สถิติฟ้องหลัง “FED” ขึ้นดอกเบี้ย 3 – 6 เดือน...“หุ้นยุโรป” ผลตอบแทนเหนือกว่า ‘หุ้นสหรัฐ’ !!!
Fun of Funds: “ยุโรป” เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ด้วยเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาพลังงานจากรัสเซียค่อนข้างสูง ความเสี่ยงที่ซัพพลายพลังงานในตลาดโลกจะลดลง จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะก่อผลกระทบให้กับยุโรปและหลายประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับสงคราม “ยุโรป” ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย อย่างลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินจากรัสเซีย
ทำให้ธุรกิจหลายบริษัทและผู้ค้าหลายแห่งเริ่มหลีกเลี่ยงการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แต่ผลกระทบดังกล่าวก็ได้สะท้อนมายังตลาดหุ้นยุโรปด้วยเช่นกัน จนทำให้ความเคลื่อนไหวของดัชนีปรับตัวลดลงมาอย่างมาก ดัชนี “Euro Stoxx600” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 16 มี.ค. 22) ลดลงไปแล้ว -9.32%
ซึ่งในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีต่อ “ตลาดหุ้นยุโรป” ในระยะข้างหน้ามาฝากให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“หุ้นยุโรป” ร่วงแรงจนราคาน่าสนใจ...แนะ ‘พิจารณาอย่างถี่ถ้วน’ ก่อนลงทุน
โดย “ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันธ์” นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้มุมมองมองว่า “ยุโรป” มีจุดที่น่ากังวลอยู่หลายจุดด้วยความขัดแย้งในครั้งนี้ ได้ส่งผลให้ของกิจกรรมทางธุรกิจบางประเภทอย่างธุรกิจน้ำมัน ที่มีการประกอบธุรกิจอยู่ในรัสเซียต้องประกาศยุติกิจการ ต่อให้สงครามยุติลงได้ก็ยังคงสามารถทำให้การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจกลับมาสู่ภาวะปกติได้เช่นเดิม จึงต้องติดตามว่าผู้ประกอบการจะมีการแก้เกมอย่างไรต่อจากนี้ ซึ่งการแก้เกมที่ดีที่สุด ประเมินว่ายุโรปต้องยอมรับผลกระทบดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงและป้องกันไม่ได้ และจะต้องออกนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจในการเข้ามาช่วยเหลือแก่ประชาชนในยุโรป

(ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันธ์)
“อย่างไรก็ดี ด้วย ‘ราคาหุ้นยุโรป’ ในปัจจุบันที่มีการปรับตัวลดลงจนทำให้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูกก็ทำให้เป็นที่น่าสนใจในการเข้าไปลงทุน แต่อาจจะต้องดูธุรกิจที่เข้าลงทุนอย่างไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนลงทุน เพราะกิจกรรมบางธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับพลังงานรัสเซียที่ได้ตัดขาดกับช่องทางดังกล่าวไป ก็จะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวหรือหากฟื้นตัวก็ไม่สามารถกลับมาสู่ภาวะปกติได้เช่นเดิม”
ชู “หุ้นยุโรป” เด่นสุดกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว...‘นโยบายการเงิน’ ยังสนับสนุนการเติบโต
ด้าน “สุทธิโรจน์ สิทธิวัฒนานนท์” ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายจัดการกองทุนต่างประเทศและกองทุนทางเลือก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนวรรณ จำกัด ให้ความเห็นว่า “ยุโรป” เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นพัฒนาที่ความน่าสนใจและเป็นโอกาสการลงทุนอันดับต้นๆ ด้วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
“ขณะเดียวกัน ‘ธนาคารกลางยุโรป’ ยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องและยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเร็วเท่ากับของสหรัฐฯ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงอาจได้เห็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในช่วงปลายปี แม้อัตราเงินเฟ้อยุโรปปรับตัวขึ้นสูงยาวนานกว่าที่เคยประเมินไว้ จากราคาพลังงานที่เร่งตัวขึ้น”

สถิติฟ้องหลัง “FED” ขึ้นดอกเบี้ย 3 – 6 เดือน...“หุ้นยุโรป” ผลตอบแทนเหนือกว่า ‘หุ้นสหรัฐ’
ในแง่ปัจจัยพื้นฐานก็มีความโดดเด่นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ก็ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มและสัญญาณการฟื้นตัวได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการประกาศกำไรของบริษัทจดทะเบียนก็อยู่ในระดับที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์ไว้โดยคาดว่าในปี 65 ก็จะยังเติบโตได้ต่อเนื่องหรือราว 10%
“นอกจากนี้ข้อมูลย้อนหลังในช่วงที่ ‘ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)’ มีการปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยขึ้น ผลกระทบที่จะมี ‘ตลาดหุ้นยุโรป’ นั้นหากนักลงทุนเฝ้ารอการลงทุนได้ 3-6 เดือน ตลาดสามารถให้ผลตอบแทนได้เป็นบวกที่สูงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จึงเป็นตลาดที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนได้มากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ”
ด้วยมูลค่า (value) ของหุ้นที่ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก จากข้อมูลตัวเลข P/E ย้อนหลัง 10 ปีในช่วงที่ผ่านมาระดับราคา 14.9 เท่า เป็นค่าเฉลี่ยที่ไม่สูงมากนักและยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ในหลายประเทศ จึงมีโอกาสที่ตลาดจะสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนได้ในปีนี้
“ตลาดหุ้นยุโรป ถือเป็นตลาดในกลุ่มพัฒนาแล้วที่มีความน่าสนใจเทียบเท่าหรือสูงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจและนโยบายการเงินที่ยังมีความผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกันยังคงต้องระวังเรื่อง ‘สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน’ ที่ยังมีความยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบันว่ายุโรปจะมีการแก้เกมเกี่ยวกับพลังงานได้อย่างไร”
