Top5 “กองหุ้นใหญ่” ฝ่ามรสุมไตรมาส1/65...โชว์ผลตอบแทน 4.23 – 8.41% !!!
Fun of Funds: ในช่วง 3 เดือนของปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีข่าวสารและปัจจัยต่างๆ ออกมาให้นักลงทุนต้องติดตามอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หรือจะเป็นความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน
ซึ่งทั้ง 2 ข่าวข้างต้นได้ส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นใน ‘แง่ดี’ และ ‘แง่ร้าย’ มายังตลาดทุนทั่วโลกจนทำให้นักลงทุนต้องเฝ้าติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด
แต่สำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เงินต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิมากกว่า 1 แสนล้านบาท
เพื่อเป็นผู้ช่วยแก่ผู้อ่านและนักลงทุนในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้หยิบยก “กองทุนรวมหุ้นไทยขนาดใหญ่” ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุด ‘5 อันดับแรก’ ในไตรมาส1/65 มาฝากกันในครั้งนี้
“TISCOWB-A” แชมป์กลุ่ม ‘กองหุ้นขนาดใหญ่’ ไตรมาส1/65...โชว์ผลตอบแทน +8.41%
โดยมาเริ่มกันที่ “กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทย Well-being ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOWB-A)” ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่มด้วยผลตอบแทนช่วง 3 เดือนแรก +8.41% ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’
“ที่ถึงแม้ว่านโยบายการลงทุนจะเกี่ยวกับหุ้นไทยขนาดใหญ่ แต่จะเป็นการมุ่งเน้นในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ หรือจะเป็นการเน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-being (SETWB) ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจ”
ต่อมาเป็น “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ธนอนันต์ ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล (SCBDAP)” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด’ ด้วยผลตอบแทน +4.94%
“มีนโยบายที่เน้นการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต”

ถัดมาเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริการจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดทิสโก้ ESG หุ้นไทยยั่งยืน ชนิดสะสมมูลค่า (TISESG-A)” ด้วยผลตอบแทน +4.43%
“ที่ตัวนโยบายจะมีความแตกต่างจากกองแรกโดยจะมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมใน 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยรายชื่อหุ้นของบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมที่กองทุนคัดเลือกลงทุนนั้น จะเป็นบริษัทที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและประกาศโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ และผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของบริษัทจัดการ”
สำหรับสองกองทุนสุดท้ายที่เราหยิบขึ้นมาในครั้งนี้เป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการบริษัทเดียวกัน ได้แก่ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด’ โดยกองแรกมีชื่อว่า “กองทุนเปิดยูโอบี หุ้นระยะยาว ชนิดไม่ได้ลดหย่อนภาษีและจ่ายเงินปันผล (UOBLTF-NTD)” ทำผลตอบแทนได้ +4.37%
“กองทุนมีนโยบายการลงทุนหรือกลยุทธ์ที่เน้นลงทุนตราสารทุนในกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูง โดยคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีนโยบายการจ่ายปันผล และมีการบริหารที่โปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล ในขณะที่ราคาตลาดอยู่ต่ำกว่ามูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว”
และสุดท้าย “กองทุนเปิดยูไนเต็ด ตราสารทุน เพื่อการออม (UOBEQ-SSF)” ด้วยผลตอบแทน +4.23% ที่มีนโยบายการลงทุนครอบคลุมตั้งแต่หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ รวมถึงกอง ETF กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่จะนิยามใหม่ในอนาคต
“สำหรับกองทุนทั้ง 5 กองที่เราหยิบขึ้นมานั้นสามารถทำผลการดำเนินงานได้ดีที่สุดในอุตสาหกรรมและในช่วงเวลานี้เท่านั้น ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาที่ต่างไปก็อาจจะมีกองทุนอื่นๆ ขึ้นมาแทนที่ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายและการจัดกลยุทธ์ของกองทุนนั้นๆ เป็นสำคัญ อย่าลืมว่าหุ้นในพอร์ตก็มีจังหวะเวลาของตัวเองที่อาจจะแตกต่างกันออกไปได้เช่นกัน”
