“TMBWDEQ” ลุย ‘หุ้นทั่วโลก’...ทางเลือก “Core Port”-ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว!!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้ “Morningstar 5 ดาว” ในครั้งนี้ อยู่ในกลุ่ม “กองทุนรวมหุ้นโลก (Global Equity)”
ในอดีตนักลงทุนหลายๆ คนอาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษาหรือหาแนวทางในการเลือกสินทรัพย์ต่างๆ เข้ามาเป็น “พอร์ตหลัก” หรือ “Core Portfolio” ที่นักลงทุนไม่ต้องเปลี่ยนแปลงการลงทุนอะไรมากนัก
แต่ในปัจจุบันเอง ก็มีนักลงทุนไม่น้อยที่จะเลือก “กองทุนรวม” เข้ามาเป็นพอร์ตหลัก เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนเป็นผู้ดูแลและจัดการเงินต้นในส่วนนี้ให้
ซึ่งประเภทหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนในปัจจุบันนั้น ก็จะมีให้เลือกสรรอย่างมากมายโดยเกณฑ์การคัดเลือกกองทุนที่จะเข้ามาเป็นพอร์ตหลักก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ มีอีกหนึ่งกองทุนรวมที่ถูกพูดถึงหรือถูกหยิบยกขึ้นมาให้เป็นพอร์ตหลักในการลงทุนอย่าง “กองทุนรวมหุ้นทั่วโลก” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“TMBWDEQ” ร่วมเติบโตไปกับ ‘หุ้นทั่วโลก’…ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว
โดยกองทุนที่เราได้หยิบยกขึ้นมามีชื่อว่า “กองทุนเปิดทหารไทย World Equity Index” หรือ “TMBWDEQ” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด” และยังเป็นกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” อีกด้วยเช่นกัน
สำหรับกอง TMBWDEQ เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนแบบมีความเสี่ยงต่างประเทศ โดยได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2550 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 มกราคม 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 1,064,524,000 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 21.54 บาทต่อหน่วย

“ในแง่ของด้านนโยบายการลงทุนของกองนั้นจะกระจายลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือเป็นการนำเงินของผู้ลงทุนไปลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศอีกหนึ่งทอด ซึ่งกองทุนของกอง TMBWDEQ จะเป็น ‘Lyxor UCITS ETF MSCI WORLD’ ที่จัดตั้งและจัดการโดย Lyxor International Asset Management”
ซึ่งนโยบายการลงทุนเป็นลักษณะ Passive Fund ตามสไตล์ของกองที่เป็น ETF ที่จะมีความแตกต่างจากกองทุนทั่วไป เนื่องจากกรอบหรือขอบเขตการลงทุนจะมุ่งเน้นที่นโยบายลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับ ‘ดัชนี MSCI WORLD NET TOTALRETURN’ ซึ่งกระจายการลงทุนในหุ้นของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เคลื่อนไหวให้ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดมากที่สุด
“การใช้ ‘หุ้นทั่วโลก’ มาไว้เป็น Core Port ในการลงทุน ไม่เพียงจะช่วยในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณไม่พลาดโอกาสลงทุนจากการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณอีกด้วย”
โดยจากข้อมูลที่ทางเราได้มีการสืบค้นเกี่ยวกับสัดส่วนการลงทุนหรือการกระจายเงินลงทุนในหุ้นรายประเทศ 5 อันดับแรกของกองทุนหลักนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ม.ค. 65) จะประกอบไปด้วย
-สหรัฐฯ 68.08%
-ญี่ปุ่น 6.30%
-สหราชอาณาจักร 4.08%
-แคนาดา 3.33%
-ฝรั่งเศส 3.16%
และกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่กองทุนหลักลงทุน ได้แก่
-Information Technology 22.96%
-Financials 13.98%
-Health Care 12.32%
-Consumer Discretionary 12.27%
-Industrials 10.19%

“ด้วยนโยบายการลงทุนที่มีการกระจายในหุ้นประเทศต่างๆ นักลงทุนหลายอาจจะสงสัยว่าในแง่ของผลการดำเนินงานนั้น จะสามารถได้ดีเพียงใด ซึ่งในฝั่งของ ‘TMBWDEQ’ ตั้งแต่จัดตั้งกองถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ม.ค. 65) อยู่ในระดับที่ 5.58% ต่อปี ในส่วนของความผันผวนของผลการดำเนินงานจะอยู่ที่ 16.16% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา 5 ปี อยู่ที่ -30.23%”
สำหรับนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่ 1 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นผู้ลงทุนสามารถทำโดยอิสระหรือกองทุนไม่ได้มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่ยังคงมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการถัดจากวันที่ขาย (T+3)
ทั้งนี้สำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุนก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นในช่องทางออฟไลน์อย่างธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา และตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน FundLink Online
“การจะคัดเลือกสินทรัพย์หรือกองทุนรวมเข้ามาเป็น ‘พอร์ตหลัก’ ที่มีมากมายในอุตสาหกรรม ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกได้ตามความชอบหรือการรับความเสี่ยง ซึ่ง ‘กองทุนรวมหุ้นโลก’ เองก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจและมีความผันผวนที่ต่ำจึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงของการลงทุนที่ไม่สูงมากนักได้เป็นอย่างดี”
