ลุยหุ้น ‘ไซส์ไม่ใหญ่’-แต่ผลงานโต…“KKP SM CAP” จัดให้ตั้งกองทุนมา 5 ปีกว่า 12.85% ต่อปี !!!
กองทุนติดดาว: ในครั้งนี้ เป็นกองทุนหุ้นไทยประเภท “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก (Equity Small – Mid Cap” ที่เน้นการลงทุนในหุ้นไซส์กลาง-เล็กที่ไม่อยู่ในดัชนี SET50 และยังเป็นกองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 65)
กองทุนที่มีผลงานดีสุด 10% แรกในกลุ่มตามวิธีการคำนวณ ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ ตามสูตรลับเฉพาะของ “Morningstar” อีกด้วย
ภายใต้สถานการณ์ที่ตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงจนบางตลาดนักลงทุนต้องผสานเป็นเสียงเดียวกันว่า “เข้าขั้นแพง”...จนต้องหลบไปหาตลาดหุ้นที่ราคาถูก
ซึ่งก็มีนักลงทุนไทยไม่น้อยที่หันกลับมาให้ความสนใจใน “ตลาดหุ้นไทย” เพราะราคาหุ้นที่ยังค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านหรือประเทศใกล้เคียง
และหนึ่งปัจจัยก็คือ “การเปิดเมือง” ที่ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมานักลงทุนก็ได้ให้ความสนใจกับธีมการลงทุนในประเทศที่กลับมาเปิดเมืองได้อีกครั้ง
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอโอกาสที่นักลงทุนอาจจะกำลังแสวงหาการลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” นำกองทุนรวมที่น่าสนใจการแบ่งปันข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจและผู้อ่านกันในครั้งนี้
“KKP SM CAP” ลุยหุ้นไทย ‘ไซส์กลาง-เล็ก’ โชว์ผลงานแจ่ม...ตั้งแต่ตั้งกองทุน 5 ปีกว่า 12.58% ต่อปี
โดยเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารและจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด’ ในชื่อว่า “กองทุนเปิดเคเคพี SMALL AND MID CAP EQUITY ชนิดทั่วไป” หรือ “KKP SM CAP” ที่มีกลยุทธ์การลงทุนมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ซึ่งถือเป็นปรัชญาการลงทุนของบลจ.แห่งนี้ จนผลการดำเนินงานเป็นที่ยอมรับและได้รับการจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 65)
ซึ่งกองทุน KKP SM CAP เป็นประเภทของกองทุนรวมที่จะในตราสารทุน (หุ้น) ไทยเป็นหลัก โดยได้จัดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 996,467,176 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 18.36 บาทต่อหน่วย

“ในส่วนนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้น แม้ว่าจะลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลักแต่จะมีการคัดเลือกในหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตได้สูงในระยะยาว”
ซึ่งหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่คัดสรร นอกจากจะต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 ณ วันทำการก่อนหน้าวันที่กองทุนลงทุน ขณะเดียวกันยังรวมไปถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และการจองซื้อหุ้นที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)
“ที่สำคัญจะต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์ และคัดเลือกหุ้นอย่างเข้มข้นตามกระบวนการลงทุนของบริษัทด้วย ณ สิ้นปี64 กองทุนลงทุนในหุ้น 88.05% หน่วยลงทุนในประเทศ 5.98% ที่เหลือเป็นเงินฝากและสินทรัพย์อื่นๆ”
สำหรับการให้น้ำหนักลงทุนหรือการแบ่งเงินลงทุนเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่มูลค่าสูงสุดของกองนั้น จะประกอบไปด้วย
-วัสดุก่อสร้าง 8.51%
-ธุรกิจขนาดกลาง (MAI) 8.48%
-ประกันภัยและประกันชีวิต 8.44%
-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.63%
-พลังงานและสาธารณูปโภค 6.14%

“ในด้านของผลการดำเนินงานของกอง KKP SM CAP เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นหน้าตาเป็นตาให้แก่บลจ.โดยตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค. 64) ผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 12.58% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.47%) แต่ก็แลกมาด้วยความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 17.63% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.04%) อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -51.03%”
ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 1,000 บาท
ด้วยนโยบายและผลการดำเนินงานของกองทุนก็อาจทำให้นักลงทุนเริ่มสนใจในกองทุนดังกล่าว ซึ่งการจะลงทุนในกองทุนนั้นเงื่อนไขการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 1,000 บาทและส่วนการจะขายคืนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ แต่จะต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 100 หน่วยและการจะได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+3)
สำหรับรายละเอียดการซื้อขายก็คงไม่พลาดที่จะต้องพูดถึงช่องทางการซื้อขายของกองนั้นสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เกียรตินาคินภัทร จำกัดและผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น
“จุดเด่นของ ‘หุ้นขนาดกลางและเล็ก’ ส่วนใหญ่นั้น จะเป็นในรูปแบบของการเติบโตของผลการดำเนินงานของธุรกิจที่ค่อนข้างสูงและไวกว่าหุ้นขนาดใหญ่ จึงเหมาะสมกับนักลงทุนที่ต้องการให้พอร์ตมีการขยายตัวและสร้างผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต แต่ก็มาพร้อมกับความผันผวนที่สูงกว่าตระกูลหุ้นใหญ่เช่นเดียวกัน”
