“หุ้นยุโรป” ราคาส่วนลด ‘ท่ามกลางสงคราม’...คว้าโอกาสลงทุนไปกับ “PRINCIPAL EUEQ” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns)’ ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” นั่นเอง
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นยุโรป (European Equity)” ที่กำลังเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งระหว่าง ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ในครั้งนี้ แต่นี่คือหนึ่งในตลาดหุ้นกลุ่ม “ตลาดพัฒนาแล้ว” ที่นักลงทุนที่ยังให้ความสนใจแซงหน้า “หุ้นสหรัฐ” ไปแล้วในชั่วโมงนี้
ด้วยนโยบายการเงินที่ยังผ่อนคลาย พร้อมกับภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อเทียบกับ “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ที่ต้องเจอกับตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จนทำให้หุ้นกลุ่มเติบโตได้รับแรงกดดัน
ซึ่งในวันนี้เพื่อเป็นการเอานักลงทุนแฟนพันธุ์แท้หรือที่กำลังสนใจใน “หุ้นยุโรป” ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ได้มีกองทุนรวมหุ้นดังกล่าวที่น่าสนใจมาแบ่งปันกันในครั้งนี้
“หุ้นยุโรป” ยัง Laggard…เด่นสุดในกลุ่มกลุ่ม ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’
สำหรับ “หุ้นยุโรป” ถือว่าอยู่ในจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งระหว่าง “ยูเครน-รัสเซีย” ในครั้งนี้ กดดัชนี Euro STOXX600 ดิ่งไปกว่า -7.5% ตั้งแต่ต้นปี (ณ วันที่ 18 มี.ค. 22) แต่นี่ถือเป็นตลาดที่ยัง laggard และกำลังฟื้นตัวตามหลังสหรัฐมาติดๆ
ในขณะที่ “สหรัฐ” ขยับสู่นโยบายการเงินเข้มงวดชัดเจนแล้ว แต่ “ยุโรป” ยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อเอต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอยู่ อีกทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในยุโรปเองในปีนี้ตลาดก็ยังคาดว่าจะเติบโตได้ในระดับ 10% จึงไม่น่าแปลกใจที่จะกลายมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนในปีนี้จากนักลงทุนทั่วโลก แม้ในท่ามกลางสงครามที่กำลังเกิดขึ้นก็ตาม
“การที่ราคา ‘หุ้นยุโรป’ ปรับตัวลงมาจากปัจจัยเรื่องสงครามระหว่างยูเครน-รัสเซียในระยะสั้น มองในอีกมุมหนึ่งจึงเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยเข้าสะสมเพื่อหวังผลในระยะยาวได้เช่นเดียวกัน”

“PRINCIPAL EUEQ” - กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูโรเปี้ยน อิควิตี้
โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูโรเปี้ยน อิควิตี้” หรือ “PRINCIPAL EUEQ” ที่เป็นหนึ่งในการบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด’ จนมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นและได้เข้าตาองค์กรณ์อย่าง “มอร์นิ่งสตาร์” จึงทำให้ได้รับการจัดอันดับเรทติ้งเป็นหนึ่งให้กองทุน “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว”
รายละเอียดของกองทุน PRINCIPAL EUEQ เป็นกองทุนที่มุ่งเน้นในหุ้นต่างประเทศหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่ได้แต่งตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 14 มีนาคม 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 157,707,404 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 14.41 บาทต่อหน่วย
“ซึ่งกองทุนมีนโยบายนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Principal Global Investors Funds - European Equity Fund’ เป็นกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียว ที่จดทะเบียนในประเทศไอร์แลนด์ โดยในเบื้องต้นนี้กองทุนจะลงทุนเป็น ‘สกุลเงินยูโร’ โดยกองทุนหลัก (Master Fund) มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งหรือดำเนินกิจการหลักในยุโรป (รวมถึงยุโรปตะวันออก) ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในระยะยาวหรือมีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต ณ วันที่ 28 ก.พ. 65 มีการลงทุนในกองทุนหลัก 87.16%”
“อย่างไรก็ตามกองทุนอาจเปลี่ยนเป็นสกุลเงินอื่นได้ บริษัทจัดการจึงขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินซื้อขายในกองทุนหลักตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม และบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ”

พอร์ตสไตล์ “หุ้นเติบโต-ขนาดใหญ่”
สำหรับสไตล์ของหุ้นในพอร์ตของกองทุน ‘PRINCIPAL EUEQ’ นั้น จะสะท้อนภาพของพอร์ตของกองทุนหลัก ซึ่งเป็น “หุ้นเติบโต-ขนาดใหญ่” เป็นสำคัญ ซึ่งบริษัท 5 อันดับแรกที่ลงทุนอยู่ เชื่อว่านักลงทุนน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ได้แก่ Roche Holding Ltd 3.7%, ASML Holding NV 3.5%, LVMH Moet Hen nnessy Louis Vuitton SE 3.2%, AstraZeneca PLC 2.8% และ Novo Nordisk A/S 2.4%
โดย 5 อุตสาหกรรมหลักที่กองหลักลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย
-การเงิน 17.7%
-อุตสาหกรรม 15.6%
-การดูแลสุขภาพ 15.5%
-สินค้าฟุ่มเฟือย 13.8%
-เทคโนโลยีสารสนเทศ 10.9%
และหากแบ่งตามประเทศพบว่า 5 อันดับที่ลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย
-สหราชอาณาจักร 21.1%
-ฝรั่งเศส 19.0%
-สวิสเซอร์แลนด์ 13.5%
-เนเธอร์แลนด์ 8.4%
-เยอรมนี 7.6%
“ในแง่ของผลการดำเนินงานกองทุน ‘PRINCIPAL EUEQ’ ในระยะยาวถือเป็นอีกหนึ่งกองที่สามารถทำได้อย่างดี โดยข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกอง (ณ วันที่ 28 ก.พ. 65) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 6.04% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 3.58% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 16.54%ต่อปี อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -35.44%”
ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 1,000 บาท
โดยนักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจอยากจะลงทุนในกองดังกล่าว ด้วยเงื่อนไขการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่อยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนการขายคืนผู้ลงทุนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเพียงแต่ว่าเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+3)
สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จํากัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จํากัด หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้น และยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น Principal TH
“แม้ว่า ‘ยุโรป’ ที่เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งระหว่าง ‘ยูเครน-รัสเซีย’ ในครั้งนี้ อาจจะต้องเจออุปสรรคที่ทำให้ตลาดต้องย่อตัวลงในระยะสั้น แต่ในระยะยาวนั้นด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ดีก็ถือเป็นจังหวะที่ดีแก่นักลงทุนในการลงทุนหุ้นราคาถูกและมีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคตเช่นเดียวกัน”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
