“THDRMF” ลุย “หุ้นห่านทองคำ”...สะสมความมั่งคั่งสู่วัยเกษียณ !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns)’ ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้ใกล้ตัวเป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นไทย” ประเภท ‘กองหุ้นใหญ่ (Equity Large Cap)’ ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนหุ้นปันผลที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index ซึ่งถือเป็น “หุ้นห่านทองคำ” ในตำนาน
แต่ด้วยรูปแบบของ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ที่ไม่มีนโยบายปันผล ก็จะนำเอาเงินปันผลนั้นกลับไปลงทุนต่อเนื่องเพื่อสะสมความมั่งคั่งตอบโจทย์เกษียณตามเป้าหมายของกองทุนนั่นเอง
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จะหยิบยก “กองทุน RMF-หุ้นไทย” ที่น่าสนใจและมีความแตกต่างมาแนะนำกัน
“THDRMF” สะสมความมั่งคั่งผ่าน “หุ้นปันผลสูง”...ตอบโจทย์เกษียณ
เชื่อว่าการถือครองกองทุนหรือหน่วยลงทุนที่จะต้องใช้ระยะเวลาเป็นเวลานานหลายๆ ปีกว่าจะถึงเป้าหมาย อย่าง “กองทุน RMF” นั้น อาจทำให้นักลงทุนหลายต่อหลายคนรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะต้องรอคอย ซึ่งในระหว่างทางไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่จะดีกว่าหรือไม่...ถ้าเราสามารถลงทุนใน “หุ้นห่านทองคำ” ที่มีการจ่ายปันผลที่ดีและสม่ำเสมอเป็นทางเลือกในการสะสมความมั่งคั่งสู่เป้าหมายให้กับตัวเอง เพราะหุ้นกลุ่มนี้ถือเป็น Defensive Stock ทนทานต่อตลาดขาลงได้ดี ในขณะที่ในช่วงตลาดขาขึ้นก็ขึ้นตามตลาดได้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ...มี “ปันผล” กลับมาให้อย่างสม่ำเสมอ
“แม้ว่า...‘กอง RMF’ จะไม่มีนโยบายจ่ายปันผลก็ตาม แต่ปันผลที่คืนกลับมานั้นก็จะนำกลับไปลงทุนเพื่อสะสมความมั่งคั่งในระยะยาวต่อไปได้เป็นอย่างดี”

โดยกองทุนที่พูดถึงนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “THDRMF” ที่มีผลงานโดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” จัดเรทติ้งให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องต้นการดูแลและบริหารเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยเป็น ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนกอง THDRMF ขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 311,475,540 บาทและมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 16.81 บาทต่อหน่วย
“ในส่วนของนโยบายลงทุนของกองที่เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างที่เราได้เกริ่นไว้ก่อนหน้า โดยการมุ่งเน้นลงทุนในหุ้นไทยหรือหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะพิจารณาเลือกลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index ซึ่งเป็นดัชนีกลุ่มหุ้นปันผลสูงเป็นหลัก 80%ของมูลค่าสินทรัพย์”
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนสะท้อนสู่หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง THDRMF’ ให้มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า (Value)” เป็นหลัก
โดยกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ณ วันที่ 29 เม.ย. 65 สามารถแจกแจงได้ ดังนี้
-ธนาคาร 33.47%
-พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 14.51%
-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 14.24%
-พลังงานและสาธารณูปโภค 12.68%
-วัสดุก่อสร้าง 9.04%

“หากพูดการลงทุนสิ่งที่จะปฏิเสธไม่ได้เมื่อพูดเรื่องดังกล่าว ก็คือผลการดำเนินงานซึ่ง THDRMF นั้นเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา (ข้อมูล ณ วันที่ 29 เม.ย. 65) อยู่ที่ 5.86% ต่อปี (ดัชนีเทียบวัด 4.40% ต่อปี) อย่างไรก็ดีการลงทุนมักมีความเสี่ยงเช่นเดียวกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -44.19%”
ลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1,000 บาท
สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 1,000 บาท ตามเงื่อนไขมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่บริษัทได้กำหนด ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่มีกำหนดเพียงแต่การขายในหนึ่งครั้งระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะอยู่ที่ภายใน 3 วัน
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆโดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัดแต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น TISCO My Funds
“การลงทุนใน ‘หุ้นไทย’ นั้น ได้มีทางเลือกที่หลากหลายซึ่งกองทุนรวมเองก็หนึ่งทางเลือกที่นักลงทุนชอบใช้หรือชดเชยการลงทุนในหุ้นรายตัวที่อาจมีความเสี่ยงที่สูงกว่าปกติ แต่อย่างที่รู้กันว่ากองทุนรวมก็อาจสร้างผลตอบแทนได้ไม่สูงนักจึงความจำเป็นเช่นเดียวกันที่จะต้องคัดเลือกอีกหนึ่งขั้นตอน และ ‘หุ้นปันผล’ ก็เป็น
อีกทางเลือกที่ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนระยะยาวได้เป็นอย่างดี”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
