อยากลงทุน “หุ้นไทย” ในกลิ่นอายแบบย้อนยุค retro…“LTF” ช่วยได้ !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องผลงาน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” ในวันที่ ‘ไร้ประโยชน์ทางภาษี’ แต่ ‘ไม่ไร้ผลตอบแทน’ แต่ประการใด ยังคงทำหน้าที่หลักในการตอบโจทย์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ช่วงไตรมาสที่1/22 ‘กอง LTF’ ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +1.69% ในขณะที่ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย (SET TRI) +3.20% ถือว่าภาพรวมแพ้ตลาดอยู่เล็กน้อย
โดยกองทุนทีมีผลงานดีสุดทำผลตอบแทนได้ 6.19% ในขณะที่กองที่มีผลงานแย่สุดติดลบ -4.17%
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีสรุปผลงาน ‘กอง LTF’ ในไตรมาสแรกและความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาอัพเดทให้ฟังกัน

“TMBTMSMVLTF” แชมป์ ‘กอง LTF’ ไตรมาส1/22...โชว์ผลตอบแทน 6.19%
สิ้นไตรมาสที่1/22 มี ‘กอง LTF’ 93 กอง ทำผลตอบแทนเฉลี่ย +1.96% ในขณะที่ SET TRI +3.20% มี 77 กอง คิดเป็น 82.79% ที่มีผลตอบแทนเป็นบวก (ผลตอบแทนติดลบ 16 กอง คิดเป็น 17.20%) แต่มีเพียง 16 กองเท่านั้น คิดเป็น 17.20% ที่สามารถเอาชนะตลาดได้
โดย ‘กอง LTF’ ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกในช่วงไตรมาสแรกนั้น ได้แก่
อันดับ1 “กองทุนเปิดทีเอ็มบี Thai Mid Small Minimum Variance LTF (TMBTMSMVLTF)” ของ ‘บลจ.ทหารไทย’ ด้วยผลตอบแทน 6.19%
อันดับ2 “กองทุนเปิดทาลิส หุ้นระยะยาว (TLLTFEQ)” ของ ‘บลจ.ทาลิส’ ด้วยผลตอบแทน 5.75%
อันดับ3 “กองทุนเปิดยูโอบี หุ้นระยะยาว (UOBLTF)” ของ ‘บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)’ ด้วยผลตอบแทน 4.35%
อันดับ4 “กองทุนเปิดแวลูพลัส ปันผล หุ้นระยะยาว (VALUE-D LTF)” ของ ‘บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)’ ด้วยผลตอบแทน 4.18%
อันดับ5 “กองทุนเปิดแอล เอช แอคทีฟ หุ้นระยะยาว (LHACTLTF)” ของ ‘บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์’ ทำผลตอบแทนได้ 4.04%
“LTF” มีเงินไหลออกมากขึ้นในช่วงไตรมาสแรกปี22
และในปีนี้เงินลงทุนในปี2016 จะถือครองครบ 7 ปีปฏิทิน สามารถทำการขายคืนได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขด้วย รวมถึงเม็ดเงินลงทุนก่อนหน้า จากข้อมูลของทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ในช่วงเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมามีเงินไหลออกสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินไหลออกในเดือนมกราคมที่ระดับ 8 พันล้านบาท เงินไหลออกเร็วกว่า 3 ปีก่อนหน้า

“เมื่อนำไปเทียบกับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจะพบว่า ในช่วงต้นปีนี้แม้ว่าจะยังไม่ครบไตรมาสแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ม.ค. 22) แต่มีเงินไหลออกค่อนข้างเร็ว หรือมากกว่าทั้งไตรมาสแรกของปี 2019-2021 ทั้งนี้ในปี 2020-2021 เป็นปีที่ไม่มีเงินลงทุนที่ครบกำหนดรอบใหม่ แต่หากเทียบกับปี 2018 จะเห็นได้ว่าปีนี้มีเงินไหลออกในระดับใกล้เคียงกัน โดยมีเงินไหลออกในไตรมาสแรก 1.8 หมื่นล้านบาท”
ขนาด “กอง LTF” ไม่ได้ลดลงมากอย่างที่คิด...นักลงทุนที่พอใจลงทุนต่อมีไม่น้อยเช่นกัน
แต่โดยภาพรวมขนาดของ ‘กอง LTF’ ณ สิ้นไตรมาสที่1/22 มีสินทรัพย์อยู่ที่ 353,149.68 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปีที่แล้ว -3.40% ก็ไม่ได้มีขนาดลดลงมากแต่ประการใด ใครที่เคยจินตนาการว่าขนาดของ LTF หลังไม่มีประโยชน์ทางภาษีจะลดลงฮวบฮาบ นักลงทุนแห่ขายทิ้งจนกระทบ “ตลาดหุ้นไทย” ก็บอกได้เลยว่า...เหมือนหนังคนละม้วน
รูปแบบ ‘กอง LTF’ ในปัจจุบันจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มๆ แรกยังไม่ครบเงื่อนไขการลงทุน (ลงทุนเพิ่มไม่ได้แล้ว รอครบเงื่อนไข) และกลุ่มไม่มีประโยชน์ทางภาษี (ลงทุนได้ แต่ไม่มีประโยชน์ทางภาษีให้แล้ว)
สะท้อนภาพกลุ่มนักลงทุนได้เป็นอย่างดีว่ามีกลุ่มที่ลงทุนมาแล้วอาจพอใจในผลตอบแทนที่ได้รับ แม้ครบเงื่อนไขการลงทุนแล้วแต่ก็ไม่ได้ขายออกก็ยังถือลงทุนกันต่อไป เหมือนลงทุนในกองหุ้นไทยปกติทั่วไปนั่นเอง
อีกกลุ่มเมื่อครบเงื่อนไขก็อาจพิจารณาขายเพื่อนำเงินไปใช้ลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษีกับ “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” แทน
“หรือบางกลุ่มขาดทุนอยู่ก็ยังอาจไม่ได้ขายออกมา ก็จะมีหลายหลายผสมผสานกันไป เพราะต้องไม่ลืมว่า...ขายออกมาแล้วถ้ายังไม่รู้ว่าจะเอาไปลงทุนอะไร ก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวเช่นเดียวกัน ยิ่งถ้าขายเอามาฝากแบงก์แล้ว เรื่องจะลุ้นผลตอบแทนที่ดีก็ลืมไปได้เลย ถ้างั้น...ก็ถือต่อไปก็ได้”
ปัจจุบัน “กอง LTF” ของบางบลจ.ก็มีไว้สำหรับนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนเสมือนหนึ่ง “กองหุ้นไทยทั่วไป” ให้เลือกลงทุนเช่นเดียวกัน สำหรับนักลงทุนที่อาจจะชื่นชอบกลิ่นอายแบบ ‘ย้อนยุค แนว Retro’ กับอดีตกองทุนประหยัดภาษีในตำนานเหล่านี้กัน
