Official Update :

“SCBNK225D”…แค่ 1 บาท ก็ลุย “หุ้นญี่ปุ่น” คุณภาพดีในดัชนี ‘Nikkei225’ ได้!!!

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้จะพาไปรู้จักกับกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นญี่ปุ่น (Japan Equity)” ที่มีจุดเด่นโดยเข้าลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี ‘Nikkei225’ ทุกตัว ซึ่งถือเป็นตัวแทนของหุ้นคุณภาพตัว Top ของญี่ปุ่นนั่นเอง


จึงถือเป็นโอกาสสำคัญกับนักลงทุนที่ชื่นชอบการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ยิ่งในสถานการณ์ที่ตลาดหุ้นใหญ่ในตลาดพัฒนาแล้วอย่าง “สหรัฐ-ยุโรป” เริ่มถูกลดถอนความน่าสนใจลงมา จากดอกเบี้ยขาขึ้นและภาวะสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างยูเครนและรัสเซีย


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยก “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจ มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



SCBNK225D” ลุยหุ้นคุณภาพในดัชนี ‘Nikkei225’…โชว์ผลตอบแทนกว่า 9 ปี สุดสวย 9.13% ต่อปี...

ปฏิเสธไม่ได้ว่า...“เรดาห์การลงทุน” ในช่วงนี้ ผู้ลงทุนหลายคนอาจจะเริ่มสังเกตได้ว่าผู้เชี่ยวชาญสายการเงินการลงทุนเริ่มที่จะเบนเข็มมายัง “ตลาดหุ้นเอเชีย” มากกว่าฝั่ง “ตลาดหุ้นตะวันตก” ที่ปัจจัยลบไม่เว้นแต่ละวัน


ซึ่งตลาดหุ้นที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูนอกจากตลาดหุ้นไทยและหุ้นเพื่อนบ้าน ก็มี “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ที่เด้งขึ้นมาอยู่บนจอเรดาห์ ด้วยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากลุ่มตลาดพัฒนาแล้วด้วยกัน นอกจากนี้สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศก็ดีขึ้น เริ่มเห็นกระแสเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านี้รัฐบาลก็เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ที่สำคัญเงินเฟ้อยังต่ำทำให้ “ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)” ยังสามารถใช้นโยบายผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้นานกว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)” และ “ธนาคารกลางยุโรป (ECB)” อีกด้วย นั่นจึงทำให้ “หุ้นญี่ปุ่น” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง





โดยกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น ชนิดจ่ายเงินปันผล” หรือ SCBNK225D ที่ทาง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้ยกชูปูปั้นจนผลการดำเนินงานมีความโดดเด่นขึ้นมาไม่แพ้กับกองทุนรวมอื่นๆ และได้เป็นยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” จัดเรทติ้งสูงสุดให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” ย่อมสะท้อนถึงผลงานของกองทุนนี้ได้เป็นอย่างดี


กอง SCBNK225D ไม่ใช่กองทุนน้องใหม่แต่อย่างใดเพราะได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 10พฤษภาคม 2565) ก็มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 412,187,609 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 13.49 บาทต่อหน่วย


เป็นกองประเภทฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวนั่นคือ ‘NEXT FUNDS Nikkei 225 Exchange Traded Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ที่บริหารงานภายใต้ความดูแลของ ‘Nomura Asset Management Co.,Ltd.’ นักลงทุนที่เชียวชาญและมีประสบการณ์ลงทุนในญี่ปุ่นโดยตรง โดยสกุลเงินลงทุนที่ใช้จะเป็นรูปแบบของสกุลเงินเยน ณ วันที่ 31 มี.ค. 65 ลงทุนในกองทุนหลัก 89.67%


“มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของ ดัชนีนิคเคอิ 225 (Nikkei225)’ และตราสารทุนที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 ในสัดส่วนการลงทุนเดียวกับจำนวนหุ้นในดัชนีนิคเคอิ 225 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ไปในทิศทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกับดัชนีนิคเคอิ 225 นั่นเอง”



หุ้นในพอร์ตสไตล์ “หุ้นใหญ่” และเป็น “หุ้นเติบโต”

ถ้ามาส่องดูหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง SCBNK225D’ นั้น จะพบว่าเป็นสไตล์ “หุ้นใหญ่” และเป็น “หุ้นเติบโต (Growth)เป็นหลัก


ซึ่งความน่าสนใจของดัชนีดังกล่าวจะประกอบไปด้วยหุ้นขนาดใหญ่ 225 บริษัทแรกของญี่ปุ่น และแบ่งเป็นรายอุตสาหกรรมที่มีน้ำหนักการลงทุน 5 อันดับ ประกอบไปด้วย


-เครื่องใช้ไฟฟ้า                                        23.8%


-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร        12.0%


-ค้าปลีก                                                 9.2%


-เคมีภัณฑ์                                               7.4%


-เภสัชภัณฑ์                                             7.2%





“ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘SCBNK225D’ เฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 65) มานั้นก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างดีหรืออยู่ที่ 9.13% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 9.04% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 19.65% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.57% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนมักมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน โดยกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา 5 ปีอยู่ที่ -33.49%


แต่ความน่าสนใจของกองทุนดังกล่าวก็ไม่ได้อยู่ที่ผลการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหน่วยอย่างนโยบายการ “จ่ายปันผล” ที่จะจ่ายไม่เกินปีละ 2 ครั้ง ซึ่งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันก็ได้มีการจ่ายไปกว่า 15 ครั้ง คิดเป็นอัตราการจ่ายรวม 4.85 บาทต่อหน่วย ซึ่งน่าจะสร้างความพอใจให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี



ลงทุนขั้นต่ำ
‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1 บาท

สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนใน ‘กอง SCBNK225D’ ก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้ด้วยเงินเพียงแค่ 1 บาท ตามเงื่อนไขมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่บริษัทได้กำหนด ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ จะอยู่ที่ 1 บาท แต่การขายในหนึ่งครั้งระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะอยู่ที่ภายใน 3 วัน (T+3) ทำการนับแต่วันคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมูลค่าหน่วยลงทุน


ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น SCBAM Fund Click


การจะลงทุนในหุ้นต่างต่างประเทศให้มีความหลากหลายหลักทรัพย์ ช่องที่อำนวยความสะดวกได้ดีอีกหนึ่งช่องทางก็เป็นกองทุนรวม ซึ่งใครที่สนใจจะลงทุนใน หุ้นญี่ปุ่น เชื่อว่า กองทุน SCBNK225D’ ที่เป็นตัวแทนของหุ้นญี่ปุ่นคุณภาพดีในตลาด 225 บริษัท เป็นผู้นำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ไม่มากก็น้อย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม