Top5 “กองทุนน้ำมัน” ไตรมาสแรก-ร้อนแรงตาม ‘น้ำมันโลก’…โชว์ผลตอบแทน 25 – 34% !!!
Fun of Funds: หากจะพูดถึงราคาสินทรัพย์ในตลาดทุนที่มีการปรับขึ้นลงอย่างกับรถไฟเหาะนอกจาก “คริปโตเคอร์เรนซี่” แล้ว การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง “น้ำมันดิบ” เองก็ถือว่าเร้าใจไม่แพ้กัน
เราจะเห็นได้ว่าการปรับของราคาน้ำมันดิบยิ่งในสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนก็ทำให้เกิดปัญหาด้านพลังงานพร้อมกับไปสู่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จนปัจจุบันน้ำมันดิบ “BRENT” อยู่ที่ 106 ดอลลาร์/บาเรล บวกขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีแล้วกว่า +36.46%
จึงทำให้ผลงานของกลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” ในปีนี้ร้อนแรงไปด้วยเช่นเดียวกัน
ซึ่งในวันนี้เพื่อนำเสนอให้แก่ผู้ลงทุนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ “กองทุนน้ำมัน” ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงสำรวจผลงานของกองทุนกลุ่มนี้ที่ดีสุด 5 อันดับแรกในไตรมาสที่1/65 มาฝากกันในครั้งนี้
“TUSOIL” แชมป์กลุ่ม ‘กองทุนน้ำมัน’ ไตรมาสที่1/65...ด้วยผลตอบแทนสุดสวย +33.61%
โดยกองทุนที่เราหยิบยกมาจะเป็นกองทุนรวมน้ำมัน 5 อันดับแรกที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นหรือสูงที่สุดในกลุ่ม เริ่มที่ “กองทุนเปิดทิสโก้ ยูเอส ออยล์ (TUSOIL)” ที่มี ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ เป็นผู้บริหารจัดการ ทำผลตอบแทนในไตรมาสแรกได้ +33.61%
“กองทุนจะนำเงินเข้าลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘United States Oil Fund’ เป็นหลัก ในแง่นโยบายของกองทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อให้อัตราการเปลี่ยนแปลงรายวันของมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน) สอดคล้องกับอัตราการเปลี่ยนแปลงรายวันของราคาน้ำมันดิบคุณภาพดี (WTI Light Sweet Crude Oil)”
ซึ่งวัดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับน้ำมันดิบคุณภาพดี (WTI Light Sweet Crude Oil) ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไนเม็กซ์ โดยสัญญาฟิวเจอร์สดังกล่าวเป็นสัญญาฟิวเจอร์สที่จะหมดอายุในเดือนที่ใกล้ที่สุด ยกเว้นในกรณีที่สัญญาฟิวเจอร์สของเดือนที่ใกล้ที่สุดจะหมดอายุภายใน 2 สัปดาห์ กองทุนหลักจะใช้สัญญาฟิวเจอร์สที่จะหมดอายุในเดือนถัดไปเป็นดัชนีอ้างอิง (Benchmark Oil Futures Contract)

ถัดมา “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ออยล์ ฟันด์ (I-OIL)” ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)’ ทำผลตอบแทนได้ +33.59%
“กองทุนมีนโยบายลงทุนใน ‘United States Oil Fund LP (USO)’ ซึ่งซื้อขายโดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ที่อ้างอิงกับราคาน้ำมันดิบคุณภาพดี (light, sweet crude oil) น้ำมันดิบประเภทอื่น ดีเซลหุงต้มน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงปิโตรเลียมอื่นๆ ที่มีการชื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYMEX, ICE Futures Exchange หรือตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและในต่างประเทศ”
ต่อมาเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ ในชื่อว่า “กองทุนเปิดทิสโก้ ออยล์ ทริกเกอร์ 8% #6 (TOIL6)” ด้วยผลตอบแทน +33.08%
“ซึ่งนโยบายการลงทุนก็จะคล้ายคลึงกับ TUSOIL หรือลงทุนใน ‘United States Oil Fund’ เป็นหลัก”
ถัดไปเป็น “กองทุนเปิดเค ออยล์ (K-OIL)” ที่มี ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด’ เป็นผู้บริหารและจัดการเงินลงทุน สามารถทำผลตอบแทนได้ +26.10%
“ภายใต้นโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Invesco DB Oil Fund’ เป็นหลักพร้อมกับป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด โดยไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ
โดยนโยบายของกองทุนหลักจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return ซึ่งเป็นดัชนีที่มุ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI)”
สุดท้ายเป็น “กองทุนเปิดทหารไทยออยฟันด์ (TMBOIL)” ที่มี ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด’ เป็นผู้จัดการกองทุน ทำผลตอบแทนได้ +25.00%
กองทุนลงทุนผ่านกองทุนหลักอย่าง ‘Invesco DB Oil Fund’ ที่มีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return TM
“ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นสูงก็ส่งผลให้ผลการดำเนินงานกองทุนเหล่าสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ในแง่ของความผันผวนเองก็สูงด้วย ผู้ลงทุนก็ระมัดระวังและคอยติดตามอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน”
