“บลจ.” มั่นใจ “หุ้นไทย” ปี65 ยัง ‘ขาขึ้น’...โอกาสทะยานไกลถึง 1,850 จุด !!!
นับว่า “ตลาดหุ้นไทย” ในปี 65 พึ่งเปิดการซื้อขายมาได้ไม่กี่วันก็เจอมรสุมรุมกระหน่ำทั้ง “Omicron” และการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเร็วของ “ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)” ทำให้ตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปียังไม่ไปไหนไกล (ณ วันที่ 6 ม.ค. 65) ทรงตัวอยู่ที่ 1,653.03 จุด -0.28%
แต่นี่ก็ถือว่าเป็นเปิดตลาดรับปีขาลเพียงไม่กี่วันเท่านั้น เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังเป็นปัจจัยที่สืบเนื่องจากปี 64 และก็ยังไม่มีวี่แววที่จะคลี่คลายในเร็วๆนี้
และในภาพรวมแล้ว มุมมองทิศทาง “ตลาดหุ้นไทย” ในปีนี้ก็ยังเป็น “บวก” กันส่วนใหญ่ มากน้อยแตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง
เพื่อเป็นการเอาใจนักลงทุนและผู้อ่านในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้รวบรวมเหล่าความคิดเห็นและมุมมอง “ตลาดหุ้นไทย” ในปี 65 จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มาแชร์กันในครั้งนี้
“บลจ.กสิกรไทย” มองหุ้นไทยปีเสือไปไกล 1,850 จุด...รับการฟื้นตัวศก.ในประเทศที่คาดว่าจะโต 3.9%
โดยเริ่มที่ “บลจ.กสิกรไทย” ที่ให้แนวโน้ม “หุ้นไทย” ในปี 65 มีโอกาสขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,850 จุด ได้ โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะอยู่ประมาณ 3.9% และอัตราการฉีดวัคซีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะทำให้การเปิดประเทศของไทยน่าจะมีส่วนช่วยด้านการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 6-8 ล้านคน รวมถึงการฟื้นตัวของการส่งออกจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะส่งให้ปัจจัยพื้นฐานการลงทุนในหุ้นไทยให้ดีขึ้นด้วย
“ฟากกลยุทธ์แนะนำหุ้นที่น่าสนใจมี 3 ธีมหลักประกอบไปด้วย 1) กลุ่มที่มีรายได้-กำไรเติบโตดี ได้แก่กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, สาธารณูปโภค, สื่อสาร 2) กลุ่มที่มีศักยภาพในการฟื้นตัวของรายได้ ได้แก่กลุ่ม ธนาคารพาณิชย์, สินเชื่อ, สินค้าบริโภค, มีเดีย (Out-of-home) และ 3) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมือง ได้แก่กลุ่ม อสังหาริมทรัพย์, ท่องเที่ยว,เฮลธ์แคร์”
“บลจ.ทิสโก้” ให้เป้าหมายที่ 1,750 จุด…เน้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก ‘การเปิดเมือง’ & ‘การฟื้นตัวของศก.โลก’
ต่อมา “บลจ.ทิสโก้” ได้คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยในปี65 มีโอกาสที่ดัชนีจะขึ้นไปแตะ 1,750 จุด ตามภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์อัตราเติบโตของเศรษฐกิจในปี 65 จะเติบโตได้ 4% จากปีก่อนที่โต 1% ซึ่งมุมมองในภาวะปกติไม่รวมการเกิดแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน” กับการล็อกประเทศอีกครั้ง
“โดยการล็อกดาวน์ประเทศนั้นนักลงทุนอาจจะไม่ได้มีความกังวลมากนักหากมีกำหนดช่วงระยะเวลาที่ชัดเจน แต่หากมีการประกาศใช้ทันทีก็อาจทำให้ตลาดตอบรับในเชิงลบได้ แต่หากเป็นการปรับตัวลงในระยะสั้นก็อาจทำให้ปี65 ตลาดมีอัพไซด์เพิ่มได้มากขึ้น”

สำหรับคำแนะนำการลงทุนในปี 65 ยังอยากเน้นย้ำนักลงทุนให้ความสำคัญในกลุ่มธุรกิจที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดเมืองและธีมธุรกิจที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกันการลงทุนในกลุ่มภาคการท่องเที่ยวนักลงทุนอาจจะต้องหลีกหรือติดตามไปก่อน เพราะภาคธุรกิจดังกล่าวยังต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัว
“บลจ.กรุงไทย” มองเป้าปี65 ที่ 1,740 จุด...เน้นหุ้นกลุ่ม ‘Domestic Play’ & ‘Megatrend’
ถัดมา “บลจ.กรุงไทย” ได้มีมุมมองเกี่ยวกับตลาดหุ้นไทยในปี 65 ว่าคาดการณ์ดัชนีตลาดหุ้นที่ 1,740 จุด และรีเทิร์นจะอยู่ที่ 8-9% จากปัยจัยหนุนอย่างเศรษฐกิจที่ยังคงเป็นขาขึ้นได้หรืออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจอยู่ที่ราว 3.6-3.8 % ด้วยภาคการส่งออกที่เติบโตได้ดีและจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องในปีหน้าตามเศรษฐกิจโลกที่เริ่มกลับมาและภาคการบริโภคจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง
“โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจหรือแนะนำในปี65 ให้นักลงทุนมุ่งเน้นที่ในธีม ‘Domestic Play’ หรือ หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจในประเทศ อีกหนึ่งธีมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ หุ้นที่เกาะธีม ‘เมกะเทรนด์’ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหรือหุ้นที่มุ่งเน้นนโยบายลดโลกร้อนอย่างกลุ่มพลังงานสะอาด ที่กระแสในปัจจุบันค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก”
“บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์” ให้กรอบหุ้นไทยปีเสือ 1,600 – 1,700 จุด...แนะหุ้นกลุ่ม ‘New Economy’ น่าสนใจ
สำหรับบลจ.ต่อมาก็คือ “บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์” ที่เชื่อว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปี 65 ยังคงมีแนวโน้มที่ไปต่อได้แม้ว่าอาจจะเป็นระดับที่ไม่หวือหวามากนักเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม แต่ก็ถือเป็นระดับน่าสนใจซึ่งประเมินกรอบหุ้นไทยที่ 1,600 – 1,700 จุด ส่วนจุดต่ำสุดคงปรับลดได้ไม่ต่ำกว่า 1,580 จุด
“ด้วยเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 65 ที่จะยังคงเติบโตได้ต่อในอัตราที่ 2.7-3.0% ตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่กลับมาเติบโตและการรับมือหรือการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสCOVID-19 ได้ดีขึ้น จึงเป็นตัวหนุนให้ในส่วนของการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนก็ยังเติบโตต่อได้”
ซึ่งหากประเมินเป็นรายกลุ่มหุ้นขนาดจะเติบโตได้ 10% ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงอย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่วนกลุ่มพลังงาน ปัจจุบันราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงเป็นไปได้ยากหากจะเห็นราคาและกำไรปรับตัวที่หวือหวาได้ ขณะที่กลุ่มอื่นๆ อย่างธุรกิจขนาดกลางและเล็กมีโอกาสที่จะเห็นการเติบโตได้สูงหรือราว 15-30%
“สำหรับคำแนะนำการลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นไทย’ ยังคงเป็นหุ้นที่ควรมีติดพอร์ตไว้ ซึ่งกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจอาจจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มหุ้น Old Economy หรือ เศรษฐกิจยุคเก่า ที่สามารถปรับตัวไปยัง New Economy หรือ เศรษฐกิจยุคใหม่ แต่กลุ่ม Old Economy แต่ยังไม่มีปรับตัวก็อาจจะต้องหลีกเลี่ยงไปก่อน”

“บลจ.แอสเซทพลัส” ชี้หุ้นไทยขาขึ้น...โอกาสทะยานไกลแตะ 1,800 จุด
ถัดมาที่ “บลจ.แอสเซทพลัส” ที่ยังมองว่า ตลาดหุ้นไทยในปี 65 ยังคงเป็น “ขาขึ้น (Bullish)” ไปถึงระดับ 1,700 จุดและมีโอกาสที่จะทะลุ 1,800 จุด ตามตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน เนื่องจากภาพรวมการปรับตัวขึ้นของตลาดเชื่อว่าจะได้เห็นทุกตลาดในภูมิภาคอาเซียนในแง่ของผลการดำเนินงานหรือกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย ประเมินว่าจะเติบโตได้ 10-15%
“สำหรับกลุ่มหุ้นที่แนะนำหรือน่าสนใจหากประเมินเป็นรายอุตสาหกรรมกลุ่มพลังงานค่อนข้างน่ากังวลเนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันจะไม่มีความเคลื่อนไหวมากนักหลังจากที่ในปี64 ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูง แตกต่างจากกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่แนวโน้มผลการดำเนินงานจะกลับมาได้ดี อย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์”
ถัดมากลุ่มเทเลคอมหรือกลุ่มสื่อสารการควบรวมของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (มหาชน) จำกัด หรือ DTAC และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TURE ก็จะช่วยลดการแข่งขันและเสริมพื้นฐานให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นซึ่งจะทำให้หุ้นมีความน่าสนใจขึ้น
ด้านกลุ่มค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่าจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่จะมีการฟื้นตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจได้ขณะที่กลุ่มการส่งออกหากสถานการณ์ภาคการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัวค่าเงินบาทก็อาจจะแข็งค่าขึ้นและเป็นตัวกดดันแก่อุตสาหกรรมเล็กน้อยแต่ก็ยังคงมีความน่าสนใจอยู่
“บลจ.ยูโอบี (ปทท.)” มองเป้า 1,650 – 1,700 จุด...แนะหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวศก.ประเทศ
มากันที่ “บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)” ที่มีมุมมองตลาดหุ้นไทยในปี 65 ว่าจะเป็นปีของการเทิร์นอะราวด์โดยประเมินกรอบดัชนีที่ 1,650 - 1,700 จุด ด้วยปัจจัยอย่างการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและความน่าสนใจของหลายอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากราคาผลิตภัณฑ์ของสินค้าบริโภค
“โดยกลุ่มหุ้นหรือธีมที่น่าสนใจ เป็นหุ้นที่เกี่ยวกับกลุ่ม Economy อย่างหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีความน่าสนใจ อย่างราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับดังกล่าวเป็นระยะเวลาหนึ่ง จะเป็นตัวสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานหรือกำไรของบริษัทกลุ่มดังกล่าวเติบโตได้ดีในปีนี้”
ถัดมาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินในปี 65 จะเริ่มกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง หลังจากที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยเริ่มมีแนวโน้มขาขึ้นและการปรับตัวหรือการก้าวเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลของสถาบันการเงินซึ่งจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
“ทั้งนี้ กลุ่มหุ้นท่องเที่ยว กลุ่มหุ้นโรงพยาบาลและการรักษาสุขภาพ ก็เป็นอีก 2 กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะมีความน่าสนใจและผลการดำเนินงานกลับมาโดดเด่นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 65 หากรัฐบาลมีการเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบและมีจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวกลับมาอย่างมีนัยสำคัญ”

“บลจ.ทาลิส” ให้เป้า 1,700 จุด...เน้น “หุ้นรายตัว” ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวได้เร็วต่อสถานการณ์
สุดท้ายกับ “บลจ.ทาลิส” ที่มีมุมมองว่าตลาดหุ้นไทยปี65 จะปรับตัวขึ้นไปสอดคล้องไปกับกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่จะสามารถเติบโต 10% ซึ่งก็คาดการณ์ว่ากรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยจะมีอัพไซด์ได้ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับผลการดำเนินงานหรือ 10% โดยอาจไปได้ไกลกว่า 1,700 จุด แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะได้เห็นตลาดปรับตัวลงมาที่ 1,500 – 1,600 จุด
สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจต่อจากนี้ โดยจะต้องคัดเลือกหุ้นเป็นรายตัวในกลุ่มธุรกิจที่ปรับตัวสอดรับกับสถานการณ์ได้เร็วและมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ธุรกิจอุตสาหกรรมยา ธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจการแพทย์ ธุรกิจเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ และธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์
“ความคิดเห็นที่มีต่อ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ของเหล่าบลจ.ที่เราได้รวบรวมมานั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เราได้รวบรวมมาเท่านั้นเพราะยังมีอีกหลากหลายที่ออกมาให้ความเห็น แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้ได้เกี่ยวกับตลาดหุ้นไทยในปี65หรือปีขาลนั้น ยังคงเป็น ‘ขาขึ้น’ ต่อได้และเป็นโอกาสการไขว่คว้าสำหรับนักลงทุนได้อีกหนึ่งปี”
