที่ 12.55% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินด้วยสินทรัพย์อย่างหุ้นที่มีความผันผวนสูง จึงทำให้เฉลี่ยอยู่ที่ 14.30% ต่อปี ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดที่ 14.60% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -46.11%”
ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นกองทุนได้เปิดกว้างให้ผู้ลงทุนทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่จะมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+5)
ทั้งนี้หากไม่พูดถึงช่องทางการซื้อขายกองทุนก็คงไม่ได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
“ผลการดำเนินงานของ ‘กลุ่มหุ้น CLMVT’ ในปัจจุบันเองก็เริ่มเชิดหัวขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้ความน่าสนใจของกลุ่มเองก็เริ่มตีตื้นขึ้นมาในระดับที่ใกล้เคียงกับหุ้นกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วที่มีการปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้า ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนใช้โอกาสนี้เริ่มกลับมาลงทุนในกลุ่มหุ้นดังกล่าวหรือใช้ทางเลือกกองทุนรวมอย่างกองทุน KT-CLMVT-A”
