สาระพันปัญหา...ทำ “ETF” ในไทย “ไม่ปัง”...จนถึงขั้น “สูญพันธุ์” ไปในอดีต !!!
สาระ Fund วันละนิด: เราได้เคยพาไปดูเหล่าบรรดา “กองทุนที่หายไป” ในอดีต ซึ่งมีธีมการลงทุนที่ดี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จและต้องหายไปในที่สุด
เราได้เคยพาไปดู “บลจ.ที่หายไป” ในอดีต ที่ไม่สามารถไปต่อได้ และต้องยุติบทบาทของตัวเองลงในที่สุด
ในวันนี้ จะพามาดูกลุ่ม “ETF ที่หายไป” กันบ้าง พร้อมทั้งชวนนักลงทุนทุกท่านร่วมกันค้นหาคำตอบว่า...อะไรที่ทำให้ “ETF: Exchange Traded Fund” ในไทย ถึง ‘ไม่ Hot’ หรือได้รับความนิยมเหมือนในต่างประเทศกัน
ปัจจุบัน เรามี “ETF 12 กอง” จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ แต่รู้หรือไม่ว่า?...ก่อนหน้านี้ เรามี “ETF 14 กอง” ที่หายไปจากอุตสาหกรรมกองทุน ซึ่งถ้าทั้งหมดไม่หายไปไหนในวันนั้น วันนี้เราจะมี “ETF 26 กอง” เป็นอย่างน้อยให้ลงทุนกันอย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะชวนทุกคนร่วมไขปริศนาในเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน
“ETF”…กระแสหลักในตลาดโลก-พานักลงทุนสู่ “จักรวาลการลงทุน” ได้สะดวก-ต้นทุนต่ำ
“ETF: Exchange Traded Fund” มีการเติบโตขึ้นในโลกการลงทุนอย่างรวดเร็วและได้รับ “ความนิมยม” เป็นอย่างมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นแต่เป็นพัฒนาการที่มีมาอย่างต่อเนื่อง
“จนกลายเป็นเครื่องมือที่ทรางพลังและครอบคลุมไปในทุกสินทรัพย์ที่มีให้ลงทุนได้บนโลก ไม่ว่าจะเป็น ‘สินทรัพย์แบบดั้งเดิม’ อย่าง หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ เป็นต้น หรือ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ อย่าง Bitcoin เป็นต้น และ ETF ยังเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักลงทุนทั่วโลก มีสภาพคล่องสูงมาก และแน่นอนเป็นการลงทุนที่ง่ายสุดเมื่อคุณคิดจะเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด หรือในภูมิภาคใด ประเทศใดก็ตาม”
ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงปรากฎการณ์ของ “ARK Invest” ที่บลจ.ไทยแห่กันตั้งกองทุนเข้าไปลงทุนนั้น ก็เข้าไปลงทุนใน ‘Active ETF’ ของ ARK นั่นเอง ง่าย สะดวก ใช้เงินน้อย นี่แหละเสน่ห์ของ ETF ล่ะ?

“14 ETF” ที่หายไป...ล้วนมาจากแนวคิดในการจัดตั้งที่ดี
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่มีบลจ.ไทยจะจัดตั้ง ETF ขึ้นมาเอง เพื่อเพิ่มเติมทางเลือกให้กับนักลงทุนไทย ไม่ว่าจะเป็น “ETF-ที่อ้างอิงหุ้นในประเทศ” ก็แทนที่จะต้องไปเลือกหุ้นรายตัวให้ปวดหัว Sector หลักๆ ที่นักลงทุนไทยเล่นกันอยู่ก็มีไม่มาก ก็ลงทั้ง Sector ไปเลยสะดวกดี?
“เราจึงมี ETF ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆ ครบ ทั้งพาณิชย์, อาหารเครื่องดื่ม, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 และ SET100”
ก็ทำไมต้องไปตั้ง “กอง FIF” ไปลงทุนใน ETF ต่างประเทศให้เสียเวลา ก็ตั้ง “ETF-ที่อ้างอิงหุ้นต่างประเทศ” ในตลาดหลักๆ ขึ้นมาเลย แล้วให้นักลงทุนมาซื้อขายในกระดานหุ้นไทยไม่ง่ายกว่าหรือ?
“เราจึงมี ETF ที่อิงตลาดหุ้นหลักๆ ในต่างประเทศที่นักลงทุนไทยสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นฮ่องกง, ตลาดเกิดใหม่, หุ้นยุโรป ,หุ้นญี่ปุ่น หรือหุ้นสหรัฐ”
“กองทุนทองคำ” เราก็ไปลงทุนใน ETF ต่างประเทศกัน ทำไมไม่ตั้ง “ETF-ที่อ้างอิงราคาทอง” ขึ้นมาเองเลย นักลงทุนก็เข้ามาลงทุนได้โดยตรง จะเอาทองความบริสุทธิ์เท่าไรก็จัดไปเลย นักลงทุนน่าจะโอเคกว่ามั้ย?
“แนวความคิดทุกอย่าง ไอเดียทุกอย่าง โอเคหมด... ‘14 ETF ที่หายไป’ ในอดีตจึงเกิดขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องล้มหายตายจากไปในที่สุด ซึ่งบลจ.หลักๆ ที่เล่นในตลาด ETF ก็ยังคงมีโพรดักต์ ETF ของตัวเองอยู่ในตลาดในปัจจุบัน (แต่จะสังเกตว่า...ไม่ใช่ทุกบลจ.สนใจจะทำนะ) และการที่มันหายไปจากตลาด...ก็พอจะสรุปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้ว่า...ไม่เวิร์ค ไม่ได้รับความนิยมนั่นเอง (แต่ไม่ได้หมายถึงโพรดักต์ไม่ดีนะ คนละเรื่องเดียวกัน)”
สาระพันปัญหา...ทำ “ETF” ในไทย “ไม่ปัง”...จนถึงขั้น “สูญพันธุ์” ไปในอดีต
ทำไม “ETF” ในไทย จึง ‘ไม่ Hot’ ไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับในตลาดต่างประเทศ เป็นปริศนาที่คนในแวดวงธุรกิจกองทุนพยายามหาคำตอบมานานแล้ว มาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง
-ไม่มีสภาพคล่อง ...ดูจะเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่คนส่วนใหญ่ตอบ นั่นคือ ไม่สามารถซื้อได้ใน ‘ราคาและปริมาณ’ ที่ต้องการได้ หากดูมูลค่าซื้อขายของ ETF ในปัจจุบันก็จะพบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เทรดวันละไม่ถึง 1 ล้านบาท หลักแสน หลักหมื่นเท่านั้น
-Market Maker หรือผู้ให้สภาพคล่องกับ ETF ทำหน้าที่ได้ไม่ดี ที่ดีๆ มักเป็นบลจ.ที่มีแม่เป็นโบรกเกอร์ที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ให้

-นักลงทุนใน ETF เป็นกลุ่ม ‘คนเล่นหุ้น’ คนละกลุ่มกับกองทุนรวม เป็นกลุ่มนักลงทุนหุ้นในตลาดซึ่งมีการเทรดหุ้นอยู่แล้วเป็นปกติ ราคา ETF เคลื่อนไหวไม่หวือหวาทำให้ไม่น่าสนใจ จะใช้เป็น Core port ก็ดูจะไม่ใช่บุคลิกของนักลงทุนกลุ่มนี้ ที่สำคัญพอกลับมาดู ‘สภาพคล่อง’ ก็กินคำใหญ่ยาก จึงถูกเมินไปในที่สุด (ส่วนนักลงทุนกองทุนรวม ก็ไม่ตามไปเปิดพอร์ตหุ้น แต่ชอบลงทุนผ่านกองทุนรวมมากกว่า กองทุนรวมที่ไปลงทุนใน ETF จึงยังเติบโตได้ ขายได้นั่นเอง)
-ราคาตลาด มี Over Shoot จากเรื่องสภาพคล่อง บ้างก็ Premium บ้างก็ Discount มากผิดปกติ (ปัจจุบันดีขึ้นกว่าอดีตมากแล้ว และเป็นปัญหาคล้ายๆ กับกองอสังหาฯ (กอง1) ในตลาดด้วยเช่นกัน) ต้องไม่ลืมว่า ETF พยายามแทรคสินค้าอ้างอิง ถ้าแทรคได้ไม่ดี คนใช้ก็ลำบากเหมือนกัน (ล่าสุด ETF ตัวใหม่ก็พุ่งทำ Ceiling ไปจนตลาดปั่นป่วน)
-ETF ในไทยขนาดไม่ใหญ่ นักลงทุนสถาบันเองก็ไม่เข้ามาลงทุน ‘นักลงทุนต่างประเทศ’ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เมื่อขนาดไม่ใหญ่ สภาพคล่องไม่มี เขาก็ไม่มาใช้ จะมีเข้ามาก็ใน ETF ที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องบางกองเป็นหลัก
-ETF ขยายกองให้โตไม่ได้ ก็วกกลับมาเรื่องเดิม คือ นักลงทุนไม่นิยมเข้ามาลงทุนนั่นเอง ก็ไม่มีการเพิ่มขนาดกองให้โตขึ้นอย่างที่คาดหวังเอาไว้ได้
แล้วคุณล่ะ?...คิดว่าทำไม “ETF” ของไทย จึง ‘ไม่ Hot’ เหมือนในต่างประเทศ (ทิ้งไว้เป็นปริศนาให้ช่วยกันขบคิดกันต่อไป) เพราะในขณะที่เรากำลังพยายามผลักดันกันอีกครั้งในเรื่องของโพรดักต์ ETF ให้ “แจ้งเกิดขึ้นในไทย” (เหมือนทฮิตๆ กันในต่างประเทศ) ถ้ายังไม่ถอดบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีตให้ตกผลึก ก็หวั่นใจว่า...ในที่สุด ประวัติศาสตร์จะเดินมาซ้ำรอยอีกครั้ง กับเหล่า “ETF-ที่หายไป” นั่นเอง แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้ากับ “สาระ Fund วันละนิด” นะครับ
