“กองทุนยั่งยืน” สินทรัพย์สุทธิทะยานแตะ 6.8 หมื่นล้านบาท...โตทะลุ 100% เป็นปีที่2 ติดต่อกัน !!!
เรื่องของธีม “การลงทุนอย่างยั่งยืน (Investment Sustainability)” ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวหรือจับต้องไม่ได้อีกต่อไป ในวันนี้นักลงทุนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ผ่านธีมการลงทุนนี้ที่กำลังเติบโตเป็นหนึ่งใน “กระแสหลักของโลกการลงทุน” ไปเรียบร้อยแล้ว
โดยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากรัฐบาลทั่วโลกที่เห็นพ้องต้องกันว่า...นี่เป็น “วาระแห่งโลก” แล้ว ที่จะต้องมาร่วมด้วยช่วยกันดูแลโลกนี้อย่างจริงจังในทุกมิติท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม ที่กำลังเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้น นี่จึงเป็นธีมที่ควรมีติดพอร์ตเพื่อ “ตอบโจทย์ระยะยาว” เป็นอย่างยิ่ง
ในไทยเองก็เช่นกัน...ปี21 ที่ผ่านมา รู้หรือไม่ว่า...“กองทุนยั่งยืน” มีสินทรัพย์สุทธิแตะ 6.8 หมื่นล้านบาท โต 124% จากปีก่อน และเป็นการโตมากกว่า 100% เป็นปีที่สองติดต่อกันด้วย
ในแง่ของผลงานของกองทุนในกลุ่มนี้เองในส่วนของ Top5 ก็ทำได้ดี ตั้งแต่ 12 – 29% เลยทีเดียว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพามาดู Top 5 “กองทุนยั่งยืน” ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีผลงานดีสุดในปีฉลูกันอีกครั้ง
“UESG” แชมป์กลุ่ม “กองหุ้นยั่งยืนตปท.” ปี21...โชว์ผลตอบแทน 22.7%
“กองทุนยั่งยืน” ส่วนใหญ่นั้นยังคงเป็นกองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะต้นกำเนิดของแนวคิดและการลงทุนในเรื่องนี้ถือกำเนิดมาจาก “ยุโรป” ก่อนจะแพร่กระจายขยายออกไปทั่วโลกและพัฒนาจนอัพสเกลมาเป็นหนึ่งใน “Megatrend” ของโลกการลงทุนในปัจจุบัน
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า สำหรับ “กองทุนยั่งยืน-ต่างประเทศ” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับนั้น อยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นโลก (Global Equity)” ทั้งหมด และได้ Morningstar Sustainability Rating 4 -5 ลูกโลก (Globe) ทั้งหมด โดย 2 อันดับแรกเป็นของ ‘บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)’ ทั้งคู่ นำมาโดย
อันดับ1 “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์ (UESG)” ทำผลตอบแทนปี21 ได้ 29.3% โดยจะลงทุนในกองทุนหลัก ‘Robeco Sustainable Global Stars Equities IL EUR’ ที่มีนโยบายลงทุนลงทนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของ NAV ในหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก และมีแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เหมาะสม
อันดับ2 “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซัสเทนเนเบิล อิควิตี้ โซลูชั่น ฟันด์” ทำผลตอบแทนในปี21 ได้ 23.5% โดยจะลงทุนในกองทุนหลัก ‘Allianz Global Investors Fund – Allianz Global Sustainability Share Class PT (USD)’ ที่มีนโยบายลงทุนอย่างน้อย 70% ในหุ้นของประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเป็นหุ้นที่ได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามหลักการ Sustainable and Responsible Investment Strategy (SRI Strategy) ที่มีการพิจารณาปัจจัยการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สิทธิมนุษยชน และธรรมาภิบาล

อันดับ3 “กองทุนเปิดธนชาต หุ้นโลกยั่งยืน (T-GlobalESG)” ของ ‘บลจ.ธนชาต’ ทำผลตอบแทนปี21 ได้ 22.7% โดยลงทุนใน ‘AXA WF Global Factors – Sustainable Equity I USD’ ที่มุ่งแสวงหาการเติบโตจากการลงทุนระยะยาวในหุ้นที่มีคุณภาพในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก (ยกเว้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ Emerging Markets) โดยพิจารณาถึงปัจจัยด้าน ESG ด้วย
อันดับ4 “กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นโลกยั่งยืน (TGESG)” ของ ‘บลจ.ทิสโก้’ ทำผลตอบแทนปี21 ได้ 21.1% โดยลงทุนในกองทุนรวม/ETF ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกว่าเป็นบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมใน 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
อันดับ5 “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Sustainable Equity -ชนิดสะสมมูลค่า (SCBGEESGA)” ของ ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ ทำผลตอบแทนปี21 ได้ 17.5% โดยลงทุนในกองทุน ‘Janus Henderson Horizon - GLOBAL SUSTAINABLE EQUITY FUND’ ชนิดหน่วยลงทุน IU2 สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่มุ่งสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมในเชิงบวกและส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน
“X-SEQS-RD” แชมป์กลุ่ม ‘กองยั่งยืน-ไทย’ ปี21...ทำผลตอบแทนได้ 26%
ในส่วนของ “กองทุนยั่งยืน-ไทย” นั้นปัจจุบันยังมีสัดส่วนที่น้อยอยู่ แต่ภายใต้การส่งเสริมของ “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” ที่จะวางกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เอื้อให้เกิดกองทุนประเภทนี้ในไทยเพิ่มขึ้นก็เชื่อว่ามีโอกาสที่จะได้เห็นกองทุนยั่งยืนไทยเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
โดย 5 อันดับ “กองทุนยั่งยืน-ไทย” ที่มีผลงานดีสุดในปีที่ผ่านมานั้น ได้ Morningstar Sustainability Rating 2 – 5 ลูกโลก (Globe) โดย 4 อันดับแรกเน้นลงทุนในหุ้นที่อยู่ใน SET และ/หรือ MAI และมีเงื่อนไขด้าน ESG ในรายละเอียดที่แตกต่างกันไป นำมาโดย
อันดับ1 “กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นไทยยังยืนซิสเทมาติก หน่วยลงทุนชนิดผู้ลงทุนทั่วไป -แบบจ่ายเงินปันผล (X-SEQS-RD)” ของ ‘บลจ.เอ็กซ์สปริง’ ทำผลตอบแทนในปี21 ได้ 26% จัดอยู่ในกลุ่มกองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีนโยบายลงทุนในหุ้นของธุรกิจที่คำนึงถึงปัจจัยทางด้าน ESG

อันดับ2 “กองทุนเปิด ทิสโก้ ESG เพื่อสังคม ชนิดสะสมผลตอบแทน (TISESG-A)” ของ ‘บลจ.ทิสโก้’ ทำผลตอบแทนในปี21 ได้ 18% จัดอยู่ในกลุ่มกองหุ้นขนาดใหญ่ มีนโยบายลงทุนในหุ้นของธุรกิจโดยคำนึงถึงปัจจัยทางด้าน ESG
อันดับ3 “กองทุนเปิดกรุงไทย ก่อการดี (KT-ESG-A)” ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ ทำผลตอบแทนในปี21 ได้ 16.8% จัดอยู่ในกลุ่มกองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบชองดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR)) โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้าน ESG
อันดับ4 “กองทุนรวมคนไทยใจดี (BKIND)” ของ ‘บลจ.บัวหลวง’ อยู่ในกลุ่มกองหุ้นขนาดใหญ่ ทำผลตอบแทนในปี21 ได้ 14.4% มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมใน 4 ด้าน ดังนี้ 1.สิ่งแวดล้อม (Environment) 2.สังคม (Social) 3.ธรรมาภิบาล (Good Governance) และ 4.การต่อต้านคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption)
อันดับ5 “กองทุนเปิดเคเคพี SET50 ESG ชนิดทั่วไป (KKP SET50 ESG)” ของ ‘บลจ.เกียรตินาคินภัทร’ ทำผลตอบแทนในปี21 ได้ 12.4% จัดอยู่ในกลุ่มกองหุ้นขนาดใหญ่ มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET 50 โดยจะคัดเลือกหุ้นที่มีนโยบายและหรือการดำเนินการด้าน ESG
“กองทุนยั่งยืน” ในไทยมีสินทรัพย์สุทธิแตะ 6.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 124% จากปีก่อน
ในปี21 ที่ผ่านมา การลงทุนอย่างยั่งยืนในประเทศไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 6.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากไตรมาสที่ 3 และเพิ่มขึ้น 124% จากปี20 และยังเป็นการเติบโตเกิน 100% เป็นปีที่สองติดต่อกันอีกด้วย โดยกองทุนส่วนใหญ่ได้ Morningstar Sustainability Rating ระดับ Average ขึ้นไป

“การปรับวิธีการประเมิน Morningstar Sustainability Rating ที่มีการนำข้อมูล Country Risk Rating มาเป็นส่วนหนึ่งในการคำนวณ Rating ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้มีกองทุนจำนวนหนึ่งที่มีการลงทุนในตราสารภาครัฐเข้าเกณฑ์การคำนวณเรตติ้งในวิธีที่ใหม่นี้ โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มในส่วนของกองทุนผสมหรือกองทุนตราสารหนี้ กลุ่มกองทุนผสมจากเดิมที่มีกองทุนได้ globe rating 126 กองทุน เพิ่มเป็น 219 กองทุน ด้านกองทุนตราสารหนี้จากเดิมมีจำนวน 11 กองทุน ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 93 กองทุน โดยรวมมีกองทุนรวมไทยได้รับการคำนวณ Morningstar Sustainability Rating ราว 2 ใน 3 ของจำนวนกองทุนรวมไทยทั้งหมด จากเดิมที่สัดส่วนราวครึ่งหนึ่ง (*นับรวมทั้งการลงทุนอย่างยั่งยืนและกองทุนที่เข้าเกณฑ์คำนวณแม้จะไม่ได้กำหนดนโยบายว่าเป็นกองทุนยั่งยืน)”
ธีม “การลงทุนอย่างยั่งยืน” นี้เป็น Megatrend ที่เป็นกระแสหลักของโลกการลงทุนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์การลงทุนใน “ระยะยาว” ได้เป็นอย่างดี สำหรับใครยังไม่มีกองทุนในธีมนี้ติดพอร์ต ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะพิจารณาเข้ามาไว้ในพอร์ตการลงทุนรับปีเสือนี้
