“ASP-EVOCHINA”…ร่วมเติบโตไปกับศก.จีนยุคใหม่ ‘New Economy’ !!!

“ตลาดหุ้นจีน” หรือ ตลาดเป็นดั่งผู้นำของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่หลายอุตสาหกรรมธุรกิจมีความโดดเด่นและการเติบโตที่ดีไม่แพ้กับตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศ


ทำให้ได้รับความน่าสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มหน้าใหม่หรือหน้าเก่าต่างก็อยากจะเข้าไปแสวงหาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในอนาคต


ซึ่งแน่นอนว่าการจะเข้าไปลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายในมุมของนักลงทุนต่างชาติ แต่สำหรับนักลงทุนไทยนั้นสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมได้ โดยไม่ต้องผ่านวิธียุ่งยากหลายขั้นตอน


หนึ่งใน “หุ้นจีน” ที่น่าสนใจ ก็คือกลุ่ม New Economy” ที่เป็นหุ้นนวัตกรรมต่างๆ นั่นเอง


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอโอกาสนี้ในการหยิบยกกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” ที่เน้นหุ้นเปลี่ยนโลก ได้รับการจัดอันดับ Morningstar 5 ดาว” ที่มีความน่าสนใจมาแนะนำให้แก่ผู้ลงทุนหรืออ่าน



ASP-EVOCHINA” ลุยหุ้นจีน ‘New Economy’ ...โชว์ผลตอบแทนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 3 ปีกว่า 19.06% ต่อปี

สำหรับ ตลาดจีน” ในปีนี้ในภาพรวมอาจดูไม่สู้จะดีเท่าไรนัก หลังเจอมาตรการคุมเข้มจากภาครัฐตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาในหลากหลายอุตสาหกรรม จนส่งผลให้ผลตอบแทนผันผวน


หากนับตั้งแต่ต้นปีถึงพ.ย.21 ตลาดปรับตัวลงไปแล้ว -19.4%  ในขณะที่ “ดัชนีหุ้นทั่วโลก” +12.6%


แม้ Omicron” จะกลับมาเป็นความเสี่ยงใหม่อีกครั้งสำหรับศก.และการลงทุนของจีนและทั่วโลกก็ตาม แต่ปัจจุบันมูลค่าตลาดจีนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี มีผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดีกว่าหลายภูมิภาค ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้มีแผนที่จะผลักดันให้ประเทศก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้นำของโลก” โดยมุ่งเน้นการวิวัฒน์ประเทศเข้าสู่ ยุคเศรษฐกิจเกิดใหม่ (New Economy)’ ที่มุ่งเน้นที่จะสร้างงานด้านบริการที่มี Value-Added รวมถึงการผลักดันตัวเองขึ้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมภายในปี 2035


ปีนี้ถือเป็นปีที่ไม่ดีนักสำหรับ “หุ้นจีน” แต่ในอีกมุมหนึ่งนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนเพื่อหวังผลในระยะยาวร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของ ‘New Economy’ ของจีนอย่างปฏิเสธไม่ได้





สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อีโวลูชั่น ไชน่า อิควิตี้” หรือ  ASP-EVOCHINA” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด และยังเป็นกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” อีกด้วย


ซึ่งรายละเอียดเบื้องลึกของ ‘กอง ASP-EVOCHINA’ นั้น เป็นกองประเภทตราสารทุน (หุ้น) ต่างประเทศ อยู่ในกลุ่มกองทุนหุ้นจีนที่จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 2,620,664,883 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 15.83 บาทต่อหน่วย


“สำหรับนโยบายการลงทุนของกองนั้น จะเป็นการลงทุนในหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่มีการจดทะเบียนธุรกิจ ดำเนินธุรกิจ มีรายได้หลักจากการประกอบกิจการ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษฮ่องกงและประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงอาจพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุน CIS หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่มีนโยบายการลงทุนในลักษณะดังกล่าวข้างต้นด้วย โดยผสมผสานทั้งการลงทุนผ่านกองทุนและการลงทุนโดยตรงเองด้วย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการลงทุนนั่นเอง”


ณ วันที่ 30 พ.ย. 64 กองทุนมีการลงทุนในหน่วยลงทุน 66.49% ลงทุนในหุ้น 33.40% เงินฝาก/ตั๋วแลกเงิน 6.59% Derivatives -1.21% และอื่นๆ -5.31%





“ในแง่ของผลการดำเนินงานโดยรวมของ ASP-EVOCHINA ตั้งแต่จัดตั้งกองมาถึงปัจจุบัน (ณ 30 พ.ย. 64) อยู่ที่ 19.06% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 9.12% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินนั้นก็มีความผันผวนสูงที่สูงเช่นกันหรือเฉลี่ยอยู่ที่ 24.46% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 21.94% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -27.58%


ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นผู้ลงทุนสามารถทำโดยอิสระหรือกองทุนไม่ได้มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่ยังคงมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ทั้งนี้สำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุนก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นในช่องทางออฟไลน์อย่าง บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด แต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น อย่าง ASP FUND


แม้ว่า ตลาดหุ้นจีนในช่วงที่ผ่านมา อาจจะต้องเผชิญข่าวลบอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลจีนที่เข้ามาคุมเข้มอุตสาหกรรมธุรกิจต่างๆ เพื่อจัดระเบียบและสร้างความเท่าเทียมให้แก่ภาคธุรกิจ แต่หลังจากที่ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยก็ถือเป็นโอกาสที่ความน่าสนใจของตลาดหุ้นกลับมาอีกครั้ง ซึ่งในจังหวะที่ตลาดย่อตัวก็ถือเป็นช่วงที่น่าทยอยเก็บสะสมได้เช่นกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us