“I-OIL” ธีม ‘น้ำมันโลก’…แชมป์ผลงาน ‘ปังสุด’ รอบ 1 ปี +77.29% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องดูผลตอบแทนของกองทุนย้อนหลัง 1 ปี (ข้อมูล ณ 30 เม.ย. 22) ที่ผลตอบแทนยังแรงทะลุปล้องบวกไปมากกว่า +50% บอกได้คำเดียวว่า...“ปังครับนาย” !!!
เพราะมีเพียง “13 กองทุน” เท่านั้น ที่ทำได้...ในท่ามกลางซากปรักหักพังของผลงานกองทุนโดยรวมที่ “พังยับเยิน” กันเป็นส่วนใหญ่
และถ้ามองช่วงย้อนหลัง 4 เดือน จะเหลือเพียง 8 กองทุนเท่านั้น ที่ทำผลตอบแทนได้มากกว่า +30% (น้อยยิ่งกว่าน้อยจริงๆ)
ใครที่ถือ 13 กองทุนนี้ไว้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ก็คงยิ้มไปตามๆ กัน...ส่วนใครที่พลาดไปไม่ได้มีติดพอร์ตไว้ ก็เหมือนทำผลตอบแทนหล่นหายไปเฉลี่ย 63.08% เลยทีเดียว (ไม่ใช่น้อยนะ)
ทั้ง 13 กองทุนนี้ หน้าตาเป็นยังไงกันบ้าง ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปยลโฉมพร้อมๆ กันได้เลย
กองทุนสุดปัง “ธีมพลังงาน” มายกแผง-“สินค้าโภคภัณฑ์” ก็มา...สุดเซอร์ไพรส์ “ดัชนีหุ้น ICT ไทย” ติดชาร์ตด้วย
ใน 13 กองทุน ที่ผลงาน...ปังครับนาย !!! นั้น
กว่า 85% หรือ 11 กองนั้น เป็นอดีตกองทุนที่เคยยับเยินมาก่อนเช่นเดียวกัน สะท้อนผ่าน “มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย (NAV)” ของกองทุนส่วนใหญ่ที่เหลือ “ไม่เต็มสิบบาท” กันทั้งนั้น
โดยเฉพาะกลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ทั้งน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ (และน่าจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะกลับไปยืนที่เดิมได้)
ส่วน 13 กองทุนที่มีผลงานย้อนหลัง 1 ปี บวกทะลุ +50% นั้น กระจายอยู่ใน 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
-กองทุนน้ำมัน เป็นธีม “น้ำมันโลก” ที่เน้นลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า (Futures) ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบที่จะมีการส่งมอบกันในอนาคต เช่น อีก 12 เดือนข้างหน้า เป็นต้น โดยทั้งหมดจะลงทุนในสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ ‘WTI’ ทั้งหมด มีทั้งหมด 9 กอง ทำผลตอบแทนได้ 54.87 – 77.29% เป็น Feeder Fund ทั้งหมด แต่ยังแบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่ม ตามกองทุนหลักที่แตกต่างกัน ได้แก่

-‘Invesco DB Oil Fund (DBO)’ ที่ลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าที่หมดอายุใน ‘เดือนใกล้ที่สุด’ มี 7 กอง ได้แก่ SCBOIL, KF-OIL, ASP-OIL, TISCOOIL, K-OIL, KT-OIL และ TMBOIL
-‘United States Oil Fund (USO)’ ที่ลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าที่หมดอายุ ‘เดือนไหนก็ได้’ ที่มีการซื้อขายกันอยู่ มี 2 กอง ได้แก่ I-OIL และ TUSOIL ซึ่งกองทุนที่มี ‘ผลตอบแทนสูงสุด’ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ I-OIL ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ได้ +77.29%
-กองทุนหุ้นโลก มาในธีมย่อย “หุ้นพลังงาน” ที่เน้นลงทุนในหุ้นพลังงานทั่วโลก มี 2 กอง เป็น Feeder Fund 1 กอง ไปลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘BGF World Energy Fund’ ได้แก่ KT-ENERGY ทำผลตอบแทนได้ +64.78%
อีกกองเป็น Fund of Funds ได้แก่ I-10 ทำผลตอบแทนได้ +59.73%
-กองทุน Miscellaneous เป็นธีม “สินค้าโภคภัณฑ์” ที่เน้นลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งรวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตร, โลหะมีค่า (Precious Metal) และพลังงาน มี 1 กอง ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘DWS Invest Enhanced Commodity Strategy LC’ ได้แก่ UOBSC ทำผลตอบแทนได้ +59.72%
-กองหุ้นทั่วไป เป็น “กองหุ้นไทย” หนึ่งเดียวที่ติดโผเข้ามาในทำเนียบ 13 กองทุนสุดปังในครั้งนี้ มากับธีม “หุ้นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร” ในรูปแบบของกองทุนดัชนีกลุ่ม ICT มี 1 กอง ได้แก่ K-ICT ด้วยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี +59.14%
จะเห็นว่า “กองทุนรวม” ที่ให้ “ผลตอบแทนสูง” ก็ยังมีให้เห็นได้เช่นกัน แม้ในท่ามกลางความยับเยินของตลาดการลงทุนทั่วโลกในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้ต้องยกให้เป็นปีของ “กลุ่มพลังงาน” ที่มายกแผงทั้ง ‘กองทุนน้ำมัน’ และ ‘กองหุ้นพลังงาน’ รวมถึง ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ และ ‘ดัชนีหุ้น ICT’ ของไทย แต่ต้องไม่ลืมว่า...นี่คือตระกูลของกลุ่มกองทุน ‘ความเสี่ยงสูง’ ถึง ‘สูงมาก’ ทั้งหมด เข้าตำรา ‘High Risk, High Expected Return’ นั่นเอง ดีสุด...กระจายการลงทุนไว้ปลอดภัยกว่า “ใครมีกำไร”...จะเก็บกำไรใส่กระเป๋าไว้ก่อนก็คงไม่ผิดอะไร โดยเฉพาะในช่วง “ตลาดผันผวน” เช่นนี้
