“หุ้นญี่ปุ่น” เจอ “Black Monday” ดิ่งหนักทั้ง “Topix” & “Nikkei 225” ร่วงลงมากกว่า -12%
“หุ้นญี่ปุ่น” เจอ “Black Monday” ดิ่งหนักทั้ง “Topix” & “Nikkei 225” ร่วงลงมากกว่า -12%...หลังนักลงทุนผวา “ศก.ญี่ปุ่น” รับการขึ้นดอกเบี้ยไม่ไหว ซ้ำเติมด้วยความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกต่อ “ศก.สหรัฐ” เสี่ยงถดถอย “บลจ.” มองตลาดมีโอกาสเด้งระยะสั้น ส่วนนักลงทุนระยะยาวยังลงทุนได้

ที่มา: Google Finance
“ตลาดหุ้นทั่วโลก” วันนี้ (5 ส.ค. 24) ต่างปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน จากความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงถดถอยและภาวะที่นักลงทุนเข้าสู่โหมด Risk-off ของตลาดโลกอีกครั้ง
“หุ้นญี่ปุ่น” ปรับตัวลดลงมากกว่า -12% ถือว่าลงค่อนข้างหนักจากปัจจัยเฉพาะตัวที่เพิ่มเติมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น
-ความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ “ธนาคารกลางญี่ปุ่น” (BOJ) ที่อาจจะทำให้เศรษฐกิจรับไม่ได้ ผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่ดีมานด์ในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
-ส่วนต่างที่แคบลงของดอกเบี้ยญี่ปุ่นและสหรัฐ ทำให้ค่าเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น กระทบต่อภาคส่งออกโดยรวม
ทางด้าน “บลจ.กสิกรไทย” ระบุว่า “หุ้นญี่ปุ่น” ปรับตัวลงจาก 5 สาเหตุที่สำคัญ ได้แก่
-
เงินเยนแข็งค่าสุดในรอบ 7 เดือน มาแตะที่ 145 เยนต่อดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Risk-off) โดยการแข็งค่าของเงินเยน ส่วนหนึ่งมาจากการที่ตลาดประเมินว่า มีโอกาสสูงขึ้นที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปในเดือนต.ค.นี้ โดยที่การแข็งค่าของเงินเยนได้กดดันหุ้นกลุ่มส่งออก
-
การเพิ่มขึ้นของ Yield พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งกดดันหุ้นกลุ่มอสังหาฯ
-
แรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มการเงิน นำโดยกลุ่มธนาคาร
-
แรงขายหุ้นเทคฯ นำโดยกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ตามที่ได้รับ sentiment ในเชิงลบ จากการปรับฐานของกลุ่มเทคฯสหรัฐฯ และจากความกังวลความเสี่ยงการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากตัวเลขตลาดแรงงานและภาคการผลิตของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแออย่างมาก
-
การที่ “รมต.คลังญี่ปุ่น” กล่าวว่า ความผันผวนฉับพลันของค่าเงินเยนจะเพิ่มความไม่แน่นอนในกิจกรรมภาคธุรกิจ และมีผลกระทบทางลบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
“มองระยะสั้น ตลาดกำลังอยู่ในช่วง Risk-off และอาจเห็นการปรับตัวลงได้อีก นักลงทุนระยะยาวไม่ควรตกใจจนเกินไป และยังสามารถ Stay Invested ได้ เนื่องจากหาก Fed ลดดอกเบี้ย (ตลาดคาดจะเริ่มลดในเดือนก.ย.นี้) ตลาดหุ้นและตราสารหนี้จะสามารถปรับตัวขึ้นได้หากไม่มีเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรง”

ที่มา: Google Finance
ด้าน “บลจ.ไทยพาณิชย์” มองว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนข่าวดีต่าง ๆ ไปมากแล้ว ส่งผลให้ตลาดในระยะสั้นมีความอ่อนไหวต่อข่าวร้ายและภาวะ Risk-off ของตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการเงินที่เข้มงวดของ BOJ ที่เกิดขึ้นในขณะที่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง นอกจากนี้ ความผันผวนของค่าเงินเยนยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน กระทบต่อ Sentiment การลงทุนในตลาดญี่ปุ่นซึ่งมีความเชื่อมโยงกับค่าเงินเยนค่อนข้างมาก และมีโอกาสกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะถัดไป
“เราประเมินว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิคระยะสั้นได้ (Technical Rebound) หลังจากปรับตัวลงรุนแรงในวันนี้ แต่เชื่อว่า ความผันผวนยังคงอยู่กับตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดหุ้นโลกไปอีกสักระยะ ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้จำกัด อาจรอดูสถานการณ์ก่อน (Wait & See) และค่อยหาจังหวะเข้าลงทุนอีกครั้งเมื่อความผันผวนลดระดับลง”
