“SF7-สิญภิญโญเจ็ด” กองหุ้นยุคเก๋า...โชว์ผลงานตั้งแต่จัดตั้ง 23 ปีกว่า 8.64% ต่อปี !!!
กองทุนติดดาว: ในครั้งนี้ เป็นกองทุนหุ้นไทยประเภท “หุ้นทั่วไป (Equity General)” ที่ลงทุนในหุ้นไทยได้แบบไร้ข้อจำกัด ที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 65)
ซึ่งถือเป็นกองทุนที่มี “ผลงานดีสุด 10% แรก” ในกลุ่มตามวิธีการคำนวณ ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ ตามสูตรลับเฉพาะของ “Morningstar” อีกด้วย
“ตลาดหุ้นไทย” สิ่งที่นักลงทุนจะต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ในการที่จะเริ่มเข้าลงทุนหรือหาโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่เงินก้อนในอนาคต ย้อนกลับไปตั้งแต่มีตลาดหุ้นไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2518 ณ ชั้น 4 อาคารศูนย์การค้าสยามกันเลยทีเดียว
กองทุนที่ในครั้งนี้ ก็ถือเป็น “กองหุ้นรุ่นเก๋า” แม้จะย้อนกลับไปเพียงกว่า 23 ปีกว่าก็ตาม “กองทุนเปิดสิญภิญโญ” แค่ชื่อ...ก็บ่งบอกอายุได้เป็นอย่างดี แต่ผ่านร้อน...ผ่านหนาวมาจนได้ Morningstar 5 ดาว ในวันนี้ได้ ไม่ธรรมดาแน่นอน!!!
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมี “กองทุนรวมหุ้นไทย” ที่น่าสนใจจาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)’ มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
“SF7-สิญภิญโญเจ็ด”...ลุย ‘หุ้นไทย’ แบบไร้ข้อจำกัด-อัพผลตอบแทนที่ดีระยะยาว
หนึ่งในปัญหาสำหรับนักลงทุนที่จะก้าวขามาสู่การลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้องมานั่งเฟ้นหาหุ้นที่มีศักยภาพและเติบโตที่ดีในระยะยาวจากจำนวนหุ้น 700 กว่าตัวในตลาด
ซึ่งในปัจจุบันช่องทางการลงทุนอย่าง “กองทุนรวม” ที่ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ก็ได้มีการเปิดตัวขึ้นอย่างแพร่หลายเพื่อเป็นตัวเลือกให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งในอดีตก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน
ปัจจุบัน “กองทุนเปิดสิญภิญโญ” ยังเหลือซีรีย์ 4, 5, 7 และ 8 ซึ่งน่าจะสะท้อนถึง “ความนิยม” ของกองทุนดังกล่าวในอดีตได้เป็นอย่างดี

โดยกองทุนที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้เป็นหนึ่งในซีรีย์ดังกล่าวนี่เอง มีชื่อว่า “กองทุนเปิดสินภิญโญเจ็ด” หรือ “SF7” ที่ผลการดำเนินงานมีความโดดเด่นไม่แพ้กับกองทุนรวมหุ้นไทยจากบริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุนของค่ายอื่นๆ หรือแม้แต่ในค่ายเดียวกัน จนทำให้ได้รับการยอมรับจนได้รับการจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 64)
“ซึ่งด้วยผลการดำเนินงานของกองที่มีความโดดเด่นนั้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 65) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 8.48% ต่อปี และมีความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 21.79% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -39.47%”
แต่ด้วยตัวเลขที่เราเห็นอาจจะมีนักลงทุนหลายอาจจะไม่คุ้นหูคุ้นตามากนัก ซึ่ง SF7 ได้ถูกจัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2542 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 177,381,461 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย
“ในส่วนของนโยบายของกองยังคงปรัชญาการลงทุนในการบริหารเชิงรุก (Active Management) ที่คัดเลือกหุ้นรายตัวโดยไม่ได้อิงกับดัชนีชี้วัดแต่ประการใด โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นทุนของกิจการที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว และรวมไปถึงนโยบายเปิดให้มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) ตามนโยบายที่ตั้งไว้ข้างต้น”
ซึ่งน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ณ วันที่ 31 ม.ค. 65 จะประกอบไปด้วย
-พลังงาน 19.40%
-ธนาคาร 11.87%
-พาณิชย์ 11.24%
-เทคโนโลยีสารสนเทศ&การสื่อสาร 8.16%
-เงินทุนและหลักทรัพย์ 7.95%

“แต่เพื่อเป็นการสร้างตอบแทนหรือรายได้ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของ ‘กอง SF7’ ยังมีอีกหนึ่งนโยบายที่เป็นตัวชูโรงอย่าง นโยบายการ ‘จ่ายเงินปันผล’ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมานับตั้งแต่จัดตั้งกองได้มีการจ่ายปันผลทั้งสิ้น 9 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งหมด 5.4338 บาทต่อหน่วย”
ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 10,000 บาท และครั้งถัดไป 1,000 บาท
ซึ่งสำหรับ “ช่องทางการซื้อขาย” ของกองทุนนั้น ผู้ลงทุนและผู้ที่สนใจสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ อย่าง MFC WEALTH
ในส่วนเงื่อนไขการลงทุนหรือการซื้อขาย การซื้อครั้งแรกจะอยู่ที่ 10,000 บาทและครั้งถัดไปอยู่ที่ 1,000 บาท ขณะการขายคืนผู้ลงทุนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ แต่มีเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+3)
“การกระจายเม็ดเงินลงทุนหุ้นหลากหลายอุตสาหกรรมในตลาดหุ้นที่เราสนใจ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งที่จะต้องลงทุน ‘กองทุนรวม’ จึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่ดีในการกระจายเม็ดเงินลงทุนด้วยจำนวนที่ไม่สูงมากและยังมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลเงินต้นให้แก่เรา”
