“KWI EE EURO” ลุยหุ้นยุโรปตะวันออก-มี “รัสเซีย” ติดพอร์ตกว่า 60%... กดผลตอบแทนแดงเดือดตั้งแต่ต้นปีดิ่ง -47.76% !!!
Fun of Funds: สงครามระหว่างยูเครน-รัสเซียถือว่ามีพิกัดใน “ยุโรป” และส่งผลกระทบต่อภูมิภาคยุโรปทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอย่างปฏิเสธไม่ได้
“ตลาดหุ้นยุโรป” เป็นตลาดที่มีการปรับฐานหรือปรับตัวของดัชนีลดลงมาค่อนข้างแรง ด้วยผลกระทบโดยตรงระหว่างความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่เกิดขึ้น
แต่ตัวเลือกในการลงทุนสำหรับกองทุนในตลาดอุตสาหกรรมไทยก็ได้มีการแบ่งเงินลงทุนในยุโรปฝั่งต่างๆ ให้นักลงทุนได้คัดเลือกอย่างมากมาย
ซึ่งทาง ‘Wealthythai’ จะนำข้อมูล “กองหุ้นยุโรป” ซึ่งเป็นตัวแทนของ ‘กลุ่มหลัก’ และ ‘กลุ่มตอนกลางและตะวันออก’ มาแนะนำกันในครั้งนี้
“SCBEUEQP” ตัวแทน ‘กองหุ้นยุโรปหลัก’ -ตลาดพัฒนาแล้ว...ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีลบไปไม่มาก -8.08%
“หุ้นยุโรป” กลุ่มหลักจะมองผ่านดัชนี “EURO Stoxx600” ซึ่งลงทุนในหุ้นยุโรป 600 ตัว ทั้งขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก จาก 17 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วย Austria, Belgium, Denmark, Finland, France, Germany, Ireland, Italy, Luxembourg, the Netherlands, Norway, Poland, Portugal, Spain, Sweden, Switzerland and the United Kingdom
โดยน้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในอังกฤษ, ฝรั่งเศส, สวิสเซอร์แลนด์ และเยอรมัน รวมกันประมาณ 75% ซึ่งดัชนีนี้สามารถใช้ดูความเคลื่อนไหวของหุ้นยุโรปได้เลย และแน่นอนว่า...ไม่มี “รัสเซีย” อยู่ในดัชนีหุ้นยุโรปกลุ่มนี้แต่ประการใด
“ซึ่ง ‘หุ้นยุโรปกลุ่มหลัก’ ถือเป็นภูมิภาคที่คาดว่าจะมีการฟื้นตัวที่ดีตามหลังหุ้นสหรัฐ แต่ก็มาเจอปัจจัยลบจากสงครามที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบทางอ้อมมาถึงเศรษฐกิจยุโรปด้วยเช่นกัน ทำให้ดัชนี Euro Stoxx600 ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ค. 22) ปรับตัวลงไปแล้ว -9.17% และทำให้กลุ่ม ‘กองหุ้นยุโรป’ ทั้ง 42 กอง ผลตอบแทนแดงเดือดทั้งกระดานติดลบกันไปตั้งแต่ -3.64% ถึง -29.62% มากบ้างน้อยบ้างตามนโยบายของแต่ละกองทุน”
แต่ถ้ามองผ่านตัวแทนของกองทุนหุ้นยุโรปที่ลงทุนในประเทศหลักของภูมิภาคยุโรป อย่าง “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยุโรป ชนิดผู้ลงทุนกลุ่มและบุคคล” หรือ “SCBEUEQP” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดย ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด’ ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย. 22) ติดลบ -8.08% ก็ไม่มากเท่าไรนัก
“โดยกองทุนมีนโยบายจะลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศหรือกองทุน ETF ในชื่อ ‘iShares STOXX Europe 600 (DE)’ โดยจะลงในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี ‘STOXX Europe 600’ เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนใกล้เคียงกับ ผลตอบแทนของดัชนี STOXX Europe 600”

“KWI EE EURO” หนึ่งเดียวที่ลงทุนใน ‘ยุโรปตะวันออก’…ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี ‘ติดลบหนัก’ -47.76%
“หุ้นยุโรป” จัดอยู่ในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว แต่ยังมีหุ้นยุโรปอีกส่วนหนึ่ง นั่นคือ “ยุโรปตะวันออก” ถูกจัดเป็นหนึ่งในภูมิภาคของ “ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)” นอกเหนือจากละตินอเมริกา, แอฟริกาและยุโรปตัวนออก และเอเชียนั่นเอง
ซึ่งภูมิภาคนี้ก็คือภูมิภาคที่เป็น “สมรภูมิ” ของสงครามยูเครน-รัสเซียในปัจจุบันนั่นเอง !!!
ในอุตสาหกรรมกองทุนไทยก็มีกองหุ้นยุโรปที่ลงทุนในฝั่งของประเทศในแถบยุโรปตอนกลางและตะวันออกอยู่เช่นกัน แต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นตลาดเกิดใหม่”
นั่นก็คือ “กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ อิเมอร์จิ้ง อีสเทอร์น ยุโรป เอฟไอเอฟ” หรือ “KWI EE EURO” ที่ได้ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัด’ เป็นผู้ที่คอยดูแลพร้อมกับบริหารจัดการเงินลงทุนแก่ผู้ถือหน่วย โดยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 เม.ย. 22) ติดลบ -47.76% เลยทีเดียว
“โดยกองดังกล่าวจะลงทุนใน ‘Manulife Global Fund-Emerging Eastern Europe Fund (Share Class AA)’ เป็นกองทุนหลักเพียงกองเดียว ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าเงินลงทุนให้เติบโตโดยการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศในแถบยุโรปตอนกลางและตะวันออกโดยรวมแต่ไม่จำกัดในประเทศเหล่านี้ ออสเตรีย, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเชค, เอสโทเนีย, กรีซ, ฮังการี, ลัตเวีย, ลิธัวเนีย, โปแลนด์, โรมาเนีย, รัสเซีย, สาธารณรัฐสโลวัค, สโลเวเนีย และตุรกี”
จะเห็นว่า...มีการลงทุนใน “รัสเซีย” ด้วย และถือเป็นสัดส่วนใหญ่ของพอร์ตประมาณ 60% นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่าส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนของ “KWI EE EURO” ค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็มีนักลงทุนใจกล้าที่มองเป็นโอกาสลงทุนที่ ‘แทงสวน’ ด้วยการเข้าไปซื้อช่วงที่ราคาปรับตัวลงมาแรงเช่นเดียวกัน (นานาจิตตังว่ากันไม่ได้)
สำหรับนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนใน “หุ้นยุโรป” นั้น ก็มีทางเลือกทั้งที่เป็น “ยุโรปกลุ่มหลัก” ซึ่งเป็นตลาดพัฒนาแล้ว และ “ยุโรปตะวันออก” ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ ให้ได้เลือกลงทุนกัน ขึ้นกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวคุณเองเป็นสำคัญ
