“TGENOME” ธีม ‘Genomic’…แชมป์ผลงานยับสุดรอบ 1 ปี -60.90% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องดูผลงานกองทุนย้อนหลัง 1 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 28 เม.ย. 22) ที่ผลตอบแทนดิ่งทะลุ -50% กัน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า...“ยับครับนาย !!!”
โชคดีที่มีกองทุนกลุ่มนี้อยู่ไม่มากเพียง 14 กอง เท่านั้น (ถ้านับรวม Share Class อื่นจะมี 21 กอง) แต่ใครโชคไม่ดี เข้าไปลงทุนใน 14 กองทุนนี้เอาไว้ด้วยก็คงบอบช้ำไปตามๆ กัน
เพราะผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ของกองทุนกลุ่มนี้เฉลี่ยติดลบ -55.89% เรียกว่าทุกกองจะต้องทำผลตอบแทนตีตื้นกลับมาให้ได้เกิน 100% ทั้งนั้นเพื่อจะกลับมา ‘เท่าทุน’ ณ จุดก่อนร่วงเมื่อ 1 ปีก่อน ซึ่งโดยเฉลี่ยต้องทำกำไรให้ได้ +126.71% เลยทีเดียว!!!
ประวัติศาสตร์กองทุนที่ร่วงหนักๆ จนทำมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ต่อหน่วยร่วงหนัก ...มักกลับมายาก (แต่ในยุค New Normal ก็ไม่แน่)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง
“5 กลุ่มกองทุน” ในธีม “เทคโนโลยี”...จาก “ดาวรุ่ง” สู่ “ดาวร่วง”
ใน 14 กองทุนที่ผลงาน...ยับครับนาย!!! นั้น
เป็นอดีตกองทุนยอดนิยมในธีมสุดฮอตอย่าง “เทคโนโลยี” เป็นสำคัญ ที่ในเวทีโลกบวกกันกระจายทะลุ +100% เป็นว่าเล่นในปี2019 ที่ COVID-19 ถล่มโลก โดยกระจายอยู่ใน 5 กลุ่มกองทุนได้แก่
-กองหุ้นโลก: เป็นธีมย่อย “Innovation” ที่เน้นลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ กระจายไปในบริษัททั่วโลก มี 4 กอง เฉลี่ยติดลบตั้งแต่ -55.18% ถึง -60.17% ซึ่งมีทั้ง Feeder Fund ที่ไปลงทุนในกองทุนหลักอย่าง ‘Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund’ ที่มี ARK Invest เป็นที่ปรึกษาในการลงทุนให้ ได้แก่ KFINNO-A, TMB-ES-GINNO, T-ES-GINNO หรือเป็น Fund of Funds อย่าง LHINNO-A
-กองหุ้นสุขภาพโลก: เป็นธีมย่อย “Genomic” ที่เน้นลงทุนในหุ้นเกี่ยวกับการตัดต่อและแก้ไขรหัสพันธุกรรม เพื่อรักษาโรคร้าย เช่น มะเร็ง หรือโรคติดต่อสมัยใหม่ เป็นต้น เป็นแชมป์ร่วงหนักสุดในรอบ 1 ปี มี 2 กอง ซึ่งไปลงทุนในกองทุนหลัก ‘ARK Genomic Revolution ETF’ ทั้งคู่ ได้แก่ TGENOME ผลตอบแทนติดลบ -60.90% และ TMB-ES-GENOME ติดลบ -58.67%

-กองหุ้นเทคโนโลยีโลก: จัดอยู่ตรงกลุ่มมาในธีมย่อย “Next Generation Internet” ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเปลี่ยนฐานของโครงสร้างพื้นฐานจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปยังระบบคลาวด์, การดำเนินธุรกิจผ่านทางเว็บไซต์หรือให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อตอบสนอง Lifestyle การใช้ชีวิตผู้คนได้ตลอดเวลา
“มีด้วยกัน 3 กอง เป็น Feeder Fund ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -51.83% ถึง -54.76% ซึ่งไปลงทุนในกองทุนหลัก ‘ARK Next Generation Internet ETF’ เหมือนกัน ได้แก่ WE-CYBER, TNEXTGEN-A และ TMB-ES-INTERNET”
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งธีมย่อย “Fintech Innovation” เน้นลงทุนทั่วโลกในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมการให้บริการทางการเงิน (Financial Services) และ/หรือเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) เช่น นวัตกรรมการชำระเงินรูปแบบใหม่ การดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) เทคโนโลยี Blockchain เป็นต้น มี 1 กอง เป็น Fund of Funds ได้แก่ MFTECH ผลตอบแทนติดลบ -53.10%
-Global Sector Focus Equity: มากับธีม “e-commerce” เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ประกอบธุรกิจ หรือมีรายได้หรือได้รับประโยชน์จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) มี 1 กอง ได้แก่ ONE-GECOM ผลตอบแทนติดลบ -53.47%
-กองหุ้นจีน: มากับธีมย่อย “China Tech” ที่เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีของจีน ทั้งรูปแบบของ Feeder Fund ซึ่งไปลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco China Technology ETF’ มีอยู่ 2 กอง ได้แก่ SCBCTECHA และ TCHTECH-A ผลตอบแทนติดลบ -51.34% และ -52.20% ตามลำดับ
และรูปแบบของ Fund of Funds อีก 1 กอง ได้แก่ BCAP-CTECH ผลตอบแทนติดลบ -58.67%
ต้นทุนของนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนอาจแตกต่างกันออกไป นี่เป็นเพียงการตัดภาพผลตอบแทนบางส่วนในช่วงย้อนหลัง 1 ปี มาให้เห็นภาพว่า “กองทุนรวม” ก็สามารถ ‘ขาดทุนหนัก’ ได้เช่นกัน ขึ้นกับผลตอบแทนของสินทรัพย์หลักหรือกองทุนเป้าหมายนั้นว่าเป็นเช่นไรเป็นสำคัญ ใครที่ “ติดดอย” อยู่และเจ็บหนักอาจไม่ใช่จังหวะในการขายแล้วต้องมองเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวไป (หากเชื่อมั่นว่าพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง) ส่วนใครที่ยังไม่มีของ อาจไม่ต้องรีบร้อน รอ ‘ดอกเบี้ยขาขึ้น’ ให้ฝุ่นหายตลบก่อนก็ยังไม่สาย อาจเป็นโอกาสการลงทุนได้เช่นกัน แต่ผลตอบแทนจะวาดหวังระดับพุ่งทะลุ +100% อาจไม่ใช่ภาพที่จะคาดหวังได้เช่นในอดีตอีกแล้วนะ
