Top 5 “RMF-หุ้น” ไม่มีแผ่ว...ไตรมาสที่1/65 โชว์ผลตอบแทน 3.68 – 7.90% !!!
Fun of Funds: หากพูดถึง “กองทุนรวมประหยัดภาษี” นอกจากจะกองทุนน้องใหม่อย่าง ‘กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF)’ ก็ยังมี ‘กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)’ ที่เป็นต้นฉบับของกองทุนประหยัดภาษีให้ได้เลือกลงทุนกัน
ซึ่ง ‘กอง RMF’ เป็นกองทุนรวมที่ส่งเสริมการออมเพื่อเป้าหมายเกษียณ จึงถูกออกแบบให้มีความหลากหลายทางด้านนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภททั่วโลกเพื่อตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวตามวัตถุประสงค์ของการลงทุน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้รวบรวมข้อมูลความเคลื่อนไหวผลการดำเนินงานของ “กองทุน RMF-หุ้น” ในช่วงไตรมาสที่1/65 มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“WE-GOLDRMF” แชมป์กลุ่ม “กอง RMF-หุ้น”...โชว์ผลตอบแทนไตรมาสแรก +7.90%
โดยข้อมูล ‘กองทุน RMF’ ที่เราได้หยิบยกขึ้นมาจะเป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนใน “หุ้น” ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่เป็นกองทุนที่สามารถทำผลการดำเนินงานได้โดดเด่นที่สุดในกลุ่มจากจำนวนทั้งหมด 181 กองทุน ทำผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วงไตรมาสแรกได้ -4.54%
เริ่มจาก “กองทุนเปิด วี โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (WE-GOLDRMF)” ซึ่งเป็นกองทุนที่ผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่มด้วยการบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด’ ทำผลตอบแทนในช่วงไตรมาสที่1/65 ได้ +7.90%
“กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘Jupiter Asset Management Series Plc. - Jupiter Gold & Silver Fund Class I’ เป็นกองทุนหลัก ที่จะพานักลงทุนเข้าไปลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการสำรวจ การพัฒนา และการผลิตทองคำและเงิน รวมถึงกองทุนอีทีเอฟที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาทองคำหรือเงิน และลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกตราสารทั่วโลก แต่จะลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกตราสารที่อยู่ในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) หรือที่ผู้ออกตราสารอยู่นอกตลาดเกิดใหม่ แต่มีสัดส่วนของสินทรัพย์หรือการดำเนินธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดซื้อขาย (Regulated Market) ทั่วโลก”

ต่อมาเป็น “กองทุนเปิดทาลิส หุ้นทุน เพื่อการเลี้ยงชีพ (TLEQRMF)” ด้วยการบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด’ ทำผลตอบแทนได้ +5.62%
“ที่จะลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเอ็มเอไอเป็นหลักหรือเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
ถัดมาเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด’ ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงไทย เอไอ เบรน เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-BRAIN RMF)” ด้วยผลตอบแทน +4.32%
“ด้วยการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) แต่จะมีการคัดเลือกที่เฉพาะเจาะจง ด้วยเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนผ่านโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทจัดการ และผู้พัฒนาโปรแกรมการลงทุน ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะเป็นการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) โดยหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการคัดกรองหลักทรัพย์นั้นที่บริษัทจัดการได้กําหนดร่วมกับผู้พัฒนาโปรแกรม”
อันดับต่อมาเป็น “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET 50 Index เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMS50)” ที่ได้ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด’ เป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการ ด้วยผลตอบแทน +3.69%
“ภายใต้นโยบายลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 ซึ่งจะจำลองการเคลื่อนไหวของดัชนี SET50 เพื่อให้อัตราผลตอบแทนของกองทุนใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนของดัชนี SET50 มากที่สุด”
และสุดท้ายเป็นอีกหนึ่งกองทุนจาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด’ ในชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงไทย SET50 เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTSET50RMF)” ด้วยผลตอบแทน +3.68%
โดยมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีราคา SET50 ซึ่งรวมถึงหลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการเข้าหรือออกจากการเป็นหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีราคา SET50 ด้วย เพื่อสร้างอัตราผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 (Index Tracking) โดยใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ
“หุ้นไทย...ถือเป็นตลาดที่สามารถแสดงความโดดเด่นขึ้นมาได้ด้วยภายใต้ความผันผวนของตลาดโลก ซึ่ง ‘กองทุน RMF’ ก็เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนเวลาถึงกระแสลมลงทุนในหุ้นไทยด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นที่แซงได้แม้กระทั่งหุ้นต่างประเทศในกลุ่มเดียวกัน”
