“หุ้นจีน” บวกแรง 2 วันติด แต่ยังติดลบตั้งแต่ต้นปี -8% ถึง -14%...แนะจังหวะดีทยอยลงทุน-ชู “H-Share” เด่นสุด !!!!
Fun of Funds: “หุ้นจีน” เหวี่ยงสุดขั้ว ต้นสัปดาห์ดำดิ่ง ก่อนกลับมาบวก 2 วันติด หลังเมื่อวาน (16 มี.ค. 22) “หลี่ เค่อเฉียง” นายกรัฐมนตรีจีน ได้ออกมากล่าวว่า "รัฐบาลจีน” มีแผนที่จะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และจะมีการประกาศมาตรการที่เอื้ออำนวยต่อตลาดทุนเท่านั้นเอง
หุ้นจีนก็บวกรับข่าวนี้ทันที โดยเฉพาะในตลาด “H-Share” และ “ฮ่องกง (HSI)” ที่ยังบวกต่ออีกประมาณ 7% ในวันนี้ ในขณะที่ “A-Share” บวกต่อวันนี้ 2% โดยดูเหมือนวันนี้จะไม่มีใครสนใจคำขู่ของ “โจ ไบเดน” ที่จะถอดถอนหุ้นจีนออกตลาดหุ้นสหรัฐกันแล้ว (อย่างที่เคยบอกไปว่า...ถ้าเจอถอดจริง ผลกระทบไม่มากและสามารถเข้ามาจดทะเบียนในฮ่องกงแทนได้ และหุ้นจะขึ้น...ไม่มีข่าวร้าย หุ้นลง...ไม่มีข่าวดี)
แต่สงครามยูเครน-รัสเซียยังไม่ยุติ ข้อกังวลต่อการคว่ำบาตรจีนก็ยังไม่ควรมองข้ามไป !!!
ที่สำคัญ “การดีดขึ้นระยะสั้น” นี้ ยังเต็มไปด้วยปัจจัยลบรุมเร้า และหากดูตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 17 มี.ค. 22) ตลาดหุ้นจีนก็ยัง “แดงเดือด” ทุกกระดาน “H-Share” 7,407 จุด -9.54%, “ฮ่องกง (HSI)” อยู่ที่ 21,501 จุด -7.62% และ “A-Share” 4,237 จุด -13.83%
เพื่อการเอาใจผู้อ่านและนักลงทุนในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้มีการรวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญการลงทุนมาวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจจีน” ในระยะข้างหน้ามาฝากกัน

“หุ้นจีน” ยังเป็นเป้าหมายเงินลงทุนทั่วโลก...ราคาปัจจุบันยังต่ำกว่า ‘จุดสูงสุด’ เดิม -27% ถึง -62%
“ตลาดหุ้นจีน” หลังจากเจอวิบากกรรมอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่การถูกสหรัฐฯ เพิกถอนการอนุญาตประกอบธุรกิจที่เป็นบริษัทจีนในสหรัฐฯที่ยังคงดำเนินมาถึงปัจจุบัน
หรือจะเป็นผลกระทบจากนโยบายความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน หรือ Common Prosperity ของภาครัฐ ที่ได้เข้ามาจัดระเบียบในภาคธุรกิจด้วยเช่นกัน
และล่าสุดปัญหาที่นักลงทุนหลายคนไม่คาดฝัน อย่างการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในหลายพื้นที่ ได้แก่ เซินเจิ้น ฉางชุน จี๋หลิน และหลางฟาง ซึ่งด้วยนโยบาย COVID-19 เป็นศูนย์จึงมีประกาศล็อกดาวน์ขึ้นหลายพื้นที่ทำให้นักลงทุนกังวลผลกระทบที่จะตามมา หากมีการขยายการล็อกดาวน์ออกไปยังพื้นที่อื่นๆ
“แต่ทั้งหมด ก็ถูกรัฐบาลจีนออกมาสยบความกังวลอย่างรวดเร็ว โดย ‘รัฐบาลจีน’ มีแผนที่จะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และจะมีการประกาศมาตรการที่เอื้ออำนวยต่อตลาดทุน ตลอดจนยังส่งสัญญาณว่า จีนยังคงเดินหน้าสนับสนุนธุรกิจหลากหลายประเภทที่จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ"
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของ “หุ้นจีน” เอง หากนับจากจุดสูงสุดที่ผ่านมา ก็ยังคงติดลบกันทุกตลาด “H-Share” -62%, “ฮ่องกง (HIS)” -34% และ “A-Share” -26.67% เรียกว่า...ยังคงต้องรอเวลาในการที่จะปรับตัวขึ้นอย่างที่ตลาดคาดหวังในระยะยาวอย่างจริงจัง แต่ปีนี้ “หุ้นจีน” ก็ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่นักลงทุนทั่วโลกแนะนำให้เข้าลงทุนเช่นกัน
มองหุ้นจีน “H-Share” น่าสนใจ...หลังราคาดิ่งลึกไม่สมเหตุผล
โดย “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ได้ให้มุมมองว่าการปรับตัวของตลาดหุ้นจีนที่ได้มีการลดลงอย่างต่อเนื่องจนทำสถิตใหม่ต่ำสุด ซึ่งตลาดที่มีการปรับตัวลดลงที่มากที่สุดก็จะเป็น “ตลาดหุ้น H-share” ที่ลงมากกว่า 30-40%
.jpg)
(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“ส่วนตัวมองว่าการปรับฐานของตลาดที่รุนแรงในครั้งนี้จนทำให้ P/E อยู่ต่ำกว่า 7 เท่า เป็นไปอย่างไม่สมเหตุผลเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานของตลาด แม้ว่าจะมีข่าวร้ายเข้ามายังตลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการล็อกดาวน์เมืองในหลายพื้นที่หรือจะเป็นเรื่องของความเสี่ยงหุ้นจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะถูกถอดออกจากตลาดเพิ่มเติม”
เชื่อตลาดกังวลเกินเหตุ-ผลกระทบจำกัด...แนะจังหวะดีเก็บหุ้นจีน “H-Share”
ซึ่งปัจจัยเรื่องการล็อกดาวน์เมืองในหลายพื้นที่ ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจค่อนข้างน้อยและมีความรุนแรงไม่ได้เทียบเท่ากับในช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงแรก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันมากขึ้นจึงใช้ระยะเวลารักษาไม่นานนักและการล็อกดาวน์ก็เกิดขึ้นเพียงระยะสั้นหรือราว 2-3 สัปดาห์เท่านั้น
“ส่วนประเด็นความเสี่ยงหุ้นจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะถูกถอดออกจากตลาดเพิ่มเติม ถือเป็นปัจจัยที่ตลาดได้มีการรับรู้ไปบ้างในช่วงก่อนหน้าซึ่งเชื่อว่าต่อจากนี้ก็จะได้บริษัทจีนถูกถอดถอนเพิ่มเติม เพียงแต่ว่าในปัจจุบันก็มีตลาดหุ้นอย่าง (H-share) ที่เป็นตัวรองรับบริษัทเหล่านี้อยู่แล้ว ในระยะยาวจึงไม่น่ากังวล”
จึงมองว่าเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะทยอยสะสมเข้ามาในการลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะในตลาดหุ้น H-share ที่ในภาวะปกติดัชนีจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 11,000-12,000 จุด ซึ่งในปัจจุบันลงมาถึง 6,000 จุดที่เป็นระดับเดียวกับแฮมเบอร์เกอร์ไครซิสจึงมีโอกาสตลาดจะฟื้นตัวขึ้นและเป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มสะสม
“แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีประกาศการแซงค์ชั่นจีนหากยื่นมือเข้ามาช่วยรัสเซียทำให้มีแรงกดดันทางด้านการเมืองเข้ามาในตลาด แต่หากดูจากปัจจัยพื้นฐานด้วยระดับ P/E ในปัจจุบันโดยไม่มองเรื่องที่หุ้นจะกลับมาเป็นขาขึ้น แค่การฟื้นตัวกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติหรือค่าเฉลี่ยก็มีอัพไซด์ 30-40%” สาห์รัช กล่าวเพิ่มเติม
“ปัจจัยลบ” ระยะสั้นกดดันหุ้นจีน...ชี้ออกจาก “ตลาดสหรัฐ” ก็เข้ามาลิสต์ใน “ตลาดฮ่องกง” ได้
ฟาก “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า ตลาดหุ้นจีนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านได้รับกระทบจากหลากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19, การถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน, โดนก.ล.ต.สหรัฐฯ จ่อไล่ 5 หุ้นจีนพ้นตลาดสหรัฐ และการประกาศของกองทุนความมั่งคั่งนอร์เวย์ขายหุ้นเครื่องกีฬาด้วยประเด็นสิทธิมนุษยชน
(ดร.สมชัย อมรธรรม)
“ซึ่งคาดการณ์ว่าปัจจัยข้างต้นจะกระทบต่อตลาดหุ้นจีนเพียงแค่ในระยะสั้นและจะสามารถเริ่มทยอยคลี่คลายได้ทีละประเด็น โดยเริ่มจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ต้องยอมรับว่าจีนและรัสเซียมีความเกี่ยวข้องกันค่อนข้างเยอะแต่ด้วยการกระทำของรัสเซียที่เป็นฝ่ายเริ่มต้น ทำให้จีนไม่ความจำเป็นที่จะต้องเอาเศรษฐกิจและการเมืองเข้าไปแลก”
ส่วนประเด็นกองทุนความมั่งคั่งนอร์เวย์ขายหุ้นเครื่องกีฬาด้วยประเด็นสิทธิมนุษยชนมีผลแค่เพียงบริษัทจดทะเบียนแห่งเดียวของจีนจึงไม่ส่งผลต่อตลาดมากนัก ขณะที่การเพิกถอนหุ้นจีนของก.ล.ต.สหรัฐฯ ก็ไม่น่ามีความกังวล เนื่องจากปัจจุบันก็มีตลาดหุ้นอย่าง H-share ที่เป็นตัวรองรับ
“ตลาดหุ้นจีน” หลุมหลบภัยที่ดี...ยาม “สหรัฐ” ขึ้นดอกเบี้ย- “ยุโรป” เจอผลกระทบสงคราม
ด้านประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จนนำไปสู่การล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจแย่ลงและประชากรต้องกลับไปทำงานที่บ้าน แต่คาดว่าในครั้งนี้ผลกระทบจะค่อนข้างจำกัดและใช้ระยะเวลาในการควบคุมที่น้อยลงซึ่งสุดท้ายเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาได้แต่อาจจะต้องติดดตามว่าจะฟื้นตัวและกลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่
โดยรวมด้วยระดับราคาของ “ตลาดหุ้นจีน” ในปัจจุบันถือเป็นระดับที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ภายใต้สถานการณ์ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับตัวเลขเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ยุโรปยังต้องเจอปัจจัยกดดันจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้หุ้นจีนเป็นหลุมหลบภัยที่ดี
“นักลงทุนหลายคนอาจจะตกใจกับความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และก็ปรับตัวแทบไม่ทันกับ ‘การปรับขึ้นอย่างแรง’ จนทำให้ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะเดินไปทางไหนดี แต่หากมองในภาพรวมหุ้นจีนตอนนี้ก็ยังลบกันถ้วนหน้าจากต้นปี ซึ่งการปรับตัวลดลงหรือการปรับฐานในครั้งนี้ก็กลายเป็นโอกาสการลงทุนที่นักลงทุนเองจะได้เก็บหุ้นจีนในราคาถูกด้วยเช่นกัน”
