Big Sale “กองหุ้นจีน” รอบปีดิ่งหนักสุดกว่า -48%...แนะทยอยเก็บ-เชื่อตลาดซึมซับข่าวร้ายมากแล้ว- ‘Downside จำกัด’ !!!

ตลาดหุ้นจีน ในปีที่ผ่านมา น่าจะขึ้นทำเนียบตลาดที่มี “ผลงานแย่สุด” ติดอันดับโลก เล่นเอา “กองทุนหุ้นจีน” แดงเดือดไปตามๆ กัน


ต้องทำให้นักลงทุนต้องปาดเหงื่อกันตามๆ กัน เพราะด้วยการปรับตัวลดลงต่อเนื่องของ “ดัชนีตลาด SZSE Component (SZI)จากที่ทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี จนอยู่ที่ 16,010 จุดต้องกลับมาอยู่ที่ 13,780 จุด หรือลดลงกว่า -14%


โดยต้องเล่าก่อนว่าปัจจัยที่ทำให้ตลาดปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็มาจากนโยบาย “มั่งคั่งร่วมกัน (Common Prosperity)” ของประธานาธิบดี “สี จิ้น ผิง” จึงได้มีการจัดระเบียบสังคมอย่างหนัก


พร้อมกับผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม แต่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ คงไม่พ้นบริษัทเทคโนโลยี และบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงด้านการผูกขาดตลาด ซึ่งท่าทีการจัดระเบียบก็ยังคงมีความต่อเนื่องมายังปี 65


แต่ก่อนที่จะไปถึงภาพในอนาคตวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงจะขอพาย้อนผลการดำเนินงานของ “กองทุนหุ้นจีน” ที่ติดลบเยอะที่สุดในรอบ 1 ปีว่ามีหน้าตาเป็นเช่นไร



“กองหุ้นจีน” ผลงานรอบ 1 ปี แดงยกแผง
…‘เทคฯ จีน’ สาหัสสุด-สวนทางศก.ที่ยังโต

หากจะพูดถึง “การลงทุนต่างประเทศ” เชื่อเหลือเกินว่า “จีน” จะต้องอยู่ในอันดับต้นๆ ที่นักลงทุนไทยคิดถึงกัน เพราะดูมีความใกล้ชิดและคุ้นเคยเป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจว่าในอุตสาหกรรมกองทุนรวมจะมี “กองทุนรวมหุ้นจีน” ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทย จัดตั้งขึ้นมากกว่า 97 กองทุน เลยทีเดียว


“ผลงานของกองทุนหุ้นจีนในปีที่ผ่านมาถือว่าไม่ดีนักและมีผลงานเฉลี่ยแย่ที่สุดในกลุ่มกองทุนทุกประเภทอีกด้วย ตัวเลขผลตอบแทนแดงยกแผงไปตามๆ กัน มากบ้าง น้อยบ้างแตกต่างกันไปตามแต่นโยบายการลงทุน”


ซึ่ง “กองหุ้นจีน” จะถูกแบ่งออกมาเป็นชนิดของกองทุนประเภทต่างๆ ให้เหมาะกลับกลุ่มนักลงทุนตามลักษณะของหุ้นและตลาดที่เข้าไปลงทุน โดยหลักๆ จะประกอบด้วย


1.หุ้นจีน A-Share (ลงหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่)


2.หุ้นจีน H-Share (ลงหุ้นจีนที่ฮ่องกง)


3.หุ้นจีน All Share (ลงหุ้นจีนทั่วโลก)


4.หุ้นเทคฯ จีน


“เป็นกลุ่มหลักๆ ที่กองหุ้นจีนเข้าไปลงทุนกัน และแน่นอนภายใต้การจัดระเบียบอย่างหนักของรัฐบาลจีนในรอบที่ผ่านมา ความซวยจะไปตกอยู่กับหุ้นเทคฯ เป็นหลัก จึงไม่น่าแปลกใจว่า...กองทุนที่แย่ที่สุดในกลุ่มนี้ก็เป็นกองหุ้นจีนใน กลุ่มเทคฯ นั่นเอง ตัวเลขติดลบไม่น้อยกว่า -50% เลยทีเดียว”


อย่างไรก็ตามเฮ้าส์ส่วนใหญ่ยังแนะนำให้เข้าลงทุนหุ้นจีนในปีเสือนี้ ล่าสุดทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)ก็ออกมาประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีที่ผ่านมาว่าโต 8.1% และจะโตลดลงเหลือ 4.8% ในปีนี้ ก่อนที่จะโตขึ้น 5.2% ในปี66 ซึ่งข่าวร้ายต่างๆ นานา น่าจะซึมซับไปในราคามากพอสมควรแล้ว Downside Risk จึงค่อนข้างจำกัด แต่ Upside เปิดกว้าง จึงเริ่มส่งสัญญาณให้นักลงทุนทยอยเข้าลงทุนกันในปีนี้นั่นเอง”





BCAP-CTECH” แชมป์ผลงานแย่สุดกลุ่ม ‘กองหุ้นจีน’ รอบ 1 ปี...ผลตอบแทนดำดิ่ง -47.66%

หันมาดูผลการดำเนินงานย้อนหลังในช่วง 1ปี หรือเป็นของปี 64 ที่ผ่านมากถือเป็นปีที่อุตสาหกรรม “กองทุนหุ้นจีน” ได้รับผลกระทบกันทั้งหมด จนทำให้ผลการดำเนินงานอยู่ในแดนลบ


ซึ่ง 5 กองทุนที่เราจะหยิบยกขึ้นมาในครั้งนี้จะกองทุนที่มีผลการดำเนินงานติดลบเยอะที่สุด (ไม่นับรวมกองทุนเดียวกันที่ต่างชนิดกัน) โดยเริ่มที่ “กองทุนเปิดบีแคป ไชน่า เทคโนโลยี (BCAP-CTECH) ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด ผลตอบแทน -47.66%


“พร้อมกับนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ โดยกองทุนปลายทางมีการกระจายการลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศของบริษัทที่ดำเนินการและมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน โดยเน้นทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมข้างต้น ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป”


ถัดมาเป็นกองที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัดในชื่อ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า เทคโนโลยี อิควิตี้ ชนิดเพื่อการออม (TCHTECH-SSF) ผลตอบแทน -39.34% ที่จะเข้าลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Invesco China Technology ETF’ เป็นกองทุนหลัก ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund)


“สำหรับเป้าหมายของกองทุนหลักนั้น คือการสร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของ ดัชนี FTSE China Incl A 25% Technology Capped’ ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ถูกจัดกลุ่มให้อยู่ในหมวด อุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology) ของประเทศจีน”


ต่อมาเป็น “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อีโวลูชั่น ไชน่า อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-EVOCHINARMF) ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซทพลัส จำกัดผลตอบแทน -32.20%


“ที่ใช้นโยบายการลงทุนตั้งแต่ตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่มีการจดทะเบียนธุรกิจ ดำเนินธุรกิจและมีรายได้หลักจาการประกอบกิจการในสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก ไปจนถึงอาจมีการพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุน CIS และกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่มีนโยบายการลงทุนในลักษณะเดียวกันกับข้างต้นด้วยเช่นกัน”


ถัดมาเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด ที่ได้ใช้ชื่อว่า “กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KCHINARMF) ผลตอบแทน -31.64%


“ซึ่งจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘JPMorgan Funds – China Fund, Class JPM China I (acc) – USD’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ตั้งถิ่นฐานหรือดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ในจีน รวมถึงหุ้นจีน A-shares


สุดท้าย “กองทุนเปิดทหารไทย China Opportunity (TMBCOF) หนึ่งในกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัดผลตอบแทน -30.93% ที่จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองเดียว (Master Fund) คือ กองทุน ‘UBS (Lux) Equity Fund–China Opportunity (USD)’ ในหน่วยลงทุนชนิด Class I-A1-acc


โดยนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้น จะให้น้ำหนักการลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน ในตราสารทุน ของบริษัทที่มีภูมิลำเนา หรือมีธุรกิจหลักอยู่ในประเทศจีน


จากตัวนโยบายการทุนของทั้ง 5 กองทุนนั้น จะเห็นได้ว่ากองที่มีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือบริษัทขนาดใหญ่ผลการดำเนินงานของกองจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งหากมองย้อนกลับไปกองทุนดังกล่าวก็สามารถทำผลงานและสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเช่นกัน ฉะนั้นการจะแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนบางครั้งก็ต้องอาจต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม และมีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานเพียงพอ จังหวะ “ราคาร่วงหนัก”...ภายใต้เศรษฐกิจที่ยังเติบโตในระยะยาวของจีนเอง หุ้นจีน ก็ยังเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่ไม่ควรละเลยเช่นเดียวกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 16 hours ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 16 hours ago
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
Updated 23 hours ago
Follow Us