“โลก” ขยับสู่โหมด ‘อยู่คู่ COVID-19’…หนุนหุ้น “ธีมเปิดเมือง”-แนะจังหวะย่อทยอยสะสม !!!
Fun of Fund: สถานการณ์ของแต่ละประเทศในปัจจุบันเริ่มมีการ “ทยอยเปิดเมือง” หรือ “เปิดประเทศ” เพื่อที่จะได้ให้มีการเดินระหว่างประเทศและจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกมามากขึ้น
ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อที่จะคงพุ่งสูงหรือในบางประเทศก็เริ่มเห็นประชาชนกลับมาติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่กันอีกครั้ง เช่น จีน ,ฮ่องกง หรือเกาหลีใต้ เป็นต้น
จึงทำให้นักลงทุนหลายต่อหลายคนอดคิดไม่ได้ว่า แนวความคิดการลงทุนใน “ธีมการเปิดเมือง-เปิดประเทศ” จะยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่หรือไม่?
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอโอกาสในการนำเสนอมุมมองการลงทุนเกี่ยวกับธีมดังกล่าวผ่านผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“อัตราฉีดวัคซีน” ทั่วโลกสูงขึ้น-ผลกระทบ COVID-19 จำกัด...หนุนหลายประเทศทยอย “เปิดเมือง”
โดย “พงศ์สรร ยอดเมืองเจริญ” ผู้อำนวยการส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ TMBAM Eastspring ได้ให้มุมมองว่า สถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลกเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายสัปดาห์มีแนวโน้มลดลงทั่วโลก ยกเว้นเพียงไม่กี่ประเทศอย่างเช่น เกาหลีใต้ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

(พงศ์สรร ยอดเมืองเจริญ)
“แต่ประชากรทั่วโลกในปัจจุบันได้รับวัคซีนในระดับสูงถึง 65% โดยมีประเทศหลักๆ อย่างสหรัฐ ยุโรป และจีนได้รับในอัตราสูงถึง 70-90% ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ซึ่งจะช่วยให้ระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศสามารถรองรับการรักษาได้ เพราะถึงแม้จะมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น แต่ไม่ได้มีอาการรุนแรงจนกระทั่งต้องเข้าโรงพยาบาล”
ขณะเดียวกันในกรณีฉุกเฉินก็ยังมีวิธีการรักษาแก่กลุ่มผู้ติดเชื้อบางกลุ่มได้ โดยมีผู้ผลิตวัคซีนชั้นนำอย่าง PFIZER ที่ได้ยื่นขออนุมัติจาก FDA สหรัฐในการใช้เป็นเข็ม 4 เป็นกรณีฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุเพื่อช่วยต่อต้าน COVID-19 ในหลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย
ทั่วโลกเริ่ม “เปิดเมือง” อยู่ร่วมกับ COVID-19…ปัจจัยหนุนกิจกรรมศก.กลับมาคึกคัก
นอกจากนี้ รัฐบาลในหลายประเทศได้มีการผ่อนคลายมาตรการในการเข้าประเทศมากขึ้น เช่น เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เป็นต้นมา “ญี่ปุ่น” ได้อนุญาตให้นักธุรกิจและนักศึกษาต่างชาติสามารถเข้าประเทศได้ภายหลังมีการปิดประเทศมากกว่า 2 ปี ส่วนประเทศใน “สหรัฐ” และ “ยุโรป” ได้ผ่อนคลายมาตรการทางสังคม เช่น การไม่ต้องใส่หน้ากากตามสถานต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า, ร้านอาหาร, สถานศึกษา ฯลฯ ซึ่งทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ กลับมาคึกคักอีกครั้งโดยจะเห็นได้จากดัชนี Google Mobility Index และจำนวนเที่ยวบินที่มีการขยายตัวสูงขึ้นกว่าเดือนก่อนและเริ่มกลับเข้าใกล้ช่วงก่อน COVID-19 แล้ว
“ในขณะที่ ‘การเปิดเมือง’ ยังสะท้อนถึงการบริโภคที่สูงขึ้นซึ่งสังเกตุได้จากยอดค้าปลีก, จำนวนลูกค้าที่จองร้านอาหาร, รายได้จากการขายตั๋วภาพยนตร์, อัตราการเข้าพักโรงแรมที่เริ่มปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขการจ้างงานภาคสันทนาการและโรงแรมของสหรัฐในเดือน ก.พ. 64 ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 1.79 แสนตำแหน่งหรือคิดเป็น 25% ของตัวเลขการการจ้างทั้งหมด โดยเรายังมองว่าธุรกิจดังกล่าวยังมีความต้องการจ้างงานอยู่อีกมาก เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิด COVID-19 ยังมีตัวเลขการว่างงานสูงถึง 1.53 ล้านตำแหน่ง”

มองสงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” กระทบตลาดจำกัด...แนะจังหวะย่อ-โอกาสทยอยลงทุน
สำหรับความขัดแย้งระหว่าง “ยูเครน” และ “รัสเซีย” จะยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบ sentiment ต่อภาพรวมตลาดหุ้นโดยรวม รวมถึงเป็นประเด็นที่จะทำให้เงินเฟ้อมีการเร่งตัวสูงขึ้นได้อีก เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมัน, ถ่านหิน, นิเกิล และแร่เหล็กที่สำคัญของโลก
“แต่อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มมีทิศทางที่คลี่คลายภายหลังยูเครนและรัสเซียมีการเดินหน้าเจรจาสันติภาพอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในอดีตที่ผ่านมากว่า 80 ปี มีเพียง ‘สงครามเพิลฮาเบอร์’ และ ‘สงครามอิรัก’ จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อ ‘ดัชนี S&P500’ มากสุดที่ระดับ 17-20% และใช้ระยะเวลามากสุดในการกลับมาที่เดิม 6-10 เดือน”
ในขณะที่ “สงคราม” และความขัดแย้งอื่นๆ สร้างผลกระทบเชิงลบเฉลี่ยในระดับ 5% และใช้เวลาในการกลับมาที่เดิมเพียง 1.5 เดือนเท่านั้น ดังนั้น มองว่านักลงทุนอาจใช้จังหวะที่ตลาดมีการย่อตัวเพื่อสะสมกองทุนที่เกี่ยวกับหุ้นเปิดเมืองอย่าง ‘TMB-ES-CHILL’ ก็เป็นได้
แนะ “TMB-ES-CHILL” จังหวะดี...ลุยหุ้นธีมเปิดเมือง
ส่วนเรื่องของ “เงินเฟ้อ” ที่หลายคนมีความกังวลกันและทำให้หลายประเทศเริ่มออกมาตรการควบคุม เช่น ธนาคารกลางสหรัฐได้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% รวมถึงมีการส่งสัญญาณปรับขึ้นอีก 6 ครั้งในปีนี้นั้น แม้ว่าเงินเฟ้อครั้งนี้จะดูเป็นความเสี่ยงทางด้าน supply chain ส่วนใหญ่ แต่ในอีกนัยหนึ่งก็เป็นผลจากยอดการออมเงินในช่วง COVID-19 และการปรับค่าแรงในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น จึงอาจมองได้ว่าเป็นการสะท้อนการบริโภคที่แข็งแกร่งเช่นกัน
ดังนั้นฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ TMBAM Eastspring จึงขอแนะนำกองทุน ‘TMB-ES-CHILL’ ที่เน้นลงทุนในกองทุนหลัก คือ กองทุน ‘Invesco Dynamic Leisure and Entertainment’ โดยมีนโยบายเน้นการลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับสันทนาการและบันเทิง เช่น ธุรกิจโรงแรม, ร้านอาหาร, Booking Platform, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพักผ่อนหย่อนใจและโปรแกรมบันเทิง ซึ่งกองทุนนี้จะมีการบริหารจัดการแบบ Passive Fund โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี ‘Dynamic Leisure & Entertainment Intellidex Index’ ซึ่งเป็น Smart Beta Index ที่มีการนำปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคคัดเลือกหุ้นเข้าดัชนี โดยมีหุ้นที่ลงทุนประมาณ 30 บริษัทและมีการปรับพอร์ตเป็นรายไตรมาส
“เรียกได้ว่า…‘ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ’ ไม่เว้นในตลาดการลงทุนที่สถานการณ์ในปัจจุบันต้องเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ มากมายจนทำให้นักลงทุนหลายคนมีความกังวลและกลัวที่จะลงทุน แต่หากลงทุนในธีมที่ถูกต้องก็อาจจะเป็นตัวช่วยให้โอกาสสร้างผลตอบแทนได้เช่นกัน”
