Official Update :

“SSF” กองหุ้นขนาดใหญ่...เงินไหลเข้าสุทธิ 237 ล้านบาท... สะท้อน “ประโยชน์ภาษี” ดึงเงินเข้าหุ้นไทยได้จริง !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาจับกระแสเงินทุนไหลเข้า-ออกสุทธิใน “กองหุ้นไทย” (ที่ไม่รวมกองทุนประหยัดภาษี) ที่ยังดูอาการน่าเป็นห่วง


จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” เผยว่าในไตรมาสที่1/22 ยังมีเงินไหลออกสุทธิอีก 3.9 พันล้านบาท ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ไตรมาสที่1/20 (ปี21 ไหลออกสุทธิ 1.9 หมื่นล้านบาท) !!!


ทั้งที่ผลตอบแทนของ “ตลาดหุ้นไทย” ก็ไม่ได้แย่อะไรในภาพรวม และผลตอบแทนเฉลี่ยของกลุ่ม “กองหุ้นไทย” เอง ณ 31 มี.ค. 22 ก็ถือว่าดีกว่าหลายตลาดในโลก


หรือ “ตลาดหุ้นไทย” จะหมดเสน่ห์ไปแล้วสำหรับนักลงทุนไทย วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย





“หุ้นไทย” ยังไม่หมดเสน่ห์...แต่นักลงทุนมี “ทางเลือกมากขึ้น”

หากดูผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 27 เม.ย. 22) ผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นไทย (SET TRI) +1.47%, sSET TRI1.11% และ SET50 TRI +0.07% แต่ “กองหุ้นไทย” ที่มี ผลงานดีสุด สามารถทำผลตอบแทนได้ +9.29% ในขณะที่กองที่มี ผลงานแย่สุด ผลตอบแทนติดลบ -10.18%


“โดยกองหุ้นไทยที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกนั้น ทำผลตอบแทนได้ตั้งแต่ 7.60 – 9.29% ซึ่ง 4 ใน 5 เป็นกลุ่มกองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก โดยกองที่มีผลงานดีสุด ได้แก่ กองทุนเปิดทาลิส หุ้นระยะยาว (TLLTFEQ)’ ของบลจ.ทาลิส ทำผลตอบแทนได้ +9.29%





“ภาพรวมผลตอบแทน ณ วันที่31 มี.ค. 22 ของกลุ่มกองหุ้นไทยถือว่าไม่แย่ แต่สวนทางกับเม็ดเงินลงทุนที่ไหลออกสุทธิจาก กองหุ้นไทย (ไม่รวม LTF/RMF/SSF) ยังคงเป็นภาพเงินไหลออกสุทธิ 3.9 พันล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมอยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี21 เล็กน้อย และยังไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากนักสะท้อนผ่านเงินที่ไหลออกและส่วนใหญ่ไหลออกในกลุ่มกองหุ้นใหญ่”


ซึ่งทาง Morningstar มองว่า หุ้นไทยอาจจะมีโครงสร้างของหุ้นแบบดั้งเดิม ในขณะที่ “หุ้นในต่างประเทศ” มีธุรกิจและหุ้นให้ลงทุนที่หลากหลายและบางอุตสาหกรรมเองก็ไม่มีในตลาดหุ้นไทย แน่นอนว่า “หุ้นไทย” ก็ยังคงเป็นตลาดหลักในพอร์ตของนักลงทุนไทยแต่โอกาสในต่างประเทศที่มีมากขึ้นและการเข้าถึงการลงทุนที่ง่ายขึ้นผ่านกองทุนรวมก็ทำให้นักลงทุนไทยเองมีการกระจายเงินไปลงทุนใน “กองหุ้นต่างประเทศ” เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และในช่วงไตรมาสแรกก็เช่นกันกลุ่มกองหุ้นต่างประเทศกลับมีเงินไหลเข้าสุทธิติด 5 อันดับแรกถึง 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ กองหุ้นโลก, กองหุ้นสหรัฐ, Country Focus Equity ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองหุ้นเวียดนาม และกองหุ้นจีน ตามลำดับ



SSF” ไตรมาสแรกมีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.3 พันล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

คำถามหนึ่งที่นักลงทุนและหน่วยงานภาครัฐตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนมักถามกันนั่นคือ “ประโยชน์ทางภาษี” มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนหรือไม่?


คำตอบคือ “ใช่” สะท้อนผ่านข้อมูลเงินที่ไหลเข้ากลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” ในช่วงไตรมาสที่1/22 ที่ผ่านมา ในส่วนของ “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” เองก็มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 900 ล้านบาท





ที่น่าสนใจ คือ มีเงินไหลเข้ากลุ่ม “กองหุ้นขนาดใหญ่” มากเป็นอันดับ2 ที่ 237 ล้านบาท (แต่กองหุ้นไทยปกติเงินไหลออกสุทธินะ) โดยเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดด้วยมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากสิ้นปี21


“แต่โดยภาพรวมของกอง SSF ในไตรมาสแรกนั้นยังมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลง 1% จากสิ้นปี21 มาอยู่ที่ระดับ 3.9 หมื่นล้านบาท โดยมีเหตุผลหลักจากผลตอบแทนกองทุนติดลบหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นต่างประเทศนั่นเอง โดยกองหุ้นโลก -11.7%, กองหุ้นสหรัฐ -14.2% และกองหุ้นจีน -17.2% ในขณะที่กองหุ้นขนาดใหญ่เป็นกลุ่มเดียวที่ผลตอบแทนเป็นบวก +1.9% จึงทำให้ภาพรวมขนาดของกอง SSF ปรับตัวลดลงดังกล่าว”



LTF” ไตรมาสแรกเงินไหลออกสุทธิ 1.6 หมื่นล้านบาท...ส่วน “RMF” ไหลออกสุทธิเล็กน้อย 1.6 พันล้านบาท

ในส่วนของ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” นั้น มีมูลค่าเงินไหลออกสุทธิรอบไตรมาสแรกรวม 1.6 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินไหลออกในเดือนมกราคม 8.4 พันล้านบาท เงินไหลออกที่เพิ่มขึ้นมีเหตุผลจากเงินลงทุนในปี 2016 (7 ปีปฏิทิน) ถึงกำหนดไถ่ถอนตามเงื่อนไข ทำให้กอง LTF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 3.5 แสนล้านบาท ลดลง 3.4% จากสิ้นปี21


“แต่ในภาพรวมก็ไม่ได้กระทบต่อ ตลาดหุ้นไทย แต่ประการใด เพราะถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขายในภาพรวมของตลาดหุ้นไทย”





ในขณะที่ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (
RMF)” ในไตรมาสที่1/22 นั้น มีเม็ดเงินไหลออกสุทธิ 1.6 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการไหลออกจากกองทุนผสมในประเทศเป็นหลัก ซึ่งได้แก่กลุ่ม ‘Aggressive Allocation’ และ ‘Conservative Allocation’ รวมมูลค่า 1.3 พันล้านบาท ในขณะที่กลุ่มกองทุนตราสารทุนมีเงินไหลออกสุทธิ 110 ล้านบาท อันเกิดจากเงินเข้าลงทุนในกองทุนต่างประเทศช่วงตลาดปรับตัวลงและเงินไหลออกจากกองทุนหุ้นในประเทศที่มีการปรับตัวขึ้น


ประกอบกับผลตอบแทนที่ติดลบส่วนใหญ่ทำให้กอง RMF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 3.9 แสนล้านบาท ลดลง 1.7% สิ้นปี21 แต่ยังสูงกว่าช่วงไตรมาสแรกของปีที่แล้วราว 11.8%


“อย่างไรก็ตามในภาพรวม ทาง Morningstar ยังคาดว่าเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิทั้งปีในปีนี้ของกอง RMF ก็ไม่น่าจะน้อยกว่าในปีที่ผ่านมาที่ไหลเข้าสุทธิในปีที่แล้วกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท ได้”


ทั้งหมดนี้ คือ การเคลื่อนไหวของเม็ดเงินลงทุนในกลุ่ม “กองหุ้นไทย” และ “กองทุนประหยัดภาษี” ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ประโยชน์ทางภาษี” นี่จูงใจนักลงทุนได้จริงๆหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’