Official Update :

ชี้หาก “สงครามลุกลาม”…ราคาน้ำมันอาจไปไกลถึง 200 ดอลล์ !!!

Fun of Funds: “ราคาน้ำมันดิบ WTI ได้มีการปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนับถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 22 เม.ย. 22) ทะยานขึ้นมาแล้ว +33.72% สู่ระดับ 102.95 ดอลลาร์/บาเรล


ส่งผลให้กลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” ในช่วงไตรมาสแรกขึ้นเป็นแชมป์กองทุนที่มีผลตอบแทนสูงสุดเฉลี่ย +27.46%


ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องใช้การที่ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่หลายประเทศเริ่มเมืองจนทำให้การเดินระหว่างเมืองและประเทศกลับมาฟื้นตัวได้


อีกหนึ่งปัจจัยที่ถือว่ามีผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบเป็นอย่างมาก จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนได้ทำให้ซัพพลายน้ำมันดิบเกิดความขาดแคลน โดยเฉพาะในพื้นที่ยุโรป


ซึ่งในการลงทุนก็เป็นโอกาสการลงทุนที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการอยากจะสร้างผลตอบแทนใน “ระยะสั้น” แทนการลงทุนในตราสารทุน (หุ้น)


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะนำมุมมองและคำแนะนำการลงทุนเกี่ยวกับสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง “กองทุนน้ำมันดิบ” มาฝากให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ



ชี้ “ราคาน้ำมัน” ยังผันผวนสูง...เตือนนักลงทุนระยะสั้นต้องใช้ “ความระมัดระวัง-ตามข่าวใกล้ชิด”

สำหรับกลุ่ม “กองทุนน้ำมันดิบ” นี้จะไปลงทุนในกองทุนหลักที่ลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ WTI เป็นหลัก ในแง่ของระดับความเสี่ยงกองทุนก็ถือว่า “สูง”


โดย “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ให้มุมมองว่า ในช่วงที่ผ่านมาผลตอบแทนจากกองทุนมีค่อนข้างหวือหวาหรือปรับตัวขึ้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ จนได้รับความน่าสนใจจากนักลงทุน



(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)



“ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่เป็นตัวสนับสนุนหรือผลักดันให้ผลตอบแทนพุ่งสูงขึ้น เป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนจนเกิดเป็นการแซงชั่นจากประเทศอื่น จึงเป็นตัวกระตุ้นให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสูงซึ่งก็ได้ส่งผลไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคตัวอื่นๆ ปรับตัวขึ้นด้วยเช่นกัน”


แต่อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันก็ยังมี “ความผันผวน” ที่ค่อนข้างสูง ผู้ลงทุนจึงอาจจะต้องใช้ “ความระมัดระวัง” เป็นอย่างมากในการลงทุน เนื่องจากปัจจัยที่มีผลต่ออัตราผลตอบแทนอย่างกระแสเงินลงทุน (ฟันด์โฟลด์) ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม ก็ยังมีปัจจัยใหม่หรือยังมีปัจจัยที่ยังต้องติดตามอยู่



“ราคาน้ำมัน” ขึ้นกับ
‘พัฒนาการของสงคราม’...หาก “ลุกลาม” อาจทะยานไปไกลถึง 200 ดอลลาร์/บาเรลได้

โดยปัจจัยที่ต้องติดตามและผลต่อตลาด จะเกี่ยวกับความกังวลเกี่ยวกับสงครามเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 3 ประเทศด้วยกันประกอบไปด้วยรัสเซีย, ยุโรป และสหรัฐฯ ซึ่งมียูเครนเป็นหน้าด่านแต่ในปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะออกมาในรูปแบบใด





หากสงครามทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวออกไปเป็นวงกว้างหรือลามไปถึงประเทศอื่นก็จะผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะที่ระดับ 200 เหรียญสหรัฐฯ/บาเรลล์ แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังมีความตึงเครียดจึงเป็นปัจจัยที่คาดเดาได้ยากนาย สาห์รัช กล่าวเพิ่มเติม


ซึ่งนักลงทุนที่ชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจก็อาจจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างผลตอบแทนระยะสั้น แต่ก็ต้องติดตามข่าวสารและมีความเข้าใจในเชิงลึกพอสมควร เนื่องด้วยข่าวสารที่การเปลี่ยนแปลงอยู่ในแต่ละวันซึ่งล่าสุดการดึงน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ ออกมาใช้งานก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงกว่า 10%


แม้ว่า ราคาน้ำมันจะมีการปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมากจนลากอัตราผลตอบแทนจากกองทุนน้ำมันเพิ่มไปด้วย แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากก็คือความผันผวนของราคาซึ่งการจะแสวงหาโอกาสการลงทุนและผลตอบแทนผู้ลงทุนก็จะต้องใช้ความเข้าใจเชิงลึกเป็นสูตรประกอบการลงทุนด้วยเช่นกัน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม