“เงินเยน” อ่อนค่า-หนุนกำไรบจ.โต... ถึงเวลาช้อป “หุ้นญี่ปุ่น” หรือยัง?
Fun of Funds: “ญี่ปุ่น” อาจเป็นประเทศที่นักลงทุนหลายคนไม่ได้ติดตามหรือให้ความสนใจนัก หลังจากที่ผ่านพ้นกิจกรรมใหญ่อย่างโอลิมปิกที่ได้มีการจัดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา
แต่ก็ได้เริ่มเข้ามายังเรดาร์ลงทุนในฝั่งของผู้ให้คำแนะนำ ด้วยประเด็นอย่าง “ค่าเงินเยน” ที่อ่อนตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอ่อนค่าไปแล้วกว่า 10% จนทำให้เป็นที่สะดุดตาขึ้นมา
ซึ่งหลายคนก็อาจจะคิดว่าประเด็นดังกล่าวจะเป็นผลกระทบ “เชิงบวก” หรือ “ลบ” ให้แก่ตลาดและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนมากกว่ากัน
ด้าน “หุ้นญี่ปุ่น” ดัชนี Nikkei225 ปรับตัวลงตั้งแต่ต้นปีแล้วกว่า -8.96% “กองหุ้นญี่ปุ่น” กว่า 98% ผลตอบแทนติดลบไปตามๆ กันตั้งแต่ -3.02% ถึง -20.96% มีบวกฉีกตลาดอยู่กองเดียวนั่นก็คือกอง ASP-NGF +8.98% ก็คงทำให้นักลงทุนอดหวั่นใจกันไม่ได้
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมมุมมองการลงทุนใน “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในสายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนมาแชร์กันในครั้งนี้

มอง “หุ้นญี่ปุ่น” ระยะสั้นน่าสนใจ...รับเปิดประเทศ-ศก.ฟื้น
ในเดือนมี.ค.22 พลันที่ดัชนี Nikkei225 ดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 25,000 จุดได้อีกครั้ง นักลงทุนก็กลับมาให้ความสนใจ “หุ้นญี่ปุ่น” กันอีกครั้ง แม้ว่าภาพรวมตั้งแต่ต้นปีจะยังติดลบกว่า -8.96% ก็ตาม แต่ก็มีนักลงทุนสถาบันบางแห่งให้เป้าหมายปีนี้ไว้ที่ 32,000 จุด เช่นกัน นั่นมีอัพไซด์จากปัจจุบันประมาณ 20% เลยทีเดียว
โดยเริ่มที่ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ให้มุมมองว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจและยังลงทุนได้ ด้วยปัจจัยในระยะข้างหน้าที่จะเข้ามาสนับสนุนอย่างการควบคุมสถานการณ์ COVID-19 ได้ดี ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดเมืองเปิดประเทศผลักดันเศรษฐกิจฟื้นตัว
.jpg)
(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“ขณะเดียวกันนโยบายการเงินของธนาคารญี่ปุ่นเองก็ยังค่อนข้างผ่อนคลายตามตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังต่ำ พร้อมกันนี้ค่าเงินเยนที่อ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นผลดีให้แก่ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจภาคการส่งออกให้ได้รับประโยชน์จากค่าเงินดังกล่าว แต่ก็ต้องระมัดระวังบริษัทข้ามชาติบางบริษัทที่อาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน”
สำหรับนักลงทุนสนใจการลงทุนใน “หุ้นญี่ปุ่น” ก็อาจจะใช้เป็นหลุมหลบภัยหรือลงทุนได้ช่วงระยะสั้นถึงกลาง แต่ระยะยาวอาจจะไม่เหมาะสมนัก เนื่องจากกลุ่มหุ้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจแตกต่างจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และจีนที่มีกลุ่มเติบโต จึงอาจสร้างผลตอบแทนได้ไม่เท่ากลุ่มดังกล่าว
“หุ้นญี่ปุ่น” หลุมหลบภัยระยะสั้นกลุ่ม “ตลาดพัฒนาแล้ว”...หนี ‘สหรัฐ-ยุโรป’
ด้าน “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ก็ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า “หุ้นญี่ปุ่น” เป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ ด้วยมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องและการเปิดเมืองเปิดประเทศกับนักท่องเที่ยว
(ดร.สมชัย อมรธรรม)
“แต่ก็ยังเป็นตลาดที่นักลงทุนไม่ควรเน้นน้ำหนักการลงทุนในพอร์ตมากนัก ด้วยโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ยังด้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในระยะสั้นจึงอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกนำเข้ามาเติมให้พอร์ตเพื่อหลุมหลบภัย จากตัวเลขเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นของ ‘สหรัฐฯ’ และ ‘ยุโรป’ ที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน”
สำหรับการให้น้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า การลงทุนในกลุ่มตลาดหุ้นกำลังพัฒนา ตลาดหุ้นจีน และการเลือกลงทุนเป็นรายอุตสาหกรรม จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจพร้อมกับการสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าในระยะยาว ต่างจากการลงทุนที่ใช้ช่วงระยะยาวๆ ตลาดญี่ปุ่นอาจจะดูไม่น่าสนใจด้วยปัจจัยพื้นฐานและโครงสร้างเศรษฐกิจ
“ญี่ปุ่น แม้ว่าจะปัจจัยสนับสนุนตลาดในระยะข้างหน้าอย่างการเปิดเมืองเปิดประเทศและนโยบายการการเงินที่ยังผ่อนคลาย แต่ปัจจัยต่างๆ ก็จะช่วยหนุนตลาดเพียงแค่ใน ‘ระยะสั้น’ เท่านั้น หากผ่านพ้นไปในช่วง ‘ระยะยาว’ ก็จะถูกตลาดหุ้นอื่นๆ ลดทอนความน่าสนใจลงไปได้เช่นกัน”
