Official Update :

“บลจ.กรุงไทย”...เสิร์ฟ ‘กอง KTGF1Y22’ ลุยตราสารหนี้เอเชีย อายุ 1 ปี ขาย IPO วันนี้-25 พ.ค. นี้ พร้อมปันผล ‘กองอสังหาฯ-อินฟราฟันด์’ อีก 4 กองทุน

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเดินหน้าเปิดเสนอขายกองทุนตราสารหนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตไปยังต่างประเทศให้แก่นักลงทุนตราสารหนี้ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยต่ำในปัจจุบัน โดยส่ง กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y22 (KTGF1Y22)’ ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก อายุโครงการประมาณ 1 ปี เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ขายวันนี้-วันที่ 25 พ.ค. 21 นี้



(นางชวินดา หาญรัตนกูล)



“กองทุน KTGF1Y22  นโยบายเน้นลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้ รวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมี  นโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก และ/หรือตราสารการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับ ที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) และ/หรือลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินประเภท  ตราสารหนี้”


อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่า ที่ สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ  โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มีกลยุทธ์การลงทุนแบบครั้งเดียว (buy-and-hold) เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการแสวงหาโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี 


โดยหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ที่คาดว่าจะมีการลงทุนเกินกว่า 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนของ กองทุน KTGF1Y22’ คือ กองทุน ‘Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022 VIII’ ที่บริหารโดย ‘Invesco’ บลจ.ระดับโลก โดยเน้นลงทุนไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในตราสารหนี้ ในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในสกุลเงิน USD ที่ออกโดยผู้ออกตราสารที่ถูกพิจารณาคัดเลือกโดยดุลยพินิจของผู้จัดการ (เช่น รัฐบาล หน่วยงานรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศที่มีลักษณะเหนือรัฐ (Supranational Entities) กลุ่มบริษัท สถาบันการเงิน และกลุ่มธนาคาร) ซึ่งอาจรวมถึงผู้ออกตราสารที่อยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในกองทุนนี้ หมายถึง ประเทศทุกประเทศในทวีปเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึง ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์


นอกจากนี้บริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลกองทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานอีก 4 กองทุน มูลค่ารวมประมาณ 999  ล้านบาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 21 โดยกำหนดจ่ายเงินพร้อมกัน ในวันที่ 16 มิ.ย. 21 ประกอบด้วย

-กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซี.พี. ทาวเวอร์ โกรท (CPTGF)’ ซึ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลและปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน ครั้งที่ 29 ในอัตรา 0.1495 บาท ต่อหน่วย


-กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF)’ ซึ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลและปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน ครั้งที่ 22 ในอัตรา 0.1800 บาท ต่อหน่วย


-กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท (TTLPF)’ ซึ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลและปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน ครั้งที่ 42 ในอัตรา 0.4487 บาท ต่อหน่วย


-กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF)’ ในอัตรา 0.0873 บาท ต่อหน่วย อนึ่ง ทั้ง 4 กองทุน กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 28 พ.ค. 21 และปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนในวันที่ 1 มิ.ย. 21