หวัง “กองทุน” ลุยหุ้นกู้ ‘SME’…หนุน ‘บริษัทขนาดกลาง’ ระดมทุนง่ายขึ้น !!!
“หุ้นกู้” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่โดดเด่นขึ้นมาในช่วง COVID-19 ที่ ‘ดอกเบี้ยต่ำติดดิน’ เช่นนี้
นี่นับเป็นปีที่2 ที่มูลค่าการออก “หุ้นกู้ระยะยาว” ทะลุ 1 ล้านล้านบาทอีกครั้ง (ครั้งแรกปี2019) เพียง 11 เดือนแรก มีมูลค่าการออก 1.01 ล้านล้านบาท
ทะลุเป้าทั้งปีที่ทาง “สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)” ให้ไว้ที่ 9 แสนล้านบาท ไปเรียบร้อยแล้ว
และเชื่อว่า “โมเมนตัม (Momentum)” นี้จะมีต่อเนื่องในปีหน้า ที่ประเมินว่ามูลค่าการออกจะอยู่ประมาณ 8 – 9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาได้ไม่ยากนัก
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลสถิติและมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ตลาดหุ้นกู้” มาฝากกัน
บริษัทแห่งออก “หุ้นกู้” ล็อกต้นทุนดอกเบี้ย...หนุนยอดออก 11 เดือนแรกทะลุเป้าทะยานแตะ 1 ล้านล้านบาท
โดย “ศิรินารถ อมรธรรม” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า ไม่คิดว่าตลาดหุ้นกู้จะฟื้นตัวได้เร็วถึงเพียงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนเองก็มั่นใจ ในขณะที่ผู้ออกเองก็ปรับตัวให้เข้ากับ COVID-19 ได้ ประกอบกับดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวในระดับต่ำจึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการที่จะออกหุ้นกู้เพื่อล็อกต้นทุนทางการเงินให้กับบริษัทไปด้วยในตัว ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขมูลค่าการออกในช่วง 11 เดือนแรกของปี21 ก็แตะ 1,006,087 ล้านบาทไปแล้ว จากเป้าที่มองไว้ที่ 900,000 ล้านบาท

(ศิรินารถ อมรธรรม)
“หู้นกู้ที่ออกปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของ ‘Investment Grade’ และ ‘High Yield’ แต่ส่วนใหญ่ของตลาดหุ้นกู้ยังคงเป็น Investment Grade เป็นสำคัญ โดยจะเห็นได้จาก 90% ของมูลค่าการออกนั้นเป็น ‘Investment Grade’ นั่นเอง โดยอายุเฉลี่ยของหุ้นกู้ที่ออกเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ปี สั้นลงมาจากเดิมประมาณ 5.5 ปี ทั้งนี้จากดอกเบี้ยในประเทศที่ยังทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่องในปีหน้า คาดว่ามูลค่าการออกหุ้นกู้ในปีหน้าแม้จะไม่มากเท่าปีนี้ แต่ก็น่าจะอยู่ในระดับ 800,000 – 900,000 ล้านบาท ได้”
หากดูผลตอบแทนของ “หุ้นกู้” ที่เป็น High Yield อายุ 3 ปี อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 6 – 7% ต่อปี ถ้าเป็นหุ้นกู้ Investment Grade เช่น เรทติ้ง A อายุ 3 ปี ผลตอบแทน 1.9% ต่อปี หรือเรทติ้ง BBB อายุ 3 ปี ผลตอบแทนก็ 4.0% เป็นต้น ดังนั้นถ้าไปเทียบกับ ‘ดอกเบี้ยเงินฝาก’ ถือว่าดีกว่ากันมาก ในขณะที่ ‘ความเสี่ยง’ ก็ไม่เท่ากับ ‘หุ้น’ แต่ประการใด นักลงทุนเองเชื่อมั่น ผู้ออกปรับตัวได้ จึงทำให้ตลาดหุ้นกู้ปีนี้เติบโตขึ้นมาค่อนข้างมาก
หวัง “กองทุน” ลุยหุ้นกู้ SME…หนุน ‘บริษัทขนาดกลาง’ ระดมทุนผ่าน ‘ตลาดตราสารหนี้’ ง่ายขึ้น
“ตลาดหุ้นกู้” เป็นทางเลือกหนึ่งในการระดมทุนของบริษัทนอกเหนือจาก “สินเชื่อแบงก์” ซึ่งถือเป็นแหล่งระดมทุนที่มีต้นทุนที่ถูกกว่าโดยเปรียบเทียบ แต่ยอมรับว่าปัจจุบันตลาดนี้เป็นของบริษัทที่มีเรทติ้งเป็นสำคัญ แต่เราไม่ได้มีข้อจำกัดในการที่บริษัทจะเข้ามาระดมทุนผ่าน “ตลาดตราสารหนี้” แต่ประการใด
อย่างไรก็ตาม “ตลาดตราสารหนี้” เป็นตลาดที่อิงกับ ‘เครดิต (Credit)’ ดังนั้นบริษัท “SME” ที่จะเข้ามาระดมทุนในตลาดตราสารหนี้จึงมีไม่มาก เพราะถ้าต้องทำเรทติ้งต้นทุนอาจจะไม่ได้ถูกกว่าแบงก์มากนัก ที่สำคัญคือ ‘ขายยาก’ เพราะเป็นบริษัท SME นักลงทุนอาจจะรู้จักไม่มากนักจึงไม่เป็นที่เชื่อถือของนักลงทุน บริษัทนอกตลาดที่ออกหุ้นกู้ส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักของนักลงทุนเป็นอย่างดี เป็นต้น

“สิ่งที่เราอยากเห็น คือ บลจ.มีการจัดตั้ง ‘กองทุน’ ขึ้นมาเพื่อเข้ามาลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทขนาดกลางในตลาดเหล่านี้ ซึ่งหากออกด้วยวิธีปกติอาจจะทำได้ยากและไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุน ขายยาก แต่ถ้ามีกองทุนที่จัดตั้งขึ้นมาเฉพาะเพื่อลงทุนก็จะช่วยได้มาก แต่ก็ยังไม่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ก็หวังว่าจะมีเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยร่วมพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในอนาคตอันใกล้นี้เช่นกัน”
“ผลตอบแทนที่แท้จริง” ของ ‘ไทย’ สูงกว่า ‘สหรัฐ’...ทำ “เงินต่างชาติ” ไหลเข้าสุทธิตั้งแต่ต้นปีกว่า 1.14 แสนล้านบาท
สำหรับเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาตินั้น ตั้งแต่ต้นปีถึง 23 ธ.ค. 21 มียอดซื้อสุทธิ 114,163 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมี.ค. 21 เป็นต้นมา ส่วนใหญ่ 60-70% เป็นการลงทุนใน ‘ตราสารหนี้ระยะยาว’ ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการเข้ามาลงทุนจริงๆ
“เงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาทั้งภูมิภาค ไทยเองก็ได้รับอานิสงส์นั้นด้วยเช่นกัน แต่ก็มีพื้นฐานที่รองรับเพราะหากมอง ‘ผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Interest Rate)’ ของ ‘ไทย’ ปัจจุบันก็ยังสูงกว่า ‘สหรัฐ’ อย่างไรก็ตามจากทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐที่ตึงตัวมากขึ้น น่าจะส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดลดลง เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า ค่าเงินบาทอ่อนค่า ในขณะที่เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงอาจเห็นเงินลงทุนต่างชาติไหลออกได้ในปีหน้า แต่ไม่เยอะ ไม่ใช่ Panic ขายออกแต่ประการใด”
“ปีขาล-2022” ตลาดมองว่าดอกเบี้ยไทยยังน่าจะทรงตัวในระดับต่อไปจนถึงสิ้นปี (หรือจะขยับก็ช่วงปลายปี) ซึ่งน่าจะยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทในการ ‘ล็อกต้นทุน’ การเงินให้ตัวเองด้วยการออก “หุ้นกู้” และก็เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนของนักลงทุนด้วยเช่นกัน จึงเชื่อว่าในปีเสือที่กำลังจะมาถึงนี้ น่าจะเป็นอีกปีที่ดีสำหรับ “ตลาดหุ้นกู้” อีกปีอย่างแน่นอน
