“กอง FinTech” ผลตอบแทนดิ่งเหว -21.47% ถึง -39.15%... สวนทาง story สุดสวย !!!
Fun of Funds: “FinTech: เทคโนโลยีทางการเงิน” หนึ่งในซับธีมกลุ่มเทคโนโลยีก็เป็นอีก “ดาวร่วง” ที่อดีตเป็น “ดาวรุ่ง” เช่นเดียวกัน Story ที่รองรับธีมนี้ก็คงไม่มีใครปฏิเสธได้
เดี๋ยวนี้ “สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)” ก็มาเคาะประตูถึงหน้าบ้านกันแล้ว การทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ ซื้อของออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ธีม “FinTech” จึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนใน “ธุรกิจการเงิน”
รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ที่เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มี “กองทุน FinTech” จากบลจ.ต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นมาให้เป็นทางเลือกแก่นักลงทุนที่สนใจในธีมแห่งอนาคตนี้ และแน่นอนว่า...ปัจจุบันก็คงบอบช้ำไปตามๆ กัน
สะท้อนผ่านผลงานของ “ARKF” ที่ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 พ.ค. 22) ดิ่งไปแล้ว -49.96% และย้อนหลัง 1 ปี -57.55% เรียกว่า “ผลตอบแทน” สวนทางกับ Story ที่แสนสวยเลยทีเดียว !!!
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่เกี่ยวกับ “กองทุนเทคโนโลยีการเงิน (FinTech)” มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
“FinTech” ซับธีมแห่งอนาคต...เปลี่ยนแปลงโลกการเงินสู่ยุคใหม่
ปฏิเสธไม่ได้ว่า...ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนโลกสู่อนาคต ได้เข้าผสมผสานกับภาคกลุ่มธุรกิจต่างๆ ไม่เว้นแต่การ “ธุรกิจทางการเงิน” ที่ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค
ซึ่งเมื่อเกิดเป็นการพัฒนาก็ย่อมทำให้การดำเนินธุรกิจมีการเติบโตขึ้นสูงกว่าที่นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าซับธีมย่อยอย่าง “FinTech” จะโตแบบก้าวกระโดดหลังจากที่ได้ COVID-19 มาเป็นปัจจัยเร่งให้ออกตัวและจะโตต่อเนื่องไปได้ในระยะยาว ซึ่งเห็นผลกระทบจาการเข้าไป Disrupt ธุรกิจแบบดั้งเดิมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ การค้าขายแบบเดิมสู่ระบบออนไลน์ เป็นต้น
“กอง FinTech” สาย BlackRock…ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -21.47% ถึง -23.58%
“กองทุน FinTech” จัดอยู่ในซับธีมของกลุ่มเทคโนโลยี ปัจจุบันกองทุนรวมดังกล่าวมีให้นักลงทุนเลือกสรรอยู่ 5 กองทุน (ไม่รวมประเภทของกองทุน) จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 5 แห่ง ซึ่งเป็นการรวบรวมเงินจากนักลงทุนไปลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศ (FIF) เพียงกองทุนเดียว หรือ Feeder Fund

สำหรับกองทุนหลักที่บลจ.ไทยเลือกลงทุนจะมีอยู่ 2 กองหลัก ก็คือ “BGF FinTech Fund” ที่เป็นกองทุนในกลุ่ม ‘BlackRock Global Funds’ มี BlackRock (Luxembourg) S.A. เป็นผู้บริหารจัดการกองทุน ภายใต้นโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับ Financial Services / IT Services และ Insurance ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาปรับปรุง รวมถึงเปลี่ยนแปลงรูปแบบบริการทางการเงินแบบดั้งเดิมให้ดีขึ้น
“ซึ่งกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนดังกล่าว จะประกอบไปด้วย ‘กองทุนเปิดบัวหลวงฟินเทค (B-FINTECH)’ ของบริษัทจัดการเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด และ ‘กองทุนเปิด ทิสโก้ FinTech (TFINTECH)’ ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ซึ่งผลงานตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย. 65) ก็ติดลบไปตามๆ กัน -21.47% และ -23.58% ตามลำดับ”
“กอง FinTech” สาย ARK…ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -34.80% ถึง -39.15%
ขณะที่อีกหนึ่งกองทุนหลักต่างประเทศก็คือ “ARK Fintech Innovation ETF (ARKF)” ที่บริหารจัดการโดย ‘ARK Investment Management LLC’ ที่จะลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนวัตกรรมด้านการเงิน ซึ่งอาจพัฒนาหรือพึ่งพานวัตกรรมการชำระเงิน ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ นวัตกรรมการทำธุรกรรม การวิเคราะห์ทางธุรกิจ การให้กู้ยืมแบบ peer-to-peer การชำระเงินผ่านมือถือและ blockchain เป็นต้น
โดยกองทุนหลักข้างต้น มีกองทุนไทยที่ไปลงทุน ได้แก่ “กองทุนเปิดทีเอ็มบี อีสท์สปริง Fintech Innovation (TMB-ES-FINTECH)” ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด, “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Fintech Innovation (SCBFINTECH)” ที่บริหารจัดการด้วยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด และ “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ฟินเทค อินโนเวชั่น (MFTECH)” ที่อยู่ภายใต้การดูแลจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 เม.ย. 65) ดิ่งหนักไปตามๆ กัน -34.80, -35.64% และ -39.15% ตามลำดับ
“ผลดำเนินงานของแต่ละกองทุนนั้นจะล้อตามกันไปในกองทุนหลักที่ได้เลือกสรร แต่ก็จะมีบางกองที่ผลการดำเนินงานจะมีความแตกต่างกันอยู่ ด้วยการจัดสรรเงินที่กระจายไปลงทุนสินทรัพย์หรือกองทุนอื่นเพิ่มเติม ใครที่ลงทุนในซับธีม ‘FinTech’ อาจต้องมองกันยาวๆ เป็นสำคัญว่าจะสามารถฟื้นกลับมาได้ดีแค่ไหนกับพื้นฐานที่รองรับอยู่”
