“Inflation Linked Bond” ไม่หวั่นเงินเฟ้อสูง…‘เงินต้นไม่หาย-แถมงอกเงยไปตาม ‘เงินเฟ้อ’ !!!
Fun of Funds: สงครามยูเครน-รัสเซียทำให้โลกหวั่นเรื่อง “เงินเฟ้อ” ที่จะพุ่งตามมาจนอาจจะฉุดเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังดีให้เสียหลักสะดุดล้มลงได้
นโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น...เป็นสิ่งที่ธนาคารกลางต่างๆ จะงัดเอาออกมาใช้สกัดเงินเฟ้อเอาไว้ และดอกเบี้ยขาขึ้นไม่ใช่จะกดดันต่อ “หุ้น” ในบางจังหวะเท่านั้น “ตราสารหนี้” เองก็แขยงเช่นกัน โดยเฉพาะในตราสารหนี้ที่มี ‘อายุยาว’
ในช่วงที่ผ่านมา คำแนะนำการลงทุนใน “ตราสารหนี้” จึงให้ขยับเข้าสู่ตราสารหนี้ที่มี ‘อายุสั้น’ เป็นหลัก เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นดังกล่าว
แต่ในช่วง “เงินเฟ้อสูง” ยังมีตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ได้ตามเงินเฟ้อที่สูงขึ้น นั่นก็คือ “ตราสารหนี้อิงเงินเฟ้อ (Inflation Linked Bond: ILB)” นั่นเอง ที่ผลตอบแทนจะขยับไปตาม ‘เงินเฟ้อ’ ทำให้ยังสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีได้แม้ในยามที่เงินเฟ้อสูงก็ตาม
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอโอกาสในการนำเสนอมุมมองการลงทุนใน “ตราสารหนี้ชดเชยเงินเฟ้อ” ดังกล่าวผ่านผู้เชี่ยวชาญมาฝากแก่ผู้อ่านและผู้ลงทุนกันในครั้งนี้

“ตราสารหนี้อิงเงินเฟ้อ”...เงินต้นไม่หาย-แถมงอกเงยไปตาม ‘เงินเฟ้อ’
สำหรับ “ตราสารหนี้อิงเงินเฟ้อ (ILB)” นั้น อัตราดอกเบี้ยจ่าย (Coupon) จะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ
-อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real yield) ซึ่งจะถูกกำหนดไว้คงที่แน่นอนค่าหนึ่งสำหรับ ILB แต่ละรุ่น
-ดอกเบี้ยจ่าย อีกส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับอัตราเงินเฟ้อในช่วงนั้น ซึ่งจะอ้างอิงกับ ‘ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (Headline inflation)’
“นอกจากอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่จะผันแปรตามเงินเฟ้อแล้ว ‘เงินต้น’ ยังได้รับการปกป้องจากเงินเฟ้อให้มีอำนาจซื้อเท่าเดิมอีกด้วย โดยจะปรับเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หรือเป็นตราสารหนี้ที่เงินต้นจะโตขึ้นตามเงินเฟ้อ ส่วนดอกเบี้ยจ่ายก็ปรับเพิ่มหรือลดตามอัตราเงินเฟ้อ และจ่ายเป็นร้อยละของเงินต้นที่โตขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเมื่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ดอกเบี้ยจ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง”
ในกรณีที่ “เงินเฟ้อติดลบ” นักลงทุนก็ไม่ต้องกังวล เพราะ ILB มีเงื่อนไขกำหนดการจ่ายเงินต้นในงวดสุดท้ายไว้ โดยจะจ่ายคืนไม่น้อยกว่าเงินต้น ณ วันที่ออกตราสารหนี้ ดังนั้นสบายใจได้ยังไงก็ได้รับ “เงินต้นที่ลงทุนไปคืนแน่นอน” เพียงแค่จะได้ดอกเบี้ย ‘มาก’ หรือ ‘น้อย’ เท่านั้นเอง
(ดร.สมชัย อมรธรรม)
โดย “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า “ตราสารหนี้อิงเงินเฟ้อ” จะถูกเรียกในชื่อเฉพาะเจาะจงที่แตกต่างออกไปซึ่งในสหรัฐฯ จะถูกเรียกในชื่อ “TIPs: US Treasury Inflation Protection Securities” แต่ในไทยจะถูกเรียกในชื่อ “ILB”
“ซึ่งสินทรัพย์เหล่านี้จะมีความน่าสนใจในการลงทุนเมื่อตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งตัวสูงขึ้น เนื่องจากจะทำให้ตัวเงินต้นของผู้ลงทุนปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ตัวผลตอบแทนจะสะท้อนออกมาจะเป็นในรูปแบบของดอกเบี้ยหรือคูปอง ซึ่งผู้ลงทุนจะถูกจ่ายกลับมาเป็นคูปองด้วยตัวเลขเงินต้นที่สูงขึ้น”
ปลื้ม “KTILF”-กองทุนตราสารหนี้อิงเงินเฟ้อ”...ผลงานโดดเด่นในช่วง ‘เงินเฟ้อสูง’
สำหรับแนวโน้มของผลตอบแทนใน “ตราสารหนี้อิงเงินเฟ้อของไทย (ILB)” ปี 65 เราก็ประเมินว่าจะไปได้ดี เนื่องจากในตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบันกองทุนของบริษัท “กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ (KTILF)” ก็สามารถให้ผลตอบแทนอยู่ที่ราว 2% ซึ่งโดดเด่นกว่ากองตราสารหนี้อื่นที่บวกลบอยู่ไม่เยอะ (ที่มา: Morningstarthailand, ข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค. 65, YTD 2.25%, ย้อนหลัง 1 ปี 6.29% ต่อปี, 3 ปี 3.34% ต่อปี และ 5 ปี 2.49% ต่อปี)
“จึงเป็นตัวเลือกที่ความน่าสนใจในช่วงที่ตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วงระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมอยู่ในช่วงระยะกลางหรือเป็นระยะเวลาหลายเดือน เนื่องจากเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นเป็นผลมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวขึ้นซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน”
เตือน “ไม่เหมาะกับการพักเงิน”...เหตุอายุตราสารยาว ‘ความผันผวนราคาอาจสูง’ กว่าตราสารหนี้ระยะสั้น
แต่อย่างไรก็ดีผู้ลงทุนอาจจะต้อง “ระมัดระวัง” ในช่วงที่ตัวเลขเงินเฟ้อกลับเข้าสู่ระดับต่ำหรือเริ่มปรับลดลงก็อาจทำให้ความน่าสนใจดังกล่าวลดลงตามไปด้วยเช่นกัน รวมถึงกลุ่ม ILB มีสภาพคล่องที่ต่ำ จะทำให้ความผันผวนของราคาสินทรัพย์สูงกว่าปกติ
รวมถึงอายุของตราสารหนี้ที่ค่อนข้างยาวหรือเฉลี่ยอยู่ใน 5-6 ปี ทำให้ในช่วงที่อัตราผลตอบแทนมีเกิดการแกว่งตัวก็จะส่งผลให้ตัวราคาของสินทรัพย์เกิดแกว่งตัวตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดและเมื่อเทียบกับอายุเฉลี่ยของสินทรัพย์ที่ค่อนข้างสูงอย่างกลุ่ม ILB จึงอาจจะไม่เหมาะแก่การเป็นแหล่งพักเงินมากนัก
“ในช่วงที่ ‘เงินเฟ้อ’ ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวขึ้น ก็อาจเป็นประโยชน์แก่สินทรัพย์ในตลาดทุนบางประเภท ซึ่ง ‘ตราสารหนี้อิงเงินเฟ้อ’ ก็เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยในช่วงที่เงินเฟ้อเป็นเช่นนี้”
