หมดเวลา “บู๊” เมื่อ “ความผันผวน” ครึ่งปีหลัง ‘เลี่ยงไม่ได้’... ก็จัดพอร์ตธีม Defensive รับมือซิครับ !!!
Fun of Funds: ปี 65 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ภาพรวมของ “ตลาดทุนมีความผันผวน” และ “ลงทุนยาก”เหลือเกิน ด้วยผลกระทบจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เพิ่มความเข้มงวดขึ้นด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับตัวเลขเงินเฟ้อ ล่าสุดก็ส่งสัญญาณขึ้นอีก 0.5% ในการประชุม 2 ครั้งหน้า
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดยังต้องเจอกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนจนเกิดเป็นชนวนสงครามที่ยังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวก็ไม่ได้จบกันที่แค่ 2 ประเทศแต่ไฟของสงครามยังลามไปถึงประเทศรอบข้างด้วย หนึ่งในนั้นคือ “เงินเฟ้อ” ที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก
และจาก 2 ปัจจัยข้างต้นที่ทำให้ตลาดมีความผันผวนยังส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยเกิดความกลัวและกังวลเกี่ยวสถานการณ์ของตลาดว่าจะต้องรับมือเช่นไร
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจเพื่อรับมือกับภาวะตลาดที่มีความผันผวนจาก “TMBAM Eastspring” มาแชร์ให้แก่อ่านและผู้ที่สนใจ

“เงินเฟ้อ-Supply Shock-สงคราม”...3 ปัจจัยเสี่ยงที่ตลาดยังต้องติดตามใกล้ชิด
โดย “บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การลงทุน TMBAM Eastspring ให้มุมมองเกี่ยวกับตลาดทุนในปัจจุบันว่า การลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยมี 3 ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดที่จะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและการลงทุนทั่วโลก
ประเด็นแรก “ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ” โดยเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯที่อาจเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องซึ่งตลาดเองก็ยังประเมิน ว่าโจทย์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ นั้นแก้ได้ไม่ง่ายและหากสามารถทำให้เงินเฟ้อลดลงมาแล้วต้องไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอยซึ่งก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ แต่เชื่อว่าภาพรวมอาจจะไม่แย่นัก

(บดินทร์ พุทธอินทร์)
“ประเด็นที่สอง ‘ความเสี่ยงด้าน Supply Shock’ หลังจากที่นโยบาย Covid Zero ของจีนที่ทำให้เกิดการล็อคดาวน์ในจีนอีกครั้ง โดยเริ่มมีคำถามกันว่า GDP ที่จีนตั้งเป้าไว้ 5.5% นั้นจะเป็นไปได้มั้ย เพราะล่าสุดทาง Bloomberg Economics ปรับลดคาดการณ์ GDP จีนลงมาจาก 5.1% เหลือ 3.6% และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง Bloomberg ได้ปรับคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนลงอีกครั้งเหลือเพียงโต 2.0% นอกจากนั้นการล็อคดาวน์ในจีนแต่กลับไม่ได้กระทบแค่จีน เพราะกระทบถึง Supply Chain ทั่วโลกที่ต่างพึ่งพาโรงงานในจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยส่วนตัวเชื่อว่าความกังวลด้าน Supply Shock จะเริ่มส่งสัญญาณอีกครั้ง”
ประเด็นสุดท้าย “มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากยุโรป” เพราะยังมีกลุ่มประเทศ ที่ยังพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียอย่าง ฮังการี บัลแกเรีย สโลวาเกีย และสาธารณรัฐเช็ค ที่ยังคงไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว และขอยืดระยะเวลาออกไป ขณะที่รัสเซียก็พร้อมจะตอบโต้อีกฝ่ายด้วยการตัดการส่งพลังงานไปยังประเทศที่ไม่จ่ายค่าพลังงานเป็นเงินรูเบิ้ล
“รวมถึงล่าสุดที่ทางรัสเซียจะไม่ส่งก๊าซไปยังฟินแลนด์เพื่อตอบโต้ที่ฟินแลนด์แสดงความจำนงเข้าร่วมกลุ่มนาโต้ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เกิดขึ้นอีกครั้ง และจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อในยุโรปเร่งตัวขึ้นอีก และเชื่อว่าอาจเป็นอีกแรงกดดันต่อการดำนโยบายการเงินของ ECB ที่เป็นอีกแรงที่ทำให้สภาวะการเงินโลกตึงตัวมากขึ้น”
แนะกระจายลงทุนในธีม “Defensive”...รับมือตลาดผันผวนครึ่งปีหลัง
ซึ่งการจัดพอร์ตลงทุนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันที่ยังมีความผันผวนไปจนถึง 3-6 เดือนข้างหน้า การจะรับมือหรือจัดพอร์ตนักลงทุนควรกระจายเงินไปยังสินทรัพย์หลากหลายภายใต้ “ธีม Defensive” ประกอบไปด้วย หุ้นกลุ่มที่ความน่าสนใจจะเป็น “หุ้นไทยและเอเชีย” กลุ่มตราสารหนี้ อย่าง “ตราสารหนี้คุณภาพ”
“สินทรัพย์ทางเลือก ‘กองรีทอาเซียน’ โดยเฉพาะในไทยและสิงคโปร์ที่มีความน่าสนใจที่สุดในกลุ่มด้วยอัตราผลตอบแทนในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 5% ซึ่งผลกระทบจากการลดค่าใช้เช่าพื้นที่ในปีนี้ก็จะเริ่มหมดไปจากการทยอยเปิดเมืองเปิดประเทศ ขณะเดียวกัน ‘กองทุนโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก’ เองก็มีความน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากเป็นกลุ่มธีมรีโอเพ่นเดียวที่ราคายัง laggard”
แม้มองไปในช่วงที่เหลือของปี “ความผันผวน” ยังจะคงอยู่กับตลาดการลงทุนต่อไปก็ตาม แต่ “การจัดสรรเงินลงทุน” อย่างเหมาะสม ไปให้ถูกที่-ถูกทาง ก็จะทำให้การลงทุนของคุณยังสามารถเดินหน้าสร้างความมั่งคั่งต่อไปได้ในท่ามกลางวิกฤตความผันผวนที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี
