Official Update :

“CG-LTF” เกาะธีม ESG โลก-สไตล์ไทยๆ… ผลตอบแทนกว่า 18 ปีไม่น้อย +10.71% ต่อปี !!!

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้จะมาแนะนำกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นทั่วไป (Equity General)” ที่มีจุดเด่นด้วยเป็นหนึ่งในกองทุนที่ลงทุนโดยเน้นธีม “การลงทุนแบบยั่งยืน (ESG) ในหุ้นไทย หรือกลุ่มหุ้นยั่งยืนที่บริษัทจดทะเบียนจะดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้หยิบกองทุนที่เกี่ยวกับธีมการลงทุนดังกล่าวโดยมีความน่าสนใจมาแบ่งกันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่กำลังสนใจกันในครั้งนี้



CG-LTF” ลุยหุ้นไทยธรรมาภิบาลดี...โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 18 ปี +10.71% ต่อปี

โดยในช่วงไม่กี่ที่ผ่านมานี้ “ธีมการลงทุนแบบยั่งยืน (ESG)” ถือเป็นหนึ่งในกระแสหลักของโลกการลงทุน โดยจุดพลุจากฝั่งตะวันตกในยุโรปซึ่งเป็นเจ้าตำรับก่อนจะแพร่ขยายไปในสหรัฐและเอเชียตามมา ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของ ESG อย่างต่อเนื่อง ด้วยแรงขับเคลื่อนของนโยบายภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมกับผลักดันให้นักลงทุนมาสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน


ไม่เว้นแม้ใน “ตลาดหุ้นไทย” ที่ได้เริ่มมีธีมการลงทุนอย่าง CG หรือหุ้นที่มีระบบธรรมาภิบาลที่ดี ผ่านกองทุนรวมให้นักลงทุนได้เลือกสรรกันอย่างมากมาย และหนึ่งในกองทุนที่โดดเด่นในธีมนี้สามารถทำผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 18 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 20 เม.ย. 65) ได้ +10.71% ต่อปี





โดยกองทุนดงัลก่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิด บรรษัทภิบาล หุ้นระยะยาว” หรือ CG-LTF ที่มีฉากหลังอย่าง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด เป็นผู้บริหารและคอยจัดการดูแลการลงทุนจนสร้างผลตอบแทนเป็นที่ยอมรับจากองค์กรอย่าง “มอร์นิ่งสตาร์” จัดเรทติ้งให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 65)


ซึ่งในเบื้องลึกของกองทุนดังกล่าว จะเป็นประเภทกองทุนรวมหุ้นระยะยาวที่จะลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นบริษัทจดทะเบียนในไทยเป็นหลัก โดยมีวันจดจัดตั้งหรือจดทะเบียนตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2547 จนถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 19 เมษายน 2565)มีมูลค่าสินทรัพย์หรือขนาดกองทุนอยู่ที่ 11,870,603,812 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 59.22 บาทต่อหน่วย


“สำหรับนโยบายการลงทุนก็จะโฟกัสหรือเน้นลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีระบบธรรมาภิบาลที่ดี รวมถึงมีปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการที่ดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตในอัตราสูง ไม่ต่ำกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม”


โดยยึดตามกรอบการจัดเกณฑ์บรรษัทภิบาลของหน่วยงานต่างๆ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดทรัพย์, บริษัท ไทยเรทติ้ง แอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด(TRIS), สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นต้น


“โดยส่วนใหญ่แล้วกรอบการจัดเกณฑ์ของหน่วยงานต่างๆจะมีสาระสำคัญในการพิจารณาในเรื่องต่างๆ อาทิเช่น การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส หรือความรับผิดชอบของกรรมการ หรือการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันต่อผู้ถือหุ้น หรือบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย หรือสิทธิของผู้ถือหุ้น เป็นต้น”



พอร์ตหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” และเป็น “หุ้นคุณค่า”

สำหรับพอร์ตของ ‘CG-LTF’ เป็นหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” และเป็น “หุ้นคุณค่า” เป็นหลัก


โดยกลุ่มธุรกิจหรืออุตสาหกรรม 5 อันดับที่กองทุนให้น้ำหนักสูงสุด (ณ วันที่ 31 มี.ค. 65) จะประกอบไปด้วย

-พลังงานและสาธารณูปโภค                          20.82%

-ธนาคาร                                                   14.28%

-พาณิชย์                                                  11.91%

-ขนส่ง                                                      10.45%

-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร                 8.89%


“โดย 5 หุ้นที่กองทุนลงทุนมากสุด ได้แก่ AOT 7.43%, PTT 5.46%, GULF 5.07%, CPALL 4.11% และ ADVANC 4.10%”





“ในแง่ของผลการดำเนินงานของกองทุน CG-LTF ก็สามารถทำได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้กองทุนหุ้นต่างประเทศ โดยข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกองมีผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 10.78% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 9.86% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 19.95%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 19.19% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -39.58%



ลงทุนขั้นต่ำ
‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’…ไม่กำหนดขั้นต่ำ

แต่อีกความน่าสนใจของกองทุนดังกล่าวที่ทำให้ผู้ลงทุนหรือผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างเงื่อนไขลงทุนหรือการซื้อขั้นต่ำ กองก็ได้มีการ “ปลดล็อก” อย่างการลงทุนที่ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” สามารถทำได้โดยไม่มีข้อกำหนด เช่นเดียวกันกับการขายคืน แต่ก็ยังมีเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+5)


สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาหรือผ่านผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นก็ได้เช่นกัน รวมไปถึงยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่าน UOBAM Invest


ถึงแม้ว่ากองทุน ‘CG-LTF’ จะเป็นกองทุนที่มีความเก่าแก่และยาวนานกว่า 18 ปี แต่ในด้านนโยบายการลงทุนก็ยังเป็นสิ่งที่เท่าทันกับสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันที่ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของ ESG ซึ่งใครที่กำลังมองหาหรืออยากจับจองการลงทุนที่ถูกจัดว่าเป็นอีกหนึ่ง Megatrend ของโลก แต่ สไตล์ไทยๆ ก็อาจจะใช้กองทุนดังกล่าวเป็นตัวช่วยได้เช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม