“หุ้นจีน A-Share”…ซึมซับข่าวร้ายมามากจนกลายเป็น “ของดี-ราคาถูก”-เตะตานักลงทุนทั่วโลก !!!
Fund Manager View: สงครามระหว่าง “ยูเครน-รัสเซีย” ยังคงยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางความหวังของคนทั้งโลกว่าสันติจะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
เป็นปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาใกล้ชิด เช่นเดียวกับที่ตามติดทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
ความผันผวนจากภาวะสงครามที่เข้ามากระทบ ก็ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงหลายตัวราคาปรับตัวลงมาจนเรียกได้ว่า...กลับมาอยู่ในระดับราคาที่น่าสนใจกันอีกครั้ง
สำหรับ “นักลงทุนระยะยาว” นี่จึงเป็นจังหวะและโอกาสที่ดีในการลงทุนเลยทีเดียว โดยเฉพาะ “หุ้นจีน A-Share” และ “หุ้น ESG”
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันเช่นเคย
“หุ้นจีน A-Share” รับข่าวร้ายไปมากแล้ว...ทำให้กลับมา ‘น่าสนใจ’ อีกครั้ง
หนึ่งในตลาดที่ราคาถูกมานานก็คือ “หุ้นจีน A-Share” ที่เจอเขย่ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนวันนี้ยังไม่ไปไหนไกลก็กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
โดย “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน A-Shares” จาก Valuation ปัจจุบันที่ได้ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับน่าสนใจเหมาะแก่การเข้าลงทุนเพื่อโอกาสการลงทุน รวมถึงเป็นตลาดที่มีปัจจัยสนับสนุนในระยะยาวจากการที่ดัชนี MSCI ได้เพิ่ม China A-Shares ในดัชนีตลาดเกิดใหม่ รวมถึงดัชนีหุ้นอื่นๆ ซึ่งทำให้ Fund Flow จากต่างชาติไหลสู่ตลาด A-Shares เพิ่มมากขึ้น ต้องไม่ลืมว่า “จีน” เป็นประเทศที่กำลังขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจใหม่ที่อาศัยการบริโภคภายในประเทศ พร้อมเติบโตไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ โดยในช่วงที่ผ่านมาตลาดมีความผัวผวนค่อนข้างมากจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงกว่าคาดจากมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID–19 (Zero-Covid Policy) และการออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมภาคธุรกิจต่างๆ ซึ่งกดดันให้ราคาหุ้นในตลาดปรับลดลงต่อเนื่อง

(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)
“อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นจีนได้ปรับตัวสะท้อนข่าวร้ายไปค่อนข้างมาก ส่งผลให้ระดับราคาตลาดหุ้นในปัจจุบันมีความน่าสนใจสูงขึ้นโดยเฉพาะตลาดหุ้น A-Shares ที่มีมูลค่า Market Cap ประมาณ 65% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมดของจีน โดยตลาดหุ้น A-Shares ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณปรับตัวดีกว่าคาด และมีโอกาสที่การลดเป้ากำไรจะผ่านจุดต่ำสุด หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณการปรับเป้าผลประกอบการขึ้นของนักวิเคราะห์ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา”
ประกอบกับธนาคารกลางจีนเริ่มกลับมาอัดฉีดสภาพคล่องอีกครั้งผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งโดยปกติจะส่งผลดีกับตลาดหุ้น อีกทั้งในปีนี้จะมีการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ถือว่ามีความสำคัญมากทางการเมืองอย่างมาก ซึ่งคาดว่านโยบายรัฐบาลจีนโดยรวมจะสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้นและตลาดหุ้นในอดีตมักจะตอบรับในเชิงบวก โดยล่าสุดรัฐบาลจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นภาคการบริโภคเพิ่มเติม คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
“นอกจากนี้ การที่บริษัทในตลาด A-shares มีรายได้หลักจากในประเทศ ทำให้ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ น้อยกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งเหล่านี้นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนมีโอกาสเติบโตในระยะยาวได้”
ธีม “ESG” เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว...เหตุทั่วโลกตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม
อีกหนึ่งธีมที่เป็นกระแสหลักของโลกที่เติบโตมาพร้อมความตื่นตัวในเรื่องโลกร้อนนั้นก็คือ “หุ้น ESG”
ด้าน “สันติ ธนะนิรันดร์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.บัวหลวง (BBLAM) มองว่า การลงทุนที่สอดคล้องกับเทรนด์ใส่ใจสิ่งแวดล้อมคือแนวโน้มที่กำลังเติบโตได้ในระยะยาว เนื่องจาก “ESG” จะเป็นส่วนสนับสนุนให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน ช่วยลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบเชิงลบทางธุรกิจ อันจะนำมาซึ่งผลการดำเนินงานที่มีโอกาสเติบโตได้อย่างมั่นคง ซึ่งหนึ่งในธีมการลงทุนของบริษัทในปีนี้ก็คือ "Blue Sky, Green Ocean" ภายใต้แนวคิดเรื่อง ESG ด้วยเช่นกัน ขณะที่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ ESG ในลำดับต้นๆ ผู้บริโภคเน้นมองหาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-Friendly มากขึ้น ตลอดจนการใส่ใจกับคุณภาพชีวิตของตนเองและคนที่รัก

(สันติ ธนะนิรันดร์)
“ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจต่างออกมาปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน เช่น บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตั้งเป้าจะใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ทั้ง 100% ภายในปี 2025 หรือบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ตั้งเป้าหมายจะเป็นบริษัทที่ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ (Climate positive) ซึ่งเป็นอีกขั้นกว่าของการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ (Carbon neutral) ภายในปี 2030 หรือยอดขายของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตมาก ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์เกือบทุกค่ายทยอยเปิดตัวรถยนต์ EV ในปีที่ผ่านมา ธีม ESG จึงยังคงเป็นธีมที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในปีนี้”
ก็เป็นอีก “2 ธีมเด่น” ที่นำมาฝากกันช่วงตลาดผันผวนกับสงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” ในช่วงนี้ โดยเฉพาะกับการลงทุนระยะยาว น่าจะเป็นจังหวะที่ดี มีแต้มต่อเป็นส่วนลดให้อยู่พอสมควรเลยทีเดียว แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าใน “Fund Manager View” นะครับ
