Official Update :

“กองหุ้นสหรัฐฯ” รับสภาพแดงเดือดไตรมาสที่1/65...ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -8.60% !!!

Fun of Funds: “หุ้นสหรัฐฯ” ในปี 2565 เป็นอีกหนึ่งตลาดที่โดนภาวะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ กดดันไม่ว่าเรื่องตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น นโยบายการเงินที่เข้มงวดด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและกำลังจะทำ Quantitative Tightening (QT)


จึงจะเห็นได้ว่าดัชนีของตลาดต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือในปัจจุบันเองตลาดก็ยังคงมีความผันผวนอยู่ไม่น้อย


แต่ใครที่สงสัยว่าในช่วงไตรมาส 1/65 “กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ” จะเป็นเช่นไร ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ทำการรวบรวมข้อมูลในอุตสาหกรรมมานำเสนอกันในครั้งนี้



K-ART” แชมป์กลุ่ม “กองหุ้นสหรัฐ”...โชว์ผลตอบแทนยืนบวกหนึ่งเดียว 0.94%

โดย “กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ” ในอุตสาหกรรมกองทุนไทยมีให้นักลงทุนได้คัดสรรกว่า 75 กอง แต่ในแง่ของผลการดำเนินงานอาจจะไม่น่าประทับใจมากนักเพราะส่วนใหญ่จะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ โดยทำผลตอบแทนเฉลี่ยในไตรมาสที่1/65 อยู่ที่เฉลี่ยติดลบ -8.60%


ซึ่งมีเพียงแค่ “กองทุนเปิดเค อิควิตี้แอบโซลูทรีเทิร์น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (K-ART)” ที่มี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัดเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการจนกองทุนมีผลการดำเนินงานเป็นบวกได้เพียงหนึ่งกอง ด้วยผลตอบแทน +0.94%


“กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุน ‘BSF Americas Diversified Equity Absolute Return Fund’, Class I2 USD เป็นหลัก ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีนโยบายมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกโดยไม่คำนึงถึงสภาวะตลาดจากการลงทุนผ่านหุ้นหรือ ตราสารที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นหรือจดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และละตินอเมริกา (ทวีปอเมริกา) โดยจะใช้กลยุทธ์ Market Neutral Strategy ผ่านการลงทุนโดยใช้ตราสารอนุพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงด้านตลาดของหุ้นที่กองทุนหลักลงทุน”





แต่อย่างไรก็ดีก็ยังมี 4 กองทุนที่มีผลงานดำเนินงานติดลบน้อยที่สุดประกอบไปด้วย “กองทุนเปิดทหารไทยยูเอสออพพอร์ทูนิตี้ส์ (TMBUSO)ที่มี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัดเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยผลตอบแทน -1.92%


“ภายใต้นโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘BNP PARIBAS FUNDS US VALUE MULTI-FACTOR EQUITY’ ในหน่วยลงทุนชนิด I เป็นหลัก”


ถัดมาเป็น “กองทุนเปิด เอ เอฟ ยูเอส ไวด์ โมท เฮดจ์ ชนิดสะสมมูลค่า (AFMOAT-HA)” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัดด้วยผลตอบแทน -2.28%


“ซึ่งมีนโยบายในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘VanEck Morningstar Wide Moat ETF’ เพียงกองทุนเดียว


โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับราคาและผลตอบแทนของดัชนี Morningstar Wide Moat Focus IndexSM ซึ่งเป็นดัชนีที่ Morningstar จัดทำโดยคัดเลือกเฉพาะบริษัทที่มีความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน”


ต่อมาเป็น “กองทุนเปิดกรุงศรียูเอสอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์-สะสมมูลค่า (KFUSINDX-A)” ที่มีผู้ดูแลและบริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด ด้วยผลตอบแทน 2.97%


“กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ ‘iShares Core S&P 500 ETF’ เป็นกองทุนหลัก ซึ่งวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก จะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 Index เพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 Index


และสุดท้าย “กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ (K-US500X)” ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารจัดโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัดทำผลตอบแทนได้ -3.06%


ภายใต้นโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘iShares Core S&P 500 ETF’ เป็นกองทุนหลัก


นอกจากนี้กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน รวมถึงอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)


การปรับตัวลดลงของผลการเนินงานในบางครั้งก็ไม่เรื่องที่แย่เสมอไป เพราะก็เหมือนกันกับการปรับฐานของตลาดเพื่อให้นักลงทุนหรือผู้ที่สนใจได้ของที่ถูกลง ซึ่งจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่กดดันตลาดผู้เชี่ยวชาญการลงทุนส่วนใหญ่ก็ประเมินว่าเป็นผลกระทบแค่ในระยะสั้นเท่านั้น

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม