ปรับกลยุทธ์รับปีเสือ...แนะ 3 ธีมเด่นติดพอร์ต “นวัตกรรมการแพทย์-เทคฯ แห่งอนาคต-ตลาดพัฒนาแล้ว” !!!
ในช่วงต้นปีถือเป็นที่สำคัญของนักลงทุนหลายๆ คนที่จะเทรนด์หรือธีมการลงทุน เพื่อเป็นการปรับพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ตลาดทุนในปัจจุบัน
ซึ่งธีมการลงทุนก็จะมีทั้ง “ระยะสั้น กลาง และยาว” ที่มีให้นักลงทุนสามารถเลือกได้ตามสไตล์ การรับความเสี่ยง หรือผลตอบแทนคาดหวังของแต่ละบุคคล
วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้มีเทรนด์การลงทุนในปี 65 ที่น่าสนใจผ่าน “ธนาคารทิสโก้” นำมาเสนอให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจในครั้งนี้
ชู 2 ธีมหุ้น “กลุ่มนวัตกรรมการแพทย์” & “กลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต”...ตอบโจทย์ระยะยาว
โดย “วรสินี เศรษฐบุตร” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน และสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ ได้ให้มุมมองว่า คำแนะนำของธนาคารทิสโก้ ซึ่งเป็นรายแรกๆ ของตลาดที่เน้นให้ลูกค้าเลือกลงทุน “ระยะยาว” ในธุรกิจเมกะเทรนด์ของโลก 2 ธีมหลัก คือ 1. ธีมหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ 2. ธีมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยที่ผ่านมา 2 ธีมลงทุนดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ และในปีนี้ยังคงให้ลูกค้าลงทุนใน 2 ธีมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

(วรสินี เศรษฐบุตร)
“ซึ่งยังคงแนะนำให้ลูกค้าเลือกลงทุนระยะยาวในธุรกิจเมกะเทรนด์ของโลกอย่างต่อเนื่อง เพราะรายได้และกำไรของธุรกิจกลุ่มนี้มีโอกาสเติบโตดีตามความต้องการของผู้บริโภค เป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ผลการดำเนินงานของธุรกิจในสองธีมหลักยังคงมีโอกาสเติบโตดีแม้มีวิกฤตต่างๆ มากระทบ”
แนะ “ระยะกลาง” เพิ่มธีมหุ้น “กลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว”…พร้อมแนะ 8 กองทุน จาก 3 ธีมเด่นเป็นทางเลือกการลงทุน
ในปี 2565 ต้องยอมรับว่าการลงทุนทั่วโลกยังคงเป็นเรื่องยาก จากสถานการณ์ COVID–19 ที่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ “ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)” ทยอยลดสภาพคล่องในระบบและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้น การลงทุนระยะยาวในหุ้นเมกะเทรนด์จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าได้
“อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับ Fed ที่เตรียมเดินหน้านโยบายการเงินที่เข้มข้นขึ้น ดังนั้น สำหรับการลงทุนใน ‘ระยะกลาง’ ได้เพิ่มคำแนะนำใหม่ คือ ‘ธีมหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว’ โดยเน้นให้เลือกลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากนโยบายการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรป และรัฐบาลญี่ปุ่น อีกทั้งมูลค่าหุ้นยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับในอดีต โดยธีมลงทุนหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แนะนำให้ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว เพื่อหาจังหวะทำกำไรในช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้น”
สำหรับกองทุนเด่นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในปี 2565 และสอดคล้องกับ 3 ธีม คือ 1. ธีมหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ 2. ธีมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต และ 3. ธีมหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ธนาคารทิสโก้ได้คัดเลือกกองทุนเด็ดจากหลากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำ จำนวน 8 กองทุน ดังนี้
ธีม “หุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์”
-“กองทุนเปิด ทิสโก้ ไบโอเทคโนโลยี เฮลธ์แคร์ (TBIOTECH)” ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การวินิจฉัยโรค (Diagnostics) และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Sciences Tools) ทั่วโลก ผ่านกองทุน Polar Capital Funds plc - Biotechnology ชนิดหน่วยลงทุน I US Dollar (กองทุนหลัก) ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
-“กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เฮลท์แคร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCHI)” ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุน เน้นลงทุนในธุรกิจเฮลธ์แคร์ ของประเทศจีนผ่านกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากการพัฒนานวัตกรรมด้านเฮลธ์แคร์ (Healthcare Innovation) ของประเทศจีน ซึ่งเกี่ยวเนื่องหรือได้รับประโยชน์จากการพัฒนานวัตกรรมด้านเฮลธ์แคร์ของจีน เช่น การพัฒนาและค้นคว้าด้านเภสัชกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ การบริหาร สถานพยาบาล การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบไอทีด้านการดูแลสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

ธีม “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต”
-“กองทุนเปิด ทิสโก้ Cyber Security (TCYBER)” ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่มีการพัฒนาและจัดการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วโลก ผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน
“ซึ่งเบื้องต้นกองทุนได้ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุน Global X Cybersecurity ETF และ กองทุน Allianz Global Investors Fund - Allianz Cyber Security ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก”
-“กองทุนเปิด ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้ (TCLOUD)” ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุน ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี Cloud Computing เช่น ธุรกิจซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน ธุรกิจผู้พัฒนาและจัดทำแพลตฟอร์ม ธุรกิจผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บข้อมูล บริษัทที่เป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) และธุรกิจผลิตหรือจัดจำหน่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับจัดทำ Cloud ผ่านกองทุนอีทีเอฟ Global X Cloud Computing ETF (กองทุนหลัก) ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
-“กองทุนเปิด แอล เอช อีสปอร์ต ชนิดสะสมมูลค่า (LHESPORT-A)” ความเสี่ยงระดับ 6 เสี่ยงสูง กองทุนรวมตราสารทุน เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Video Gaming และ Esports ระดับโลก รวมถึงบริษัทที่พัฒนาวิดีโอเกมและโปรแกรมหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ผ่านกองทุน VanEck Vectors Video Gaming and eSports ETF ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวด Communication Services จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจํานวนมาก
-“Roundhill Ball Metaverse ETF” กองทุนรวมดัชนีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘Metaverse’ ไว้ด้วยกัน เช่น ธุรกิจประมวลผลข้อมูล ผู้ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ Real Time บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง บริษัทผู้พัฒนาจําลองแบบดิจิทัลเสมือนจริง (Virtual Platforms) ธุรกิจที่สร้างเครื่องมือให้ผู้คน สามารถทํางานร่วมกันได้ (Interchange Standards) ผู้ให้บริการการชําระเงินดิจิทัล รวมไปถึงสกุลเงินดิจิทัล ธุรกิจให้บริการออกแบบ การจัดเก็บ การป้องกันด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลและสกุลเงินเสมือน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ สําหรับการเข้าสู่โลก Metaverse สำหรับตัวอย่างบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น NVIDIA Meta Microsoft Tencent Sony Roblox Unity Alibaba Square และ Walt Disney เป็นต้น
ธีม “หุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว”
-“กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยุโรป แอคทีฟ ชนิดสะสมมูลค่า (SCBEUROPE(A))”ความเสี่ยงระดับ 6 เสี่ยงสูง กองทุนรวมตราสารทุนเน้นลงทุนในหุ้น และ Depositary Receipts (รวมถึง American Depositary Receipts (ADRs) และ European Depositary Receipts (EDRs)) ของบริษัทที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ผ่าน Morgan Stanley Investment Funds - Europe Opportunity Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (Share Class) Z Accumulation สกุลเงินยูโร
-“กองทุนเปิด กรุงศรีเจแปนเฮดจ์ปันผล (KF-HJAPAND)” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) กองทุนผสม เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่นและหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งมีผลตอบแทนเกี่ยวเนื่องกับภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ผ่านกองทุน JPMorgan Japan (Yen) Fund, Class (acc) – JPY (กองทุนหลัก)
“ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวข้างต้นอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกองทุนมี นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ยกเว้นกองทุน KF-HJAPAND ที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด/เกือบทั้งหมด”
ใครที่กำลังมองหาธีมเด็ด กองทุนเด่นเพื่อลงทุนอยู่ เชื่อว่าทั้ง “3 ธีม กับ 8 กองทุน” จาก “ธ.ทิสโก้” น่าจะเป็นไกด์ไลน์ที่เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนของคุณได้ไม่มากก็น้อย
