“LHGEQ-A”...ลงทุน ‘หุ้นทั่วโลก’ ครบจบในกองเดียว !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns)’ ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” นั่นเอง
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองทุนหุ้นทั่วโลก (Global Equity)” ซึ่งถือเป็นการกระจายการลงทุนในหุ้นได้อย่างดีทีเดียว เพราะ “หุ้น” เป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความผันผวนสูงอยู่ตลอดเวลา
“การกระจายเม็ดเงินลงทุน” ให้มีความหลากหลายภูมิภาคหรืออุตสาหกรรมเพื่อสร้างความบาลานซ์ให้แก่พอร์ตจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
เพราะยิ่งอัดเม็ดเงินลงทุนในที่ใดที่หนึ่งมากเกินไป ก็จะทำให้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของราคาหลักทรัพย์จากการลงทุนที่ “กระจุกตัว” มากขึ้นเท่านั้น
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงกองทุนรวมที่มีความสนใจโดยเข้ากับสไตล์การลงทุนของนักลงทุนสายถั่วเฉลี่ยในหุ้นหลากหลายประเทศและภูมิภาคมาฝากแก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“หุ้นทั่วโลก”...โอกาสกระจายลงทุนที่ทำได้ง่ายสำหรับนักลงทุนไทย
เพราะวันนี้ โลกการลงทุนไร้พรหมแดนและเชื่อมต่อกันอย่างแยกแยะไม่ได้ ข่าวที่เกิดขึ้นในอีกมุมโลก กระทบมาถึงอีกฝั่งของโลกได้ในทันที และโลกของการลงทุนก็ไม่ได้จำกัดไว้แค่ใน “ไทยเท่านั้น”
ไม่ว่าในแง่ของขนาดเศรษฐกิจ หรือมูลค่าตลาดหุ้นในระดับโลกก็ตาม เราถือเป็นเพียง “จุดเล็กๆ” ในแผนที่การลงทุนของโลกการลงทุนเท่านั้น
จะดีกว่ามั้ย?...ถ้าเราสามารถจะออกไปลงทุน “หุ้นทั่วโลก” ได้ด้วยตัวเอง
จะดีกว่ามั้ย?...ถ้าโลกการลงทุนจะไม่ถูก ‘จำกัดแค่ในไทย’ เท่านั้น
“เมื่อธุรกิจแบรนด์ดังต่างชาติรุกเข้ามาทำธุรกิจในไทย แม้แต่เราเองก็ใช้สินค้าเหล่านี้อยู่ในชีวิตประจำวัน มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป ไยไม่ร่วมเข้าไปมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลกไปเลยล่ะ? ในเมื่อวันนี้มีโอกาสกันแล้ว...”

“LHGEQ-A”- กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า
โดยกองทุนที่เราจะหยิบยกขึ้นมามีชื่อว่า “กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า” หรือ “LHGEQ-A” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด’ ที่ได้สร้างผลการดำเนินงานได้อย่างโดดเด่นจนได้รับการจัดอันดับติด “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 65)
“ซึ่งในแง่ของผลการดำเนินงานในระยะยาวก็สามารถทำได้อย่างดี ข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มี.ค. 65) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 8.86% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 13.45% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ย 19.77% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.28% ต่อปี) อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -29.91%”
ฝั่งรายละเอียดของกอง LHGEQ-A เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่มุ่งการลงทุนในหุ้นต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยตั้งแต่จดทะเบียนกองทุนในวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 จนถึง วันที่ 9 มีนาคม 2565 มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 639,614,402 บาทและมีหน่วยลงทุนอยู่ที่ 14.11 บาทต่อหน่วย
“สำหรับนโยบายการลงทุนจะมุ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกโดยได้คัดเลือกกองทุน ‘T. Rowe Price Funds SICAV – Global Focused Growth Equity Fund’ เป็นกองทุนหลัก (Master fund) ในชนิดหน่วยลงทุนClass I สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ณ วันที่ 31 ม.ค. 65 มีการลงทุนในกองทุนหลัก 89.54%”
โดยนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้น จะลงทุนในหุ้นและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นบริษัทจดทะเบียน รวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ American Depository Receipts (ADRs), European Depository Receipts (EDRs) and Global Depository Receipts (GDRs) อย่างน้อย 70% ของสินทรัพย์ทั้งหมด และจะมีการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) โดยขึ้นอยู่ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

พอร์ตสไตล์ “หุ้นเติบโต-ขนาดใหญ่”
สำหรับสไตล์ของหุ้นในพอร์ตของกองทุน ‘LHGEQ-A’ นั้น จะสะท้อนภาพของพอร์ตของกองทุนหลัก ซึ่งเป็น “หุ้นเติบโต-ขนาดใหญ่” เป็นสำคัญ ซึ่งหากเอ่ยชื่อของบริษัท 5 อันดับแรกที่ลงทุนอยู่ เชื่อว่านักลงทุนน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ได้แก่ Amazon.com 6.49%, Charles Schwab 4.57%, GE 4.42%, UnitedHealth Group 4.07% และ Airbus 4.06%
ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
-Consumer Discretionary 19.66%
-Financials 16.06%
-Industrials & Business Services 14.57%
-Health Care 12.05%
-Communication Services 9.59%
และหากแบ่งตามประเทศพบว่า 5 อันดับที่ลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย
-สหรัฐฯ 56.34%
-สหราชอาณาจักร 8.45%
-จีน 6.94%
-ญี่ปุ่น 5.15%
-ฝรั่งเศส 4.06%
ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 100 บาท
โดยนักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจอยากจะลงทุนใน LHGEQ-A เงื่อนไขการซื้อครั้งแรกอยู่ที่ 1,000 บาทและการซื้อครั้งถัดไปอยู่ที่ 100 บาท ส่วนการขายคืนผู้ลงทุนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเพียงแต่ว่าเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 4 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+4)
สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จํากัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จํากัด (มหาชน) รวมไปถึงผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง แอพพลิเคชั่น LHFund Online
“การลดความเสี่ยงการลงทุนด้วย ‘การกระจายเม็ดเงิน’ หรือถั่วเฉลี่ยเงินในหุ้นหลากหลายประเทศและภูมิภาค ก็ถือเป็นวิธีเริ่มต้นที่ไม่ยากและไม่มีความซ้อนมากมายนัก เพราะในปัจจุบันเองเครื่องมืออย่างกองทุนรวมก็มีให้เลือกสรรอย่างมากมายสามารถทำได้ครบจบในกองเดียว ซึ่ง ‘LHGEQ-A’ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
