“บลจ.วี” ส่ง ‘WE-EVOSEMI’ ลุยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ขาย IPO 17-23 มิ.ย. นี้

“บลจ.วี” คาดอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีแนวโน้มเติบโตสูง หนุนบริษัทผู้ผลิตเติบโตในระยะยาว มองเป็นจังหวะลงทุน ส่ง ‘WE-EVOSEMI’ ลุยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ขาย IPO 17-23 มิ.ย. นี้



นายอิศรา พุฒตาลศรี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ปัจจุบันมีความสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและในระบบห่วงโซ่อุตสาหกรรมต่างๆ (Supply Chain) เช่น การผลิตสมาร์ทโฟน, เซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์, การผลิตรถยนต์สมาร์ทคาร์,ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีรวมไปถึงระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญๆ ทั้งนี้ บริษัทมองว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่ผ่านมา แต่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ส่วนใหญ่ยังเติบโตต่อไปได้เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตเริ่มวางแผนปรับตัวเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน(Shortage)และรองรับความต้องการได้ในระยะยาว ทำให้ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งหากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย



(นายอิศรา พุฒตาลศรี)



“ด้วยมุมมองในเชิงบวกของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกดังกล่าว บริษัทจึงเปิดเสนอขาย IPO  กองทุนเปิด วี อีโวลูชั่น ออฟ เซมิคอนดักเตอร์ (WE-EVOSEMI)’ ระหว่างวันที่ 17-23 มิ.ย. 21 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท กองทุนมีนโยบายในการลงทุนหุ้นขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก เป็น ETF ที่มีการคัดเลือกหุ้นในรูปแบบ Smart Beta คัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มการทำกำไรได้ดีในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ผ่านกองหลัก ‘Invesco Dynamic Semiconductors ETF’ ในสัดส่วน 70%และเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านกองทุนหลัก ‘VanEck Vectors Semiconductor ETF (SMH)’ ในสัดส่วน 30%เน้นลงทุนในบริษัทที่มีสภาพคล่องสูง เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจทั่วโลก และบริษัทมีรายได้อย่างน้อย 50% จากเซมิคอนดักเตอร์โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดของกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และกองทุน WE-EVOSEMI จะมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ (ในภาวะปกติจะประมาณ 80 % ของพอร์ต)”


ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนลงทุนเช่น

1) LAM Research (LRCX US): บริษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจออกแบบการผลิต การตลาดและบริการอุปกรณ์การประมวลผลเซมิคอนดักเตอร์ ที่ส่วนใหญ่ใช้ในการประมวลผลเวเฟอร์ส่วนหน้ารวมถึงการสร้างอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ เวเฟอร์ระดับ (WLP) และการผลิตอื่นๆที่เกี่ยวข้องเช่น ไมโครระบบเครื่องกลไฟฟ้า (MEMS)


2) TEXAS Instrument (TXN US): เป็น 1 ในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ 10 อันดับแรกของโลกที่ออกแบบและผลิตเซมิคอนดักเตอร์และวงจรรวมต่างๆ ซึ่งขายให้กับนักออกแบบและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก


3) Applied Materials (AMAT US): เป็นผู้นำด้านการผลิตรูปแบบชิปและจอแสดงผลขั้นสูง มีความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมการปรับเปลี่ยนวัสดุได้ในระดับอะตอม


4) Qualcomm (QCOM US): บริษัทข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน ที่สร้างเซมิคอนดักเตอร์ซอฟต์แวร์และบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไร้สายเป็นเจ้าของสิทธิบัตรที่มาตรฐานการสื่อสารเคลื่อนที่อย่าง 5G, 4G, CDMA2000, TD-SCDMA และ WCDMA


5) Broadcom (AVGO US): ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ออกแบบ พัฒนาและจัดหาเซมิคอนดักเตอร์ ในโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย ได้แก่ DataCenter, Networking, Software, Broadband, Wireless, Storage and Industrial รวมถึงการบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของศูนย์ข้อมูลสำหรับองค์กรและเมนเฟรมที่เน้นระบบอัตโนมัติ

“ทั้งนี้ ด้วยกลยุทธ์ลงทุนเชิงรุกในหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่มีผลประกอบการดีและมีราคาที่น่าสนใจ ทำให้กองทุนหลัก ‘Invesco Dynamic Semiconductors ETF’ ณ วันที่ 31มี.ค. 21 ให้ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 14.68%, ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 121.40%, ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 32.27%, ย้อนหลัง 5 ปีอยู่  36.76%, ย้อนหลัง 10 ปีอยู่ที่ 21.98% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 14.69% เทียบกับดัชนี DZETR อยู่ที่ 14.85%, 122.75%,  33.12%, 37.66%, 22.86%และ 15.51% ต่อปี ตามลำดับ*”


เช่นเดียวกับกองทุนหลัก ‘VanEck Vectors Semiconductor ETF’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่เติบโตสูงทั่วโลกทำให้ ณ วันที่ 31พ.ค. 21 ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง1 เดือนอยู่ที่ 2.51%, ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 3.41%, ย้อนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 14.07%, ย้อนหลัง 1 ปีอยู่  77.28%, ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 34.25%, ย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 36.05% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 26.89% เทียบกับดัชนีMVSMHTR อยู่ที่ 2.51%, 3.45%, 14.13%, 77.40%, 34.26% , 36.08% และ 26.83% ต่อปี ตามลำดับ*


“ด้วยแนวโน้มธุรกิจกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่จะเติบโตและมีรายได้หลักมาจากการใช้จ่ายเชิงกลยุทธ์ ที่เน้นการวิจัยและพัฒนารวมถึงการลดต้นทุนการผลิต  และจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีที่เติบโตรวดเร็วในปัจจุบันขณะเดียวกันธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มีความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนช่วยให้บริษัทต่างๆ รักษาความสามารถในการทำกำไรในอนาคต อีกทั้งแนวโน้มธุรกิจที่ยังคงใช้เทคโนโลยีเพื่อรองรับการทำงานในทุกที่ (Work from Anywhere) กองทุน WE-EVOSEMI’ จึงเป็นอีกทางเลือกในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการพัฒาเซมิคอนดักเตอร์ใหม่ๆ ทั่วโลก ตามการเติบโตของการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ”