Official Update :

ตลาดการลงทุนโลกร้อน...จังหวะ “Buy on Dip” 4 กองทุนเด่นเดือนเมษา !!!

ลายแทงกองทุน: เดือนเมษา-ปีขาล ไม่เพียงอุณหภูมิของอากาศเท่านั้นที่ร้อนแรง สถานการณ์ลงทุนโลกก็เดือดไม่แพ้กัน


เริ่มตั้งแต่ฝ่ายสหรัฐและสหภาพยุโรปยกระดับอัพ Level การคว่ำบาตรหนัก “รัสเซีย” อีกขั้น เข้าตำรา “หยิกเล็บเจ็บเนื้อ” ท่ามกลางการเจรจาและห่ากระสุนสงครามที่ยังคงสาดใส่กันไม่หยุด


“ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ออกมาเขย่าตลาดอีกครั้ง ส่งสัญญาณการเงินแบบเข้มงวดโดยเตรียมทำ Quantitative Tightening (QT) ลดขนาดงบดุลเดือนละ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เริ่มในเดือนหน้า และอาจขึ้นดอกเบี้ยแรงถึง 0.5% ได้


ทำตลาดผันผวนหนักทันที แต่จังหวะย่อเช่นนี้ ก็มีโอกาสในการลงทุนเช่นกัน “กองทุนไหน?” เป็นดาวเด่นน่า “Buy on Dip รับเมษาหน้าร้อนนี้ ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปค้นหาพร้อมๆ กันได้เลย



ONE-UGG” ธีมหุ้นเติบโตสูงโลก...“ราคาเริ่มน่าสนใจ”

ในช่วง “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ดูจะไม่ถูกโฉลกกับกลุ่ม “หุ้นเติบโต (Growth)” สักเท่าไรนัก ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเมื่อเอามาเข้าสูตรสมการคิดลดก็ทำให้มูลค่าลดลงไป จนทำให้นักลงทุนเทขายแล้วโยกไปเน้นกลุ่ม “หุ้นคุณค่า (Value)” แทนในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและท้ายที่สุดเมื่อดอกเบี้ยมีความชัดเจนก็เชื่อว่าจะเป็นจังหวะเวลาการกลับมาอีกครั้งของหุ้นในกลุ่มนี้


ทางWealth Advisory by CIMB Thai Bankมองว่ารัสเซียบุกยูเครนกดดันตลาดหุ้นปรับตัวลงมาจนทำให้ Valuation หุ้นกลุ่ม Growth Stock เริ่มอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเติบโตขนาดใหญ่ทั่วโลกทั้งสหรัฐ ยุโรป และจีน


โดยแนะนำ ONE-UGG: กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ” ที่เน้นหุ้นทั่วโลกที่มีศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งเพื่อสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในระยะยาว ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund’ 


ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุน 3 อันดับแรก (ณ วันที่ 28 ก.พ. 22) ในพอร์ตกองทุนหลักได้แก่ Amazon.com 6.6%, Tesla Inc 5.6% และ NVIDIA 5.2% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 3 อันแรก ได้แก่ สินค้าฟุ่มเฟือย 34.5%, เทคโนโลยี 30.2% และสุขภาพ 16.6%


ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘ONE-UGG’ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) -22.33%, ย้อนหลัง 1 ปี -27.45% ต่อปี 3 ปี +16.32% ต่อปี และ 5 ปี 16.36% ต่อปี


ASP-NGF” ธีมหุ้นญี่ปุ่น...“ทยอยสะสมเมื่อปรับตัวลง”

สำหรับ “หุ้นญี่ปุ่น” นั้น ถือเป็นหนึ่งในตลาดพัฒนาแล้วที่ดูจะได้รับผลกระทบน้อยจากปัญหาราคาน้ำมันแพง และ Valuation ยังถูก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนทั้งการเงินการคลัง แม้ COVID-19 จะกดดันให้การบริโภคในประเทศชะลอตัวลงบ้างก็ตาม แต่เงินเยนที่อ่อนค่าก็หนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนให้เติบโตได้ดี


ทาง Phillip Fund SuperMartแนะเป็น Tactical Asset Investment ให้ทยอยสะสมเมื่อปรับตัวลง โดยแนะนำ ASP-NGF: กองทุนเปิดแอสเซทพลัสนิปปอนโกรท” ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในญี่ปุ่นผ่านกองทุนหลัก ‘Nippon Growth (UCITS) Fund’


ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘ASP-NGF’ (ณ วันที่ 28 ก.พ. 22) YTD +4.48%, ย้อนหลัง 1 ปี +17.81% ต่อปี, 3 ปี +10.41% ต่อปี, 5 ปี 6.52% ต่อปี และ 10 ปี +7.08% ต่อปี





B-ASIA” ธีมหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)...“เพิ่มน้ำหนักการลงทุน”

ส่วน “เอเชีย” ก็ดูจะเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบน้อยจากความวุ่นวายในโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงเป็นเป้าหมายของเงินลงทุนที่โยกเข้ามาลงทุนในช่วงที่ผ่านมา


จึงถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่ทาง NOMURA iFUND ให้น้ำหนัก Overweight ในตลาดหุ้นเอเชียนี้ โดยกองทุนแนะนำ ได้แก่ B-ASIA: กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชีย” ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้น-บริษัทโฮลดิ้งในภูมิภาคเอเชีย/หุ้นนอกภูมิภาคเอเชีย แต่ดําเนินธุรกิจหลักในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) ผ่านกองทุนหลัก Invesco Asian Equity Fund’


สำหรับตัวอย่างหุ้นที่กองทุนหลักลงทุน (ณ วันที่ 28 ก.พ. 22) มากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co Ltd 7.0%, Samsung Electronics Co Ltd 6.0% และ Tencent Holdings Ltd 5.8% ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การเงิน 23.4%, สินค้าฟุ่มเฟือย 20.5% และเทคโนโลยี 18.9%


ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘B-ASIA’ YTD -0.24%, ย้อนหลัง 1 ปี -11.95% ต่อปี, 3 ปี +8.09% ต่อปี และ 5 ปี +7.48% ต่อปี



KT-FINANCE” ธีมหุ้นการเงินทั่วโลก...“ทยอยสะสมเมื่อปรับตัวลง”

สุดท้ายในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ย่อมหนีไม่พ้น “กลุ่มการเงิน” นั่นเอง ไม่ว่าจะในตลาดพัฒนาแล้วหรือตลาดกำลังพัฒนาก็ตาม


ทาง Phillip Fund SuperMartทาง Phillip Fund SuperMartแนะเป็น Tactical Asset Investment ให้ทยอยสะสมเมื่อปรับตัวลง โดยแนะนำ KT-FINANCE: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ฟันด์” ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการเงินแห่ผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก ผ่านกองทุนหลัก ‘Fidelity Funds – Global Financial Services Fund’


ตัวอย่างหุ้นที่กองทุนหลักลงทุน 3 อันดับแรก (ณ วันที่ 28 ก.พ. 22) ได้แก่ JPMORGAN CHASE & CO 5.6% ,BANK OF AMERICA CORPORATION 4.8% และ BERKSHIRE HATHAWAY INC DEL 4.1% ในขณะที่ 3 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ สหรัฐ 58.4%, สหราชอาณาจักร 9.0% และฝรั่งเศส 4.2%


ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘KT-FINANCE’ YTD -5.05%, ย้อนหลัง 1 ปี +13.64% ต่อปี, 3 ปี +11.74% ต่อปี, 5 ปี +7.90% ต่อปี และ 10 ปี +10.06% ต่อปี


ทั้งหมดนี้คือ “4 กองทุนเด่น” ในเดือนเมษา-ปีขาล รับหน้าร้อนที่อุณฆภูมิการลงทุนทั่วโลกกำลังระอุ ในจังหวะ “ตลาดย่อ” ก็เป็นจังหวะลงทุน Buy on Dip เพื่อหวังผลระยะยาวได้ ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้ากับ “ลายแทงกองทุน” ครับ


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’