Top 5 “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” โชว์ผลงานปี64 สุดเปรี้ยง...Outperform ตลาดรวม 38-56% !!!

“ตลาดหุ้นไทย” ในปี 64 ที่ผ่านมาได้มีการปรับตัวขึ้นถึง 208 จุดหรือราว 14.37% จนทำให้ในสิ้นปีดัชนีขึ้นมาสู่ที่ระดับ 1,657 จุด ซึ่งในส่วนของดัชนีผลตอบแทนรวมบวกขึ้น 17.67%


แต่สำหรับหุ้นรายตัวหรือ “กองทุนรวมหุ้นไทย” นั้น ผลการดำเนินงานกลับสามารถทำได้ดีกว่าดัชนีผลตอบแทนโดยรวมไม่ว่าจะหุ้นขนาดใหญ่ กลางและเล็ก


ซึ่งในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้หยิบข้อมูล “กองทุนรวมหุ้นไทยขนาดกลางและเล็ก” ในแง่ของผลการดำเนินงานปี 64 ที่ผ่านมานำเสนอและแชร์ให้แก่ผู้อ่านในครั้งนี้กัน



TLMSEQ” แชมป์กลุ่ม ‘กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ ปี64...โชว์ผลตอบแทนสุดสวย 74.03%

โดย “กองทุนรวมหุ้นไทยขนาดกลางและเล็ก” ในอุตสาหกรรมจากเหล่าบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ของไทยมีให้นักลงทุนได้เลือกสรรกันถึง 139 กองทุน


“แต่ก็ใช่ว่าทุกกองจะมีผลงานที่สอดคล้องกันไปเสมอทุกกองทุนเพราะด้วยตัวนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันของแต่ละบลจ.และตามแผนกลยุทธ์การบริหาร จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของผลการดำเนินงานที่แตกต่างกันไปนั่นเอง”


สำหรับกองทุนที่ผลการดำเนินงานที่มีความโดดเด่นกว่ากองทุนอื่นๆ นั้น เราได้หยิบยกตัวอย่างขึ้นมา 5 กองทุน โดยเริ่มกองที่สามารถทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดหรือบวกขึ้น 74.03% อย่าง “กองทุนเปิดทาลิส MID-SMALL CAP หุ้นทุน (TLMSEQ)” ที่บริหารจัดการโดย บลจ.ทาลิส


“ในแง่ของนโยบายการลงทุนนั้น จะมุ่งเน้นลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ”


ซึ่งหลักทรัพย์ 5 อันดับที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุดประกอบไปด้วย บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH, บริษัท เจ เอ็ม ทีเน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT, บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART, บริษัท สยามราชธานีจำกัด (มหาชน) หรือ SO และบริษัท ไวส์ โลจิสติกส์จำกัด (มหาชน) หรือ WICE เรียงตามลำดับ





ต่อมาจะเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารและจัดการของ บลจ.เอ็มเอฟซี ที่ได้ครองอันดับ 2 และ 3 โดยเป็นกองทุนเดียวกันแตกต่างกันที่ชนิดของกองทุนหรือก็คือ “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป หุ้นระยะยาว ชนิดเพื่อการลงทุน (MIDSMALLMF)” และ “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป หุ้นระยะยาว ชนิดหุ้นระยะยาว (MIDSMALLLTF)” ที่ทำผลตอบแทนในปี64 ได้ 57.44% และ 57.38% ตามลำดับ



“ที่ตัวนโยบายเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุน (หุ้น) ของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว”


ซึ่ง 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุดของทั้ง 2 กอง ประกอบไปด้วย บริษัท เจ เอ็ม ทีเน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT, บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER, บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK, บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ตามลำดับ


ถัดมาเป็น “กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น Mid-Small Cap (KTMSEQ)” ที่อยู่ภายใต้การบริหารและจัดการของ บลจ.กรุงไทย ที่ทำผลตอบแทนในปี64 ได้ 56.77%


“ซึ่งจะมุ่งเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทขนาดกลางและหรือขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ”


โดยในส่วน 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX, บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์จำกัด (มหาชน) หรือ WICE, บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER, บริษัท เจ เอ็ม ทีเน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT และบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE


สุดท้ายเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารและจัดการโดย บลจ.เอ็มเอฟซี ในชื่อ “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่รับเงินปันผล (M-MIDSMALL-D)” ด้วยผลตอบแทนปี64 ที่ 55.61%


ที่ตัวนโยบายการลงทุนและหน้าตาของหลักทรัพย์ที่ลงทุนจะคล้ายคลึงกับ 2 กองทุนก่อนหน้า(MIDSMALLMF และ MIDSMALLLTF) ทั้งหมด เพียงแต่ในส่วนของ M-MIDSMALL-D นั้น จะมีตัวนโยบายอย่างการจ่ายเงินปันผลเข้ามา โดยจะจ่ายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นกองทุนก็ได้มีการจ่ายปันผลมาแล้วทั้งสิ้น 4 ครั้ง


นับว่า หุ้นไทยขนาดกลางและเล็กก็มีความน่าสนใจและมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นไม่แพ้กับหุ้นใหญ่ ถึงแม้ว่าขนาดหรือไซตด์จะเล็กกว่ากัน แต่ในแง่ของการเติบโตและการปรับกลยุทธ์ที่มีความคล่องตัวสูงกว่านั้นก็สามารถทำให้ศักยภาพการเติบโตทำได้ดีไม่แพ้กัน และถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งทางเลือกที่สามารถจะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตการลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 15 hours ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 14 hours ago
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
Updated 16 hours ago
Follow Us